บทที่ 7 สารภาพ
มื้อเที่ยงผ่านไปอย่างชื่นมื่น ปวีย์ พลอยชมพู และชื่นฤทัยยังอยู่ที่คอนโดเพื่อรอไปส่งปารดาที่สนามบินในตอนเย็น ส่วนปารดาก็กลับห้องพักที่อยู่ตรงกันข้ามเพื่ออาบน้ำแต่งตัวเตรียมเดินทาง แต่ระหว่างที่กำลังจะถอดเสื้อผ้าเพื่ออาบน้ำ เธอก็นึกขึ้นได้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเธอต้องแจ้งให้คุณหญิงเตชิณีทราบ แม้จะทำให้ท่านมองเธอไม่ดีนัก แต่มันเป็นเรื่องสำคัญมาก เธอลืมคิดไปได้อย่างไรว่าผู้ชายคนนั้นยังอยู่ในห้องพักส่วนตัวของคุณหญิง ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ท่านได้ เธอจึงเดินไปหยิบโทรศัพท์มือถือเพื่อต่อสายหาคุณหญิงเตชิณีทันที
..........
สมาร์ทโฟนเครื่องหรูส่งเสียงแผดร้องดังเข้ามาในโสตประสาท ทำให้คุณหญิงเตชิณีต้องหันกลับไปมองกระเป๋าใบหรูที่มีเพียงไม่กี่ใบในโลก ซึ่งอยู่ในมือของผู้ช่วยของนาง นางเอื้อมมือเรียวที่ตกแต่งเล็บไว้อย่างสวยงามไปหยิบสมาร์ทโฟนจากมือผู้ช่วยอย่างเร็วรี่ แล้วมุมปากบางสีแดงสดก็ยกยิ้มเมื่อเห็นว่าคนที่ติดต่อเข้ามานั้นเป็นใคร นางรีบกดรับสายในทันที เพราะคนที่โทรเข้ามาคือคนที่นางกำลังคิดถึงและเป็นห่วงอยู่พอดี
“สวัสดีค่ะน้องปิ๊ง คุณหญิงป้ากำลังจะโทรหาน้องปิ๊งอยู่พอดีเลยนะคะ”
คุณหญิงเตชิณีกรอกเสียงหวานไปตามสาย ด้วยรักและเอ็นดูคนปลายสายนักหนา
“สวัสดีค่ะคุณหญิงป้า ปิ๊งขอโทษนะคะที่เพิ่งจะโทรมา” ปารดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสำนึกผิด
“โอ๊ย ไม่เป็นไรหรอกค่ะ คุณหญิงป้าแค่เป็นห่วงน้องปิ๊งค่ะ เมื่อคืนเมามากไหมคะ แล้วตอนนี้เป็นยังไงบ้าง อยู่ที่ไหนคะ แล้วปวดหัวบ้างรึเปล่า”
คุณหญิงถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใย นางรักปารดาและรู้สึกถูกชะตากับเธอราวกับเป็นแม่ลูกกันมาแต่ชาติปางก่อน
“ปิ๊งโอเคค่ะคุณหญิงป้า ไม่ได้ปวดหัวหรือมีอาการเมาแล้วค่ะ ตอนนี้ปิ๊งอยู่ที่คอนโดเรียบร้อยแล้ว แต่ว่า..เอ่อ..คือ ..คุณหญิงป้าคะคือว่าปิ๊ง..ปิ๊งมีเรื่องจะสารภาพค่ะ”
ปารดาตัดสินใจแล้วว่าเธอจะสารภาพกับคุณหญิงเตชิณีในสิ่งที่เธอทำลงไปทั้งหมด ด้วยเพราะเรื่องที่เธอทำนั้นไม่ใช่เรื่องที่ดีเอาเสียเลย และอาจส่งผลกระทบกับท่านเช่นกัน เธอเมาขาดสติจนหิ้วผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้ขึ้นห้องพักซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนตัวของคุณหญิงท่าน เธอไม่น่าทำแบบนั้นเลย
“หือ .. สารภาพเรื่องอะไรหรือคะ”
คุณหญิงเตชิณีเอ่ยถามออกไปด้วยความสงสัย ปารดาไปทำเรื่องอะไรผิดไว้ถึงต้องมาสารภาพกับนาง
“คุณหญิงป้าขา คือเมื่อคืนปิ๊งเมามากค่ะ”
