บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 1.1

เข้าไปเขียนใบสมัครใหม่อีกครั้งและรอสัมภาษณ์งานเลย

“สวัสดีค่ะพี่ป้อง”กิ่งฉัตรเอ่ยทักทายป้องกูลที่นั่งรออยู่ในห้องประชุม ป้องกูลกวักมือเรียกให้มานั่งที่เก้าอี้ข้างตัว

“สวัสดีครับน้องกิ่ง งงไหมเอ่ยที่ให้มาเขียนใบสมัครใหม่” ป้องกูลเดาใจเธอถูกเพราะสีหน้าของเธอแสดงออกชัดเจนว่าไม่เข้าใจและอยากรู้คำตอบมาก

“ค่ะ”

“พอดีว่าตำแหน่งที่เราจะสมัครมันเต็มแล้ว ก็เลย….จำผู้ชายรูปหล่อคนเมื่อวานที่พี่บอกว่าเป็นบอสได้ไหม บอสเขาขอดูประวัติของเราแล้วเขาสนใจในเมื่อตำแหน่งพนักงานบัญชีไม่ว่างบอสเลยหาตำแหน่งอื่นให้แทน งานหนักหน่อยแต่เงินดีแน่นอน” กิ่งฉัตรยิ้มรับที่มีผู้ใหญ่ใจดีเมตตาหางานให้ทำแม้พนักงานในบริษัทฯ ของเขาจะมากแล้วก็ตาม

“ตำแหน่งอะไรหรือคะ”

“อ๋อ วันนี้บอสเขาจะสัมภาษณ์เราด้วยตัวเองนะ” ป้องกูลไม่ได้ตอบ แต่สิ่งที่เขาพูดทำให้หญิงสาวเกิดอาการประหม่า ไม่มั่นใจในตัวเองเมื่อรู้ว่าเจ้าของบริษัทฯ

จะเป็นคนสัมภาษณ์เธอด้วยตัวเอง

“ไม่ต้องกลัวบอส ใจดีไม่ดุเขา แค่อยากคุยรายละเอียดเรื่องงานที่จะต้องทำ เพราะเราดีลงานกับบอสโดยตรงเลย เดี๋ยวกรอกใบสมัครเสร็จแล้วจะพาขึ้นไปหาบอสข้างบนนะครับ”

สรุปเธอก็ยังไม่ได้คำตอบ ว่ามาทำงาน ในตำแหน่งอะไร รู้เพียงว่างานหนักแต่เงินดี และพีคสุดคือคนสัมภาษณ์งานคือบอส ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัท แม้ป้องกูลจะบอกว่าบอสไม่ดุ ใจดีเป็นกันเอง แต่มันก็ทำให้เธอเป็นกังวลอยู่ดี กิ่งฉัตรหายใจเข้าปอดลึก ๆ แล้วผ่อนลมออกทางปากยาว ๆ สองครั้งเพื่อเรียกสติและกำลังใจให้ตนเอง อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด

 

 

ห้องทำงานของบอส

ป้องกูลพากิ่งฉัตรเดินขึ้นบันไดมายังชั้นสองของบริษัทซึ่งชั้นนี้เป็นห้องโถงกว้าง  มีโต๊ะทำงานนับสิบตั้งเรียงรายอยู่ ตลอดทางป้องกูลแวะทักทายพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานมาจนสุดทางจนมาถึงห้อง

กระจกทึบซึ่งติดป้ายหน้าห้องว่าเตชิต เตมีย์อนันต์ ตำแหน่งผู้จัดการบริษัท

“บอสครับ ผมพาน้องกิ่งมาแล้วครับ” ป้องกูลกระซิบบอก คนที่นั่งพิมพ์งานอยู่บนโต๊ะ ก่อนมาถึงห้องทำงานของเขาว่าหัวใจเต้นแรงแล้ว ยิ่งมาอยู่ในห้องทำงานของเขา ที่เงียบสงัดยิ่งหัวใจเต้นแรงมือเย็นเฉียบจนเส้นเลือดแข็งตัว กิ่งฉัตรยกมือพนมไหว้อย่างนอบน้อมถ่อมตัว เตชิตผายมือไปที่เก้าอี้ด้านหน้าเพื่อเชิญให้เธอนั่งลง

