บทที่ 3 ค่าตัว
เช้าวันต่อมา
เตชิณ พันสุริยะจักร นักธุรกิจหนุ่มรูปหล่อ โปรไฟล์ดี วัยสามสิบสี่ปี ดีกรีนักเรียนนอก แถมเก่งกาจด้านการบริหารงานโรงแรม เขาเป็นผู้บริหารหนุ่มที่กำลังเป็นที่กล่าวขวัญกันในวงการธุรกิจโรงแรม ด้วยความสามารถมากมายที่ทำให้คนในแวดวงธุรกิจเดียวกันเห็นเป็นที่ประจักษ์ ทุกคนต่างยอมรับและชื่นชมในความสามารถของเขา ปัจจุบันเตชิณดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริหาร (CEO) ของโรงแรมหรูตระกูลพันสุริยะจักร ซึ่งมีโรงแรมในเครือมากกว่าสิบสาขาทั่วประเทศ อีกทั้งปีนี้กำลังร่วมทุนและทดลองขยายสาขาไปยังต่างประเทศอีกด้วย
เตชิณเป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของ ‘คุณหญิงเตชิณี พันสุริยะจักร’ ไฮโซม่ายวัยห้าสิบปลาย ๆ ที่ยังสาวและสวย แถมยังเก่งกาจด้านการทำธุรกิจโรงแรมและจิวเวอร์รี่อย่างหาตัวจับยาก เรียกได้ว่ามารดาของเขาก็เป็นตัวแม่ในวงการธุรกิจเช่นเดียวกัน เปรียบเขาเป็นลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นก็ไม่เกินจริงนัก
วันนี้เขาตื่นแปดโมงเช้าซึ่งถือว่าสายกว่าทุกวัน ก็เมื่อคืนเขาเสียแรงไปเยอะ ได้นอนตื่นสายบ้างสักวันก็ดีเหมือนกัน เขาขยับตัวลุกจากเตียง ก่อนจะหันไปจ้องมองใบหน้าหวานของหญิงสาวที่หลับใหลอยู่บนเตียงกว้างของเขาทั้งคืน ใบหน้าหล่อเหลาแต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้มน้อย ๆ อีกครั้ง
“เมาหรือขี้เซากันแน่”
เขาพึมพำเสียงแผ่วเบา สายตาคมกวาดมองพินิจพิจารณาไปทั่วใบหน้าหวานที่อยู่เบื้องหน้า ผมเธอยาวตรงสวยแถมมีสีน้ำตาลเข้มเป็นธรรมชาติ หน้าผากโหนกนูนรับกับใบหน้ารูปไข่ได้รูป ขนคิ้วเรียงเส้นสวย เธอเป็นผู้หญิงที่มีคิ้วดกดำแบบไม่ต้องไปสักคิ้วอย่างที่เขาเคยเห็นผู้หญิงคนอื่น ๆ ไปทำกัน ขนตาเธองอนยาว ผิวเธอขาวอมชมพู แก้มมีเส้นเลือดฝาดนิด ๆ จมูกโด่งเชิดรั้นรับกับใบหน้ารูปไข่ และริมฝีปากบางมีสีชมพูระเรื่อนั้นช่างให้สัมผัสที่หวานหอมชวนหลงใหลนัก เขาเห็นรอยสีกุหลาบตรงซอกคอขาวผ่องที่เขาเป็นคนทำไว้ ก่อนจะเอื้อมมือไปสัมผัสรอยนั้นอย่างเบามือ
“อื้อ”
เธอส่งเสียงร้องออกมาเบา ๆ เมื่อถูกรบกวนการนอน ก่อนจะหาวหวอด ๆ และบิดขี้เกียจเล็กน้อยทั้งที่ดวงตายังปิดสนิท แล้วก็หลับต่อเสียอย่างนั้น สรุปคือยังไม่อยากจะตื่นสินะ เขามองใบหน้าหวานซึ้ง แต่แฝงไปด้วยความดื้อรั้นนั้นอีกครั้ง เธอยังดูเด็กนัก อายุน่าจะสักยี่สิบต้น ๆ เห็นจะได้ เวลาหลับก็ดูไร้เดียงสาดี ดูไม่มีพิษมีภัยอะไรมาก เขาไม่ชอบผู้หญิงเหลี่ยมจัดเรื่องเยอะ หรือเจ้าเล่ห์ ด้วยประสบการณ์ที่เจอมาเยอะ แต่มองแค่ตาคงไม่รู้ว่านิสัยเธอจริง ๆ เป็นอย่างไร ในเงื่อนไขการผูกปิ่นโตเขาคงต้องระบุให้ชัดเจนว่าหากเธอมีนิสัยที่เขารับไม่ได้เขามีสิทธิ์ยกเลิกสัญญาทันที ตอนนี้เตชิณคิดไปถึงร่างสัญญาการผูกปิ่นโตแล้ว ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้พูดคุยตกลงอะไรกับคนตรงหน้าเลยสักคำ
