ตอนที่ 1
ตอนที่ 1
หา!?....นี่เราตาฝาดไปหรือเปล่า
แค่แผ่นหลังและเสี้ยวหน้านิดเดียวผมก็สามารถรู้ได้ทันทีว่าผู้หญิงร่างเล็กที่เพิ่งเดินผ่านหน้าเมื่อครู่ แม้เธอจะอยู่อีกฟากฝั่งหนึ่งของตึกก็ตาม ผมก็จำเธอได้ไม่เคยลืม ผู้หญิงที่เผอิญเจอกลางสี่แยกไฟแดงเมื่อห้าปีที่แล้ว ผู้หญิงที่ทำให้ผมกล้ายื่นมือไปจับมือเธอไว้ เพื่อพาข้ามถนนวันนั้น แต่เธอไม่แม้แต่จะเหลียวกลับมามองหรือกล่าวขอบคุณผมเลย เธอเดินลิ่ว ๆ ห่างออกไปอย่างรวดเร็ว ผมตามเธอไปจนