บทที่ 2 ผูกปิ่นโต
ร่างบางเริ่มรู้สึกตัวแล้วขยับพลิกกายเข้ามาใกล้เขา เธอยังสะลึมสะลืออย่างคนสติไม่เต็มร้อย หน้าของทั้งคู่ห่างกันแค่เพียงฝ่ามือกั้น
‘อยากผูกปิ่นโต’ นั่นคือความคิดแรกของเขาเมื่อเห็นใบหน้าหวานชัด ๆ เขาคงบ้าไปแล้วที่คิดเรื่องแบบนี้ แต่ทำไมเขาถึงเพิ่งคิดได้นะ พรุ่งนี้เช้าเขาจะลองยื่นข้อเสนอกับเธอดู การผูกปิ่นโตไว้คงดีกว่าการซื้อกินไปทั่วแน่ ๆ อย่างน้อยเขาก็รู้สึกปลอดภัยขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง
“ไม่เคยเหรอ” เขาถามคนที่ยังสะลึมสะลือ
“อือ ไม่เคย”
เธอเอ่ยตอบเสียงแผ่วเบา ส่ายหน้าดิก พร้อมปรือตามองคนถาม ใบหน้าเขาอยู่ใกล้แค่เอื้อมมือ คราวนี้เธอพอจะเห็นเค้าหน้าเขาเลือนราง เธอรับรู้ได้ว่าคนตรงหน้าหล่อเหลาเอาการอยู่เหมือนกัน จัดว่างานดีใช้ได้ เธอยิ้มให้ตัวเอง ขนาดในฝันยังได้ผู้หล่อขนาดนี้ ชีวิตจริงขอให้ได้อย่างนี้ทีเถ๊อะ!! สาธุ...อีกไม่นานเธอคงไม่ต้องโหนคานเป็นสาวโสดอีกแล้ว เธอเอื้อมมือบางไปแตะแก้มสากเบา ๆ
“หล่อจัง แต่ช่วยเบา ๆ หน่อยนะคะ ปิ๊งเจ็บ”
เธอว่าพร้อมส่งยิ้มหวานหยดไปให้เขา มันเจ็บแหละแต่ก็วาบหวามเหลือเกินสำหรับเธอ ถึงจะเจ็บแต่รู้สึกดีเป็นบ้า เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้เขา ทาบทับริมฝีปากสีชมพูระเรื่อของตนเข้ากับริมฝีปากหยักของเขาอย่างที่เคยฝันมาตลอดว่า ถ้ามีแฟนคนแรกจะทำแบบนี้ Kiss เบา ๆ แล้วถอยห่างออกมา จากนั้นก็ใช้มือปิดหน้าตัวเอง ก่อนจะส่งเสียงหัวเราะคิกคักด้วยความเขินอาย
“คริคริ ยายบ้าเอ๊ย!”
ชายหนุ่มที่เพิ่งโดน kiss ไปหยก ๆ ได้แต่นิ่งอึ้ง แบบนี้ก็มีด้วยเหรอเขาไม่เคยเจอ คนร่างสูงระบายยิ้มผ่านทางริมฝีปากออกมา เธอคนนี้ให้ความรู้สึกที่แปลกและแตกต่างออกไป ไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่น ๆ ที่เขาเคยซื้อกินเลยแม้แต่น้อย เจอเธอคนนี้เข้าไป เขารู้สึกติดใจอย่างประหลาด อายุสามสิบสี่ลองเลี้ยงเด็กดูบ้างก็คงไม่เลว
‘ตั้งแต่ได้เธอเขาก็คิดเรื่องผูกปิ่นโตไปหลายรอบแล้วนะเนี่ย’ สงสัยเขาจะติดใจเธอเข้าให้แล้วจริง ๆ
“จูบได้ไหม เคยจูบใครรึเปล่า?”
เขาถามออกไปด้วยความอยากรู้ เธอซิง ก็จริงแต่อาจจะเคยผ่านการมีแฟนมาบ้างก็เป็นได้ ก็คนตรงหน้าทั้งสาวและสวยขนาดนี้ เขาถามเพราะค่อนข้างระมัดระวังตัวเรื่องนี้มาก ปกติเขาจะไม่จูบกับคนแปลกหน้า โดยเฉพาะสาว ๆ ที่เขาใช้เงินซื้อมายิ่งไม่เคยทำ แต่ตอนนี้ในเมื่อเธอถึงขนาดดื่มย้อมใจเพื่อที่จะขึ้นเตียงกับเขา และเขาก็เป็นคนแรกของเธอ ก็ในเมื่อของตรงหน้ามันทั้งสดทั้งใหม่ เขาก็แค่อยากจะลองจูบดูสักครั้ง
“ไม่เคย จูบไม่เป็นสอนหน่อยได้ไหมคะ ในฝันก็ยังดี”
เธอว่าพร้อมยิ้มตาปรือ ชีวิตจริงไม่มีแฟนให้จูบ อย่างน้อยการได้จูบในฝันก็คงไม่เลว แขนเรียวเอื้อมไปโอบรอบคอหนาไว้แน่น เอ่ยกระซิบข้างหูเขาเบา ๆ เป็นภาษาอังกฤษที่กำลังจะได้ใช้บ่อย ๆ ในเร็ววันนี้
“I wanna kiss you.” ว่าแล้วก็หลับตาพริ้มลงในทันที ‘เธอพร้อมแล้ว พร้อมมาก โปรดจูบมาได้เลย’
สิ้นเสียงหวาน เขาก็ไม่รอช้ารีบประกบริมฝีปากเข้าหาริมฝีปากที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงระเรื่อที่แสนยั่วยวนใจในทันที เพียงแค่สัมผัสเบา ๆ ก็รับรู้ได้ถึงความนุ่มลื่น ยิ่งสัมผัสก็พบกับความหวานหอม กลิ่นลมหายใจของเธอให้ความรู้สึกดีอย่างเหลือเชื่อ เป็นกลิ่นที่คละคลุ้งมากับกลิ่นไวน์ เธอคงดื่มไวน์มาเป็นแน่
เขาขยับริมฝีปากจุมพิตเธออย่างเพลิดเพลิน นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้จูบใครสักคน ไม่ใช่ไม่มีให้จูบแต่คนอย่างเขาเลือกที่จะจูบต่างหาก กับเธอคนนี้เมื่อได้สัมผัสแล้วชวนให้เขาอยากจะสัมผัสอีก เขาขบเม้มและดูดดึงริมฝีปากบางอย่างหลงใหล ลิ้นสากค่อย ๆ ขยับรุกล้ำเข้าไปในโพรงปากหวานละมุนอย่างเผลอไผล เฝ้าคลอเคลียกับลิ้นเล็กอยู่ไม่ห่าง เธอเป็นคนหัวไวจูบตอบเขากลับมาด้วยท่าทีเงอะงะ แต่ก็ถูกใจเขาใช้ได้ เด็กคนนี้ไม่เลวเลยทีเดียว และคราวนี้ก็คงไม่จบลงแค่การจูบอย่างเดียวเสียแล้ว แต่เขารู้สึกว่า ‘อยากได้เธออีกรอบ”
ตอนนี้เลือดลมในกายชายสูบฉีดแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมานาน แกนกลางกายพองโตชูชัน มีเส้นเลือดปูดโปนจนเห็นได้ชัดเจน ลูกชายเขาพร้อมชูคอผงาดขึ้นมาอีกครั้งแล้ว รู้สึกว่าวันนี้มันจะคึกคักเป็นพิเศษ อาจเป็นเพราะได้เจออะไรที่ทั้งสดทั้งใหม่อย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อน เขาผละริมฝีปากออก เมื่อเห็นว่าเธอเริ่มหายใจไม่ทัน ก่อนจะกลับมาดอมดมซอกไซ้ซอกคอขาวผ่องที่ส่งกลิ่นหอม กรุ่นกลิ่นกายสาวเย้ายวนใจเขาอย่างมิอาจต้าน เขารู้สึกผ่อนคลายขึ้นมากเมื่อได้สูดดมกลิ่นกายของเธอ ร่างสูงขยับหอมดอมดมลงมายังยอดทรวงอวบอิ่มที่แสนจะพอดีมือ ก่อนจะใช้ปากหยอกเย้าและดูดดึงยอดทรวงสีหวานที่แสนล่อตาล่อใจอย่างอดใจไม่อยู่ ลิ้นหนาเริ่มตวัดเลียไปมาช้า ๆ ก่อนจะเริ่มดูดดึง ขบเม้มเบา ๆ กระทั่งยอดทรวงเธอเปียกชื้น และหดเกร็งตั้งยอดชูชัน เขาจึงบีบมันเสียเต็มมือ แล้วใช้ปากหยักเข้างับยอดทรวงอย่างโหยหาราวกับว่าเขาเป็นทารกน้อยที่หิวกระหายเป็นนักหนา เมื่อหนำใจแล้วก็ผละออกไปสัมผัสกับอีกข้างอย่างเท่าเทียมกัน ขบเม้ม ดูดดึง จนเต้านุ่มหยุ่นที่เคยขาวผ่องกลับมีรอยสีกุหลาบเต็มไปหมด
มือหนาผละออกจากอกอวบ ก่อนจะมุ่งตรงไปสำรวจช่องทางรักของเธอ เพียงสัมผัสก็รับรู้ได้ถึงน้ำหล่อเลี้ยงกลีบกลางกายสาว เขารับรู้ได้ว่าเธอพรั่งพร้อมแล้วในเวลานี้ จึงเอื้อมมือไปหยิบซองฟอยล์สีดำออกมาจากลิ้นชักอีกครั้ง ในขณะที่ปากเขาก็ยังไม่ละออกจากก้อนเนื้อนุ่มหยุ่นที่แสนจะทำให้เขาเพลิดเพลินเจริญใจ กระทั่งหยิบเครื่องป้องกันมาได้เขาจึงผละริมฝีปากออกห่างจากซาลาเปาคู่งาม แล้วใช้ปากฉีกซองฟอยล์ก่อนจะสวมใส่เครื่องป้องกันอย่างชำนิชำนาญเพราะทำอยู่เป็นนิจ
ร่างหนาขยับไปอยู่กลางหว่างขาเรียวสวยของคนที่กำลังนอนเคลิบเคลิ้มรอคอยในสิ่งที่เขากำลังจะมอบให้ เขาจับความเป็นชายที่ชูคอแข็งขึง เข้าไปคลอเคลียกับช่องทางรักที่มีน้ำหล่อลื่นมารออยู่ก่อนแล้ว เธอสะดุ้งเฮือกเมื่อเจ้าลูกชายของเขาแตะสัมผัสทำความรู้จักกับกลางกายสาวอีกครั้ง เขาขยับแกนกลางกายขึ้นลงไปตามร่องรักที่เปียกแฉะ ทำแบบนั้นอยู่สองสามครั้งก่อนจะส่งมันเข้าไปยังช่องทางรักที่เขารู้ว่าทั้งคับและแน่นอย่างระมัดระวัง
“อื้อ”
เธอส่งเสียงร้องออกมาเบา ๆ เมื่อเขาส่งตัวตนของเขาเข้าไปจนสุดทาง ร่างอรชรเริ่มแอ่นกายโค้งดั่งคันสร เขาสอดมือโอบรัดรอบเอวบางไว้แน่นโดยอัตโนมัติ ก่อนที่จะขยับสะโพกสอบเข้าหาร่องรักอย่างเนิบช้า เพื่อให้ได้สัมผัสกับความอุ่นนุ่มในกายสาวอย่างชัดเจน ภายในของเธอทั้งอุ่น ทั้งนุ่ม เมื่อแกนกลางกายของเขาครูดผ่านผิวนุ่มด้านในช่างให้ความรู้สึกที่หวามหวิวและกำซ่าน ร่องรักของเธอตอดรัดเขาเสียแน่นจนแกนกลางกายของเขาแทบจะปริแตก เขาขบฟันแน่นจนเห็นสันกลามนูนขึ้นชัดเจน ก่อนจะเริ่มขยับสะโพกสอบให้เร็วขึ้น เร็วขึ้น แล้วกระแทกกระทั้นจนเธอนั้นหัวสั่นหัวคลอน คนสะลึมสะลือได้แต่ขบเม้มริมฝีปากเพื่อระบายความรู้สึกที่มันสุดจะกลั้นเอาไว้ได้ ใช้มือเรียวกำผ้าปูที่นอนไว้จนเห็นข้อนิ้วขึ้นริ้วสีขาว และเมื่อเธอปล่อยมือผ้าปูที่นอนก็ยับย่นไม่มีดี เธอหรี่ตามองเมื่อเขาหยุด แต่ก็ต้องอ้าปากหวอและร้องออกมาด้วยความตกใจ