“ค่ะคุณหญิงป้าทราบค่ะ แต่ต้องปิ๊งก็ขึ้นห้องไปได้นี่คะ หรือมีอะไรเกิดขึ้นค่ะ” ก็ท่านเห็นกับตาว่าเธอเมามากจริง ๆ
“ค่ะ แต่ว่าปิ๊งไม่รู้ตัวด้วยซ้ำค่ะว่าทำอะไรลงไปบ้าง”
“ค่ะคนเมาจะไปรู้ตัวได้ยังไงกันละคะว่าทำอะไรลงไปบ้าง”
“คือเมื่อเช้าปิ๊งตื่นขึ้นมา แล้ว แล้ว ปิ๊งเพิ่งรู้ค่ะว่าปิ๊งพาผู้ชายขึ้นห้องมาด้วย”
เธอสารภาพออกไปเสียงแผ่วเจือสะอื้น เธอรู้สึกผิดมากจริง ๆ นะ
“ก็ค่ะ ใคร ๆ ก็ ห๊า อะไรนะคะ น้องปิ๊งบอกว่าน้องปิ๊งพาผู้ชายขึ้นห้องเหรอคะ”
คุณหญิงเตชิณีเอ่ยถามด้วยความตกใจ นี่ปารดาเมาขนาดขาดสติพาผู้ชายขึ้นห้องเชียวรึ เป็นไปได้ยังไงกัน นางน่าจะดูแลปารดาให้ดีกว่านี้ ตอนนี้นางรู้สึกสับสนเล็กน้อยกับเรื่องที่ได้ยิน เพราะไม่คิดว่าจะมีอะไรแบบนี้เกิดขึ้นได้
“ใช่ค่ะ ปิ๊งไม่รู้ตัวเลยว่าปิ๊งทำแบบนั้นลงไปได้ยังไง รู้ตัวอีกทีตอนเช้าค่ะคุณหญิงป้า คุณหญิงป้าขาคุณหญิงป้าอย่าเพิ่งโกรธปิ๊งนะคะ แต่คุณหญิงป้าได้โปรดฟังปิ๊งก่อนนะคะ ตอนนี้กรุณาช่วยส่งคนไปดูห้องนั้นให้หน่อยได้ไหมคะว่าผู้ชายคนนั้นยังอยู่รึเปล่า? ปิ๊งกลัวว่าเขาจะขโมยของหรือทำให้ห้องพักของคุณหญิงป้าเสียหายค่ะ คือปิ๊งขอโทษนะคะ ขอโทษจริง ๆ ค่ะ ปิ๊งเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าปิ๊งไม่ควรหนีออกมาจากห้องนั้นเสียดื้อ ๆ แบบนั้น ปิ๊งควรเผชิญหน้ากับเขา ควรพูดคุยกับเขาให้รู้เรื่องก่อน แต่ปิ๊งตกใจค่ะเลยไม่ทันคิดให้รอบคอบ” เธอเอ่ยออกไปอย่างรู้สึกผิดมากมาย
“เอ่อ น้องปิ๊งคะ น้องปิ๊งหมายความว่าผู้ชายที่น้องปิ๊งพาขึ้นห้องไปยังอยู่ในห้องเหรอคะ”
คุณหญิงเตชิณีถามไปพร้อมกับคิ้วขมวดมุ่น รู้สึกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี่มันชักจะยังไง ๆ แล้วสิ ก็นางเพิ่งไปห้องนั้นมาเมื่อชั่วโมงก่อน เจอแค่เพียงลูกชายและหลานชายเพียงเท่านั้น ไม่เห็นผู้ชายที่ไหนสักคน แล้วผู้ชายที่ปารดาหิ้วมาอยู่ที่ไหน หรือว่าเขาจะออกไปก่อนที่ลูกกับหลานชายนางจะมา
“ใช่ค่ะ ปิ๊งจำหน้าเขาไม่ได้ด้วยซ้ำค่ะคุณหญิงป้า แต่ว่าปิ๊งแอบเห็นว่าเขาเป็นผู้ชายรูปร่างสูงโปร่ง และมีรอยสักรูปดวงอาทิตย์ที่ไหล่ขวาค่ะ” ปารดาบอกรูปพรรณสัณฐานเท่าที่เธอเห็นออกไป
“หา มีรอยสักรูปดวงอาทิตย์ที่ไหล่ขวาเหรอคะ”
สิ้นคำของปารดา คุณหญิงเตชิณีร้องออกมาเสียงดัง พร้อมเอามือทาบอก รู้สึกใจหายวาบ นางหันไปสบตากับสมยศผู้เป็นทั้งผู้ช่วยและบอดี้การ์ดของนาง ซึ่งกำลังยืนฟังอยู่เงียบ ๆ พร้อมยิ้มแหยไปให้ ราวกับจะบอกว่า ‘มีเรื่องแล้ว’
ด้านปารดาเธอตกใจกับเสียงอุทานของคุณหญิงเตชิณีเล็กน้อย เพราะท่านอุทานเสียงดังมากแบบไม่เก็บอาการ
“ใช่ค่ะ ที่เหลือปิ๊งจำไม่ได้ค่ะ คือเมื่อเช้าปิ๊งเห็นเขากำลังอาบน้ำอยู่ค่ะ ปิ๊งเลยแอบมอง แล้วก็เห็นแค่รอยสักรูปดวงอาทิตย์ค่ะคุณหญิงป้า แล้วตอนนั้นปิ๊งตกใจมาก ๆ สับสนไปหมดค่ะ ไม่รู้ว่าตัวเองหิ้วผู้ชายขึ้นห้องมาได้ยังไงด้วยซ้ำ ปิ๊งเลยวางเงินให้เขาเป็นค่าตัวสามพันบาท แล้วก็หนีออกจากห้องมาเลยค่ะ ตอนนั้นปิ๊งนึกได้แค่นั้นจริง ๆ”
เธออ้อมแอ้มตอบ จะให้ลงรายละเอียดลึกไปกว่านี้เธอเองก็คงไม่กล้าบอกท่าน แค่นี้ก็อายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนีอยู่แล้ว คนสวยอย่างเธอเมาจนขาดสติมาทำเรื่องน่าอายแบบนั้น แถมยังจำเป็นต้องเล่าเรื่องราวเหล่านั้นให้คนอื่นฟังอีก
“หา นี่น้องปิ๊งให้ค่าตัวเขาสามพันบาทด้วยเหรอคะ”คุณหญิงเตชิณีถึงกับตกใจหน้าเหวอไปเลยทีเดียว ค่าตัวสามพัน
“ใช่ค่ะ ปิ๊งให้ค่ะ แต่คุณหญิงป้าขายังไงคุณหญิงป้ารีบส่งคนไปตรวจสอบความเรียบร้อยของห้องพักก่อนได้ไหมคะ คือว่าปิ๊งกลัวเขาจะทำให้ห้องพักของคุณหญิงป้าเสียหายค่ะ ถ้าเกิดเขาคิดว่าแค่สามพันอาจจะไม่พอ แล้วเกิดขโมยของมีค่าในห้องไปเป็นค่าตัวขึ้นมา มันก็แย่เลยนะคะ”
ปารดาเอ่ยบอกออกไปด้วยท่าทีวิตกกังวลเป็นอย่างมากทำให้คุณหญิงเตชิณีต้องเออออไปกับเธอด้วยเช่นกัน เพราะนางเองก็กำลังสับสนกับเรื่องที่เกิดขึ้นไม่น้อย
“จ๊ะ น้องปิ๊งไม่ต้องกังวลนะคะเดี๋ยวคุณหญิงป้าให้สมยศจัดการ คุณหญิงป้าขอโทษนะคะที่ดูแลน้องปิ๊งไม่ดี ทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ ว่าแต่น้องปิ๊งเป็นยังไงบ้างคะ ตกใจมากไหม แล้วเสียท่าให้ไอ้ผู้ชายคนนั้นด้วยรึเปล่า?”
ประโยคสุดท้ายนางป้องปากและกระซิบกระซาบถามปารดาด้วยเสียงแผ่วเบาราวกับกลัวสมยศจะได้ยิน?
“เอ่อ คือว่า..”
“บอกคุณหญิงป้ามาได้นะคะ มีอะไรไม่สบายใจก็ระบายออกมานะคะน้องปิ๊ง”
นางถามด้วยความเป็นห่วง เรื่องแบบนี้สำหรับผู้หญิงก็ถือว่าน่าตกใจอยู่มาก บางคนอาจจะเมาแล้วขาดสติจนจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าทำอะไรลงไปบ้าง นางไม่น่าปล่อยให้ปารดาขึ้นห้องพักมาคนเดียวเลยจริง ๆ
“ไม่เหลือค่ะคุณหญิงป้า ปิ๊งพลาดไปแล้วค่ะ” ปารดาบอกออกไปด้วยน้ำเสียงอันสั่นราวกับจะร้องไห้
“หา เสียท่าให้เขาแล้วจริง ๆ เหรอคะ” คุณหญิงร้องอุทานออกมาเสียงดัง ก่อนจะรีบปิดปากตัวเองและเดินออกไปให้ห่างจากผู้ช่วยอย่างสมยศ
“ค่ะน่าจะหลายท่าอยู่นะคะ ตอนนี้ปิ๊งยังเจ็บอยู่เลยค่ะ แต่คุณหญิงป้าไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ ปิ๊งไปหาหมอมาแล้วค่ะ ปิ๊งกังวลเรื่องความปลอดภัยมากกว่าค่ะ ระหว่างรอผลก็คงกังวลนิดหน่อย เขาสะอาดรึเปล่าก็ไม่ทราบ ต่อไปปิ๊งคงไม่ดื่มจนเมาแล้วขาดสติอีกแล้ว ปิ๊งกลัวค่ะ ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเวลาตัวเองเมาแล้วทำไมถึงทำอะไรแบบนั้นลงไปได้ ปิ๊งจะเลิกดื่มโดยเด็ดขาดเลยค่ะคุณหญิงป้า”