‘เธอคงมีปัญหาเรื่องการเงินสินะถึงต้องมาทำอาชีพที่ต้องเสี่ยงแบบนี้’ เขายังตั้งคำถามกับเธอ แต่ไม่ต้องห่วงเธอโชคดีที่ได้มาเจอเขา เพราะเดี๋ยวเขาจะรับเลี้ยงเธอไว้เอง เธอจะได้ไม่ต้องไปเปลืองตัวกับใครอีกนอกจากเขา กว่าเขาจะเบื่อเธอคงได้จากเขาไปมากโข ถ้าถูกใจเขาก็พร้อมจะเปย์ไม่อั้นเหมือนกัน แม้จะยังไม่แก่ก็เป็นป๋าสายเปย์ได้ ลองเป็นป๋าเลี้ยงเด็กดูบ้างก็คงไม่เลว ไม่ต้องไปร่อนเร่หาเด็กให้วุ่นวาย ไม่ต้องซื้อกินให้เสี่ยงติดโรค แต่ก่อนจะตกลงกัน เขาขอไปอาบน้ำเรียกความสดชื่นเสียก่อน แล้วค่อยกลับมาเสนอเงื่อนไข ผูกปิ่นโต กับเธอคนนี้ คิดได้ดังนั้น เขาก็รีบลุกจากเตียงแล้วเดินหายเข้าห้องน้ำไปอย่างรวดเร็ว
วันนี้เขาอยากอาบน้ำแบบอ้อยอิ่งดื่มด่ำสัมผัสกับสายน้ำให้แช่มชื่น เพียงเพราะวันนี้ไม่ใช่วันที่เขาจะต้องเร่งรีบไปไหน นาน ๆ เขาจะได้มีวันหยุดที่ได้หยุดจริง ๆ สักที ตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมาเขาแทบไม่ได้พักเลย ทำงานจนมารดาบ่นน้อยใจที่ไม่มีเวลาให้ แต่ทำอย่างไรได้ก็งานที่เขาต้องรับผิดชอบมันมากมายเสียเหลือเกิน
ด้านร่างอรชรที่กำลังนอนหลับอย่างสบาย ค่อย ๆ รู้สึกตัวตื่นเพราะแสงแดดส่องเข้ามายังเตียงนอนอันแสนนุ่มสบายซึ่งมันรบกวนการนอนของเธอ เธอบิดขี้เกียจราวกับลูกแมวตัวน้อย ก่อนจะลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า ในขณะที่ปากก็ยังหาวหวอด ๆ ร่างบางปรือตามองไปข้างนอกหน้าต่างบานใหญ่พร้อมกับหยีตาลง พระอาทิตย์ส่องแสงเจิดจ้าขนาดนี้นี่คงสายแล้วเป็นแน่ เมื่อคืนเธอเมาหนักจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าขึ้นห้องพักมาได้อย่างไร ตอนนี้ในหัวก็ปวดตุบ ๆ เธอลุกขึ้นนั่งมองบรรยากาศในห้องพักหรูหราพร้อมทำตาละห้อย
“เสียดายมาก”
เธอโกรธตัวเองที่เมาจนไม่รู้ว่าห้องพักที่นี่สวยขนาดนี้ แถมวันนี้เธอยังตื่นสายจนตะวันจะเลียก้นแล้วด้วยซ้ำ จะโทษใครได้ต้องโทษตัวเองที่ริอ่านจะดื่มไวน์จนเมามายเสียขนาดนั้น ตอนนี้เธอไม่มีเวลามาดื่มด่ำกับห้องสุดหรูนี่ด้วยซ้ำ เพราะเธอต้องรีบกลับไปจัดกระเป๋าเพื่อเดินทางไกล เธอสูดหายใจพร้อมรวมรวบสติอีกครั้ง ก่อนจะพยายามลุกขึ้นจากเตียงอย่างแสนอาลัยอาวรณ์ ก็เตียงมันนุ่มน่านอนนี่นา
“โอ๊ย”
เพียงแค่ขยับกายเพื่อจะลุกนั่ง ความรู้สึกเจ็บแปลบกลางกายสาวทำให้เธอต้องลองสังเกตตัวเองใหม่อีกครั้ง ตอนนี้เธอไม่มีเสื้อผ้าติดกายเลยแม้แต่ชิ้นเดียว นี่เธอเมาจนแก้ผ้านอนเลยเหรอ? แถมยังรู้สึกเจ็บตรงนั้นอีก หรือว่าเมื่อคืนนี้มันไม่ใช่แค่ฝัน
ไม่ใช่ว่าเธอเผลอทำอะไร ๆ ตัวเองไปหรอกนะ!