“สู้ ๆ นะ พี่นั่งรออยู่ด้านนอก”ป้องกูลกระซิบบอกก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานของบอสไป

“กิ่งฉัตรใช่ไหม” เสียงแรกก็ทำให้เธอสะดุ้งจนต้องยิ้มเพื่อกลบความเขินอายของตนเองที่แสดงให้เขาเห็นว่าตนเองนั้นโคตรกลัวเขาเลย เตชิตยิ้มมุมปาก

เธอกลัวผม เมื่อเห็นอาการสะดุ้งสุดตัวของเธอ  ผมรู้สึกผิดที่ทำให้เธอกลัวตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบกัน เธอควรจะรู้สึกดีมากกว่านี้ ผมจึงต้องกลับมาตั้งหลักใหม่เพื่อสร้างบรรยากาศอันดีงามระหว่างเรา เมื่อครู่ก่อนที่

เธอจะเข้ามาในห้องผมยอมรับกับทุกคนเลยว่านั่งอ่านข้อมูลในใบสมัครของเธอที่กรอกไว้เมื่อวานซ้ำไปซ้ำมาเบอร์โทรศัพท์ของเธอถูกบันทึกไว้ในเครื่องมือสื่อสารส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว แค่รู้ว่าโสดผมก็โคตรดีใจมากเลย

“ค่ะ”

“ทำไมถึงไม่ทำงานที่ร้านอาหารจีนนั้นแล้วล่ะ” ผมถามถึงความหลัง วันที่รู้ว่ากิ่งฉัตรทำงานที่นั้น

“ร้านอาหารจีน?”

“จำไม่ได้เหรอ ทำไมพี่จำวันนั้นได้ดีเลย”

“เราเคยเจอกันงั้นหรือคะ” กิ่งฉัตรถามด้วยอาการงง ผมจึงต้องรื้อฟื้นความทรงจำให้เธอ

“พูดไงดี อืม…ใช่เราเคยเจอกันโดยบังเอิญ แค่ครั้งเดียวนะ แต่พี่กลับจำมันได้ดี คนแปลกหน้าที่จูงมือกันข้ามถนน”

เธอนิ่งไปสักพัก เป็นสักพักที่ทรมานใจผมเหลือเกิน เธอจะจดจำเรื่องราวระหว่างเราได้ไหม หรือเป็นผมเองที่คิดไปเองคนเดียวและเฝ้ารอคอยว่าสักวันเธอจะกลับมาเจอกันอีกครั้ง

“ที่สี่แยกไฟแดงวันนั้น?” กิ่งฉัตรเอ่ยขึ้น ทำให้รอยยิ้มของผมกว้างขึ้นกว่าเดิมเท่าตัว สุดท้ายเธอก็จำได้

“เป็นบอสเองหรือคะที่ช่วยหนูวันนั้น ขอบคุณมากนะคะและก็ต้องขอโทษด้วยที่ไม่ได้หันไปขอบคุณ วันนั้นหนูรีบมาก” เธอชี้แจงและอธิบายเหตุผล มันเป็นความรู้สึกผิดที่เธอไม่เคยลืม ซึ่งเธอไม่เข้าใจตนเองว่าเหตุใดจึงไม่หันไปกล่าวขอบคุณคนที่ช่วยเหลือ กลับเดินจ้ำอ้าวหนีไปอย่างรวดเร็ว

 “เรียกพี่ดีกว่า เวลาอยู่ด้วยกันไม่ต้องเรียกบอสหรอก”

“ค่ะ เอ่อ บอส…พี่จะให้หนูมาทำงานในตำแหน่งอะไรหรือคะ พี่ป้องยังไม่ได้บอกหนูเลยค่ะ”

“เลขาฯ….ส่วนตัวของพี่” คำตอบของเตชิตทำให้เธอมองหน้าเขาด้วยความตกใจในตำแหน่งงาน และเธอคิดว่าตำแหน่งนี้คงไม่เหมาะกับเธอ จึงคิดจะปฏิเสธ

“หนูคิดว่าตำแหน่งนี้คงไม่เหมาะกับ….”