“อุ๊ย”
ร่างสูงจับปลายขาเรียวทั้งสองข้างขึ้นสูง ก่อนจะพาดไว้บนบ่าแกร่งของตน และเริ่มขยับสะโพกสอบเข้าหาเธออย่างไม่ปรานี เขาใส่ไม่ยั้งกระทั่งตอนนี้เขาเห็นเธอกัดริมฝีปากแน่นยิ่งกว่าเดิม และในที่สุดเขาก็ส่งเธอไปแตะขอบฟ้าได้ก่อน
“อื้อ..อ๊าย”
เธอส่งเสียงร้องออกมา ภายในกระตุกตอดแกนกายเขาตุบ ๆ จนเขารู้สึกได้ ในขณะที่ร่างสูงยังขยับสะโพกสอบพร้อมเพิ่มความเร็ว และแรงขึ้นเรื่อย ๆ เขากระแทกกระทั้นเข้าหาร่างบางครั้งแล้วครั้งเล่าจนในที่สุดเขาก็แตะขอบฟ้าตามเธอไปติด ๆ เวลานี้เขาได้ปลดปล่อยอย่างที่ใจปรารถนาแล้ว
“อ๊ะ”
เขาฟุบกายลงทาบทับร่างบางอย่างหมดเรี่ยวหมดแรง ลมหายใจของทั้งคู่ประสานกัน ต่างรับรู้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจของอีกฝ่าย ตัวเขาและเธอชื้นไปด้วยเหงื่อ
“พอยังคะ ปิ๊งเหนื่อยแล้วนะ หนักด้วย”
ร่างระหงที่หายใจเหนื่อยหอบ เอ่ยปากถาม เธอเหนื่อยแล้ว สู้ไม่ไหวจริง ๆ รู้สึกอ่อนเปลี้ยเพลียแรงไปหมดแล้ว แค่ฝันยังขนาดนี้ ถ้าทำจริง ๆ จะขนาดไหน ไม่เหนื่อยแย่เหรอ เธอไม่อยากจะคิดเลย คนไม่เคยมีแฟนมาก่อนแบบเธอก็คงได้แค่ฝันสินะ เธอได้แต่นอนยิ้มกริ่มกับฝันอันแสนทะลึ่งตึงตังของตน เธอไม่ได้ลามกนะมันฝันไปเอง เพิ่งรู้ว่าการกินไวน์ทำให้หลับฝันดีแบบนี้ ต่อไปเธอว่าเธอจะกินอีก หุหุ!!
ร่างสูงลุกและขยับแกนกลางกลายออกจากร่องรักอันคับแน่นของเธอ เขาขยับมานั่งลงข้างเตียง แล้วจัดการก้มหน้าลงมือถอดเครื่องป้องกันออกจากแกนกลางกาย ซึ่งเห็นว่ามันยังมีคราบเลือดติดอยู่เล็กน้อย ก่อนจะทิ้งลงถังขยะไปอีกอัน เขาหันกลับไปจ้องมองเธอที่ตอนนี้นอนหลับตายิ้มกริ่ม ไม่รู้ว่าไปโดนตัวไหนมา ยิ้มอยู่ได้นานสองนาน คออ่อนหรืออย่างไรกัน เมามายขนาดนี้ หรือไม่ใช่แค่เมาแต่เป็นเพราะเขาทำให้เธอถูกอกถูกใจ เธอถึงยิ้มได้ รับรองต่อไปเธอได้เจอเขาอีกแน่ คนนี้เขารับเลี้ยงแน่นอน เขามองเธอพร้อมยิ้มน้อย ๆ ก่อนจะลุกขึ้นแล้วเข้าห้องน้ำไปจัดการกับตัวเอง
เมื่อออกจากห้องน้ำเขาก็ล้มตัวลงนอนข้าง ๆ เธอก่อนจะชำเลืองสายตาไปมองเธอที่ตอนนี้นอนขดตัวอยู่ใต้ผ้านวมผืนหนาอย่างเรียบร้อย ดูไร้เดียงสาไม่มีพิษมีภัยแต่ทำไมถึงมาทำงานแบบนี้ได้ ในหัวเขาก่อเกิดคำถามในใจ ปกติเขาไม่ให้ใครนอนร่วมเตียง แต่คืนนี้แปลกไปจากเดิม เขาแค่อยากจะใจดีกับบางคนสักครั้ง ปากหยักยกยิ้มเล็กน้อยก่อนจะบ่นพึมพำ
“พรุ่งนี้ค่อยว่ากันนะคนสวย”
เวลานี้เขาต้องพักแล้ว ยังมีภารกิจอีกมากที่รอเขาอยู่ ว่าแล้วเขาก็หลับตาลงก่อนจะเข้าสู่ห้วงนิทราตามคนข้าง ๆ ไปอย่างง่ายดาย