เธอดึงผ้านวมออกจากเตียงแล้วหันไปมองที่นอนโดยละเอียดอีกครั้ง รอยเลือดจาง ๆ ติดอยู่บนผ้าปูที่นอน และที่นอนก็ยับย่นไม่มีชิ้นดี คิดเป็นอื่นไปไม่ได้เลย
“เฮ้ย นี่เรื่องจริงเหรอเนี่ย?”
เธอนั่งลงบนเตียงอีกครั้งด้วยความตกอกตกใจ ลืมสิ้นว่ายังเจ็บกลางกายสาว จนต้องร้องซี้ดเบา ๆ เมื่อก้นกระแทกลงบนฟูก หัวใจดวงน้อยเต้นรัวเร็วราวกับจะทะลุออกมาจากอก ความกลัวและสับสนประเดประดังเข้ามาภายในใจ ใบหน้าขาวเริ่มซีด แววตาเธอสั่นไหว มือเรียวเย็นเฉียบกุมกันไว้แน่น ก่อนเธอจะยกมือขึ้นมา พร้อมขบเล็บมือตัวเอง ใบหน้าเต็มไปด้วยคำถามมากมาย สมองน้อย ๆ ตอนนี้กำลังทำงานอย่างหนัก แล้วนี่เธอลากใครขึ้นเตียงมาด้วยล่ะ จำไม่ได้เลยสักนิด เธอนึกว่าเธอฝันไป เมื่อคิดทบทวนแล้วเธอก็ค่อย ๆ ลุกขึ้นจากเตียงสายตากวาดมองไปทั่วห้อง ชุดเกาะอกสีแดงเบอร์กันดีที่เธอใส่ไปปาร์ตี้เมื่อคืนวางกองอยู่บนพื้นในสภาพที่ดูไม่ได้เอาเสียเลย ขาเรียวค่อย ๆ ก้าวเดินไปยังชุดของตน ก่อนจะรีบสวมใส่มันในทันที เธอพยายามหาแพนตี้ซีทรูตัวโปรดที่ออกแบบตัดเย็บเอง แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ เวลานี้เธอต้องออกจากที่นี่แล้ว เธอสับสนไปหมดยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหิ้วใครขึ้นห้องมาด้วย เมื่อสำรวจตัวเองเรียบร้อยแล้ว ชุดพร้อม รองเท้าพร้อม โทรศัพท์มือถือพร้อม อาจจะรู้สึกเย็น ๆ ช่วงล่างบ้างนิดหน่อย แต่ไม่เป็นไร ตอนนี้เธอพร้อมที่จะกลับคอนโดแล้ว สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน เธอพลาดเอง เธอจะกลับไปทบทวนตัวเองอีกครั้ง และจะไม่ให้พลาดแบบนั้นอีก เรื่องแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้นในขณะที่เธอไม่รู้สึกตัว และเวลานี้เธอควรออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
ว่าแล้วเธอก็เร่งฝีเท้าเพื่อก้าวเดินออกจากห้องพักสุดหรู ประตูทางออกอยู่ตรงหน้า เธอก้าวขาอย่างเร็วเพื่อจะไปยังจุดหมาย แต่เธอกลับได้ยินเสียงน้ำไหลกระทบพื้นดังก้องเข้ามาในหู หูเธอกระดิกฟังนิ่ง พร้อมขาเรียวก็หยุดก้าวเดินในทันใด จุดหมายปลายทางที่ตั้งใจไว้แต่แรกกลับเปลี่ยนจากประตูทางออกเป็นประตูห้องน้ำในทันที