ปารดาบอกออกมาอย่างหมดเปลือก เพราะไว้ใจคุณหญิงเตชิณี
ด้านคุณหญิงเมื่อได้ฟังก็ยิ่งเห็นใจปารดานัก แม้ภายนอกปารดาจะดูเหมือนสาวเปรี้ยว มั่นใจ แต่จริง ๆ แล้ว เธอช่างไร้เดียงสา ใสซื่อและน่าเอ็นดูมากในสายตาท่าน
“ค่ะ น้องปิ๊งอย่ากังวลไปเลยนะคะ ทางนี้คุณหญิงป้าจะจัดการเอง น้องปิ๊งทำใจให้สบายนะคะ แล้วคุณหญิงป้าจะติดต่อไปนะคะ ขอคุณหญิงป้าจัดการกับเรื่องทางนี้ก่อน”
คุณหญิงไม่รู้จะเอ่ยคำใดออกไปได้อีก จึงได้แค่พูดออกไปเพียงเท่านั้น นางรู้สึกสงสารปารดาแต่เรื่องนี้นางจะจัดการให้กระจ่าง นางไม่เชื่อว่าคนอย่างปารดาจะหิ้วผู้ชายขึ้นห้อง มันอาจจะมีอะไรผิดพลาดมากกว่าที่คนเมาอย่างปารดาจะรับรู้ได้ นางต้องหาสาเหตุให้เจอว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันเกิดจากอะไร
“ถ้าอย่างนั้นปิ๊งขออนุญาตวางสายก่อนนะคะ ปิ๊งกำลังจะอาบน้ำแต่งตัวไปสนามบินค่ะ เดี๋ยวปิ๊งต้องไปเรียนต่อแล้ว อีกหกเดือนเราค่อยเจอกันนะคะคุณหญิงป้า รักนะคะ สวัสดีค่ะ”
“จ๊ะ เดินทางปลอดภัยนะคะ รักเหมือนกันค่ะ บายจ๊ะ”
ปารดาวางสายด้วยความรู้สึกดีขึ้นมาก คุณหญิงเตชิณีเปรียบเสมือนเซฟโซนของเธอ เธอคุยกับท่านได้ทุกเรื่อง ท่านเปรียบเสมือนคนในครอบครัว แต่เรื่องนี้เธอยังไม่กล้าบอกคนในครอบครัวด้วยซ้ำ เพราะรู้ว่าทุกคนต้องตกใจและต้องเป็นกังวลไปกับเธอด้วย เธอจึงตัดสินใจไม่บอกออกไป เธอยิ้มน้อย ๆ เพื่อเป็นการให้กำลังใจตัวเอง ก่อนจะเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อเตรียมเดินทาง เพราะเวลานี้ไม่ต้องห่วงเรื่องห้องพักของคุณหญิงแล้ว
ด้านคุณหญิงเตชิณีเมื่อวางสายแล้ว ท่านก็หันไปสบตากับสมยศผู้เป็นทั้งบอดี้การ์ดและผู้ช่วยคนสนิท ก่อนจะสั่งความ
“ขอดูกล้องวงจรปิดที่ห้องพักของฉันด้วยนะสมยศ ฉันจะรออยู่ที่ห้องทำงาน อ้อ..ดูให้ละเอียดนะ เมื่อคืนจนถึงเที่ยงวันนี้มีใครเข้าออกบนชั้นนั้นบ้างนอกจากคุณปิ๊ง ลูกเต และน้องซันแล้วยังมีใครอีกบ้าง”
“ครับคุณหญิง”
สมยศรับคำแล้วรีบเดินออกไปจัดการเรื่องที่ได้รับมอบหมายในทันที ส่วนคุณหญิงเตชิณีก็รีบเร่งฝีเท้ามุ่งตรงไปยังห้องทำงานด้วยอาการหน้านิ่วคิ้วขมวด จบงานวันนี้นางคงต้องไปเติมโบท๊อกเพิ่มอีกสักนิด ด้วยเรื่องนี้ทำให้ใบหน้าเริ่มมีริ้วรอยเพิ่มมาอีกแล้ว ลางสังหรณ์มันบอกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับปารดามันไม่ใช่เพราะปารดาเมาแล้วหิ้วผู้ชายขึ้นห้องเป็นแน่