“เหมาะ พี่คิดว่ามันเหมาะพี่เลยเลือกเรา เขียนลงไปในใบสมัครสิ” ผมขัดจังหวะขึ้นมาก่อนที่กิ่งฉัตรจะ

พูดจบ ผมไม่มีทางให้เธอปฏิเสธเด็ดขาด กิ่งฉัตรจับปากกาและวางลงอยู่หลายรอบเพราะเธอกำลังลังเลใจ

“เงินเดือนอยากได้เท่าไหร่ แจ้งมาได้เลยนะ”

“อืม…หนูไม่เคยทำงานเป็นเลขาฯ ใครมาก่อนเลย….”

“30,000 เป็นไง” ผมเสนอ

“สะ สามหมื่น!? เอ่อ คือหนูว่ามันมากไป สักหมื่นแปดกำลังดี” ผมยิ้มขำอย่างนึกเอ็นดู กิ่งฉัตรน่ารักดูเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตนในสายตาของผม คิดไม่ผิดเลยจริง ๆ ที่รอคอยมาถึงทุกวันนี้

ผมบังคับให้เธอเขียนจำนวนเงินเดือนที่ต้องการตามที่ผมบอก และตำแหน่งงานที่ผมหยิบยื่น ให้ทำโดยไม่สนใจอาการลังเล และไม่เต็มใจของอีกฝ่าย บัดนี้ใบสมัครของ นางสาวกิ่งฉัตร ชลาทิศเสร็จเรียบร้อยสมบูรณ์  และมันได้มา อยู่ในมือผมแล้ว ผมเรียกให้ป้องกูลเข้ามารับเอกสารการสมัครงานไปยื่นให้ฝ่ายบุคคลจัดการต่อ ส่วนกิ่งฉัตรผมยังไม่อนุญาตให้เธอกลับ อ้างว่าจะคุยรายละเอียดเรื่องงานก่อน

“ไปนั่งรอพี่ที่โซฟานั่นก่อนก็ได้ พี่ขอเคลียร์งานบนโต๊ะเสร็จแล้วจะไปคุยงานกับเรา”

กิ่งฉัตรทำตามอย่างว่าง่ายเดินโค้งตัวไปนั่งที่โซฟา ผมอยากจะคุยเรื่องนั้นก็กลัวจะเร็วเกินไป เธอจะรับไม่ได้รอให้ทุกอย่างค่อยเป็นค่อยไปจะดีกว่า ผมเลื่อนแฟ้มงานมาตรงหน้าก่อนจะเปิดทำงานที่ค้างให้เสร็จ แต่ก็แอบถ่วงเวลาเพื่อที่จะได้อยู่กับกิ่งฉัตรนาน ๆ ผ่านไปแล้วยี่สิบนาทีกิ่งฉัตรยังคงนั่งเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ บ้างก็หยิบหนังสือที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาอ่าน บ้างก็เดินไปเข้าห้องน้ำ จนเสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์ดัง มันเรียกความสนใจของผมได้ดีทีเดียว ผมหยุดกิจกรรมบนโต๊ะทำงานเพื่อแอบฟังเธอคุยโทรศัพท์อย่างตั้งใจ ผมพยายามเงี่ยหูฟังเพราะเธอพูดเบามากจนแทบจับใจความไม่ได้ แต่ก็พอเข้าใจ

“กิ่งยังอยู่ที่บริษัท เจกลับไปก่อนเลยก็ได้ รอคุยงานกับเจ้านายอยู่”