และก่อนจะไปยังจุดหมายเธอยกขาขึ้นถอดรองเท้าออกจากปลายเท้าอย่างช้า ๆ แล้วค่อย ๆ ย่องเดินไปยังห้องน้ำให้เสียงเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ใช่ในเวลานี้เธอไม่พร้อมจะเผชิญหน้ากับใครทั้งนั้น แต่เธอเพียงแค่อยากรู้ว่าคนที่เธอหิ้วขึ้นเตียงนั้นเป็นใคร หน้าตาเป็นอย่างไร เพียงเท่านั้น
หน้าห้องน้ำประตูไม่ได้ล๊อค มันเป็นบานเลื่อนเธอจึงเลื่อนออกอย่างช้า ๆ เพื่อให้เงียบที่สุด และสิ่งที่เห็นทำให้เธอต้องอ้าปากค้างพะงาบ ๆ ผู้ชายคนนั้น คนที่เธอลากขึ้นเตียงสินะ เธอเห็นแค่แผ่นหลังกว้าง กับไหล่ผายของเขา จำหน้าเขาไม่ได้ด้วยซ้ำ รู้แต่ว่าหล่อเหลาเอาการอยู่ พยายามนึกเท่าไหร่แต่ก็นึกไม่ออก ก็ใครจะไปคิดว่ามันไม่ใช่แค่ฝัน เธอพยายามเพ่งมองอยู่สักพักก็ยังไม่เห็นหน้าเขาสักทีเพราะเขากำลังก้มศีรษะเพื่อสระผม สระอยู่นานเลยทีเดียว จะสระอะไรนักหนา? ตอนนี้เธอเห็นเพียงรอยสักซึ่งเป็นรูปดวงอาทิตย์ที่ไหล่ด้านขวาเพียงเท่านั้น เธอมีเวลาไม่มากนักเพราะเธอต้องรีบไปแล้ว แต่ก่อนที่เธอจะออกจากห้องไป เธอคิดว่าเธอต้องให้เงินค่าตัวเขาไว้สักหน่อย คงไม่ดีแน่ถ้าเกิดเขาจำหน้าเธอได้แล้วทวงเงินเธอเมื่อพบกันข้างนอก แต่ปารดาจำไม่ได้ว่าตกลงค่าตัวกับเขาไว้เท่าไหร่ถึงหิ้วคนหุ่นแซบคนนี้ขึ้นห้องพักมาได้อย่างง่ายดาย คิดได้ดังนั้นเธอก็หยิบเอาแบงก์พันสามใบขึ้นมาแล้วนำไปวางไว้ที่โต๊ะข้างเตียงอย่างเรียบร้อย เธอคิดว่าแค่สามพันคงพอเพราะอย่างน้อยเขาก็ได้พรหมจรรย์ของเธอไป ถือว่าเจ๊ากันไปก็แล้วกัน
เมื่อวางเงินไว้เรียบร้อยแล้ว ปารดาก็เดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว พอปิดประตูลงปุ๊บ เธอก็พรูลมหายใจออกมาอย่างแรง เธอคิดว่าเธอต้องรีบไปซื้อยาคุมฉุกเฉิน และต้องรีบไปปรึกษาหมอเรื่องป้องกันโรคไว้ก่อน คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ แต่นี่เธอไม่รู้ทั้งหน้าและไม่รู้ทั้งใจเขาเลย ที่สำคัญเขาจะสะอาดรึเปล่าก็ไม่รู้ แค่คิดก็ยิ่งรู้สึกกังวลแล้ว ต่อไปเธอจะไม่เมาจนไม่ได้สติอีกแล้ว แม้ผู้ชายคนนั้นจะงานดี และดูน่ากินมาก แต่ถ้าเธอไม่เมาหนักจนไร้สติ เธอก็คงไม่กล้าลากใครขึ้นเตียงง่าย ๆ แบบนี้เป็นแน่ เฮ้อ...