เธอคุยกับใคร ใครในสายที่มีชื่อว่า เจ ชื่อนี้ทำให้ผมหงุดหงิดใจไม่น้อยจึงต้องยุติงานที่กองอยู่ตรงหน้าแล้วลุกไปหากิ่งฉัตรที่นั่งเขี่ยหน้าจอโทรศัพท์รออยู่

“เสร็จพอดีเลย ขอโทษทีนะช่วงนี้งานเยอะมาก เลยต้องมีเลขาฯ มาช่วยแบ่งเบางาน” ผมทำท่าบิดขี้เกียจขณะเดินไปหา กิ่งฉัตรยิ้มรับแล้วกดปิดหน้าจอโทรศัพท์เก็บใส่กระเป๋าสะพายของตนเองที่วางอยู่ข้างตัว

“งานเลขาฯ ก็ไม่มีอะไรมากหรอก แค่ช่วยงานพี่เท่านั้นเอง คอยประสานงานกับลูกค้าและพนักงานในบริษัททำตารางนัดหมายในแต่ละวัน หลัก ๆ ก็มีเท่านี้แหละ”

“ค่ะ”

“อาจจะมีบ้างที่ต้องทำงานล่วงเวลา แต่ไม่ต้องกังวลพี่มีค่าโอทีให้”

“ค่ะ”

“แล้วเราติดอะไรตรงไหนไหม เมื่อกี้แฟนโทร. ตามเหรอ” ผมถาม และคาดหวังให้เธอปฏิเสธว่าไม่ใช่แฟน แต่….

“ค่ะ เขาแค่โทร. มาถามว่าจะกลับตอนไหน” กิ่งฉัตรย้ำสถานะว่าเธอมีเจ้าของแล้ว จนผมอึ้งไปชั่วขณะ เพราะมันเกินความคาดหวัง แต่ก็พอเข้าใจว่าเวลามัน

ผ่านมาห้าปีแล้วกิ่งฉัตรเป็นคนน่ารักไม่แปลกที่จะมีคนรัก

“แฟน!? มีแฟนแล้วเหรอ คบกันมานานแค่ไหนแล้ว” ผมคาดหวังในคำตอบอีกครั้ง และคิดไปเองว่ากิ่งฉัตรคงเพิ่งคบกับแฟนได้ไม่ถึงปีหรอก

“หกปีแล้วค่ะ”

“หกปี!? นี่เรามีแฟนมาก่อนหน้าที่จะเจอพี่อีกเหรอ เอ่อ….ขอโทษ”

…..

ต่างฝ่ายต่างเงียบไม่มีใครพูดอะไร ผมเองก็ไม่รู้จะพูดอะไรต่อดีจู่ ๆ ก็เหมือนกับตนเองกำลังกระโดดลงจากหน้าผาสูงชัน ทุกอย่างมันผิดคาดไปหมด เธอมีแฟนแล้วและคบกันมานานก่อนหน้าที่ผมจะเจอเธออีก ผมไม่รู้ว่าตนเองควรจะทำอย่างไรต่อจากนี้ดีระหว่างยกเลิกการจ้างงานหรือจะให้ทุกย่างมันดำเนินต่อไป ก็มันรู้สึกไปแล้วไปคงห้ามไม่ได้

“พี่มีอะไรจะคุยกับหนูอีกไหมคะ แล้วหนูยังจะได้ทำงานเป็นเลขาฯ อยู่ไหม” กิ่งฉัตรถามผม เธอคงรู้สึกสับสนไม่ต่างกัน ผมจ้องหน้าเธอนิ่ง

“เข้างานแปดโมงเลิกงานห้าโมง แต่พี่จะเข้าออฟฟิศเก้าโมงหรือสิบโมงนะแล้วแต่ว่าจะติดธุระที่ไหนไหม”

“ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ”

“ไม่มีอะไรแล้วล่ะ กลับบ้านเลยก็ได้แล้วพรุ่งนี้เจอกันเดี๋ยวพี่จะให้ป้องกูลจัดโต๊ะทำงานให้ใหม่นะ”

“ค่ะ งั้นหนูขอตัวก่อนนะคะสวัสดีค่ะ”

“ครับ”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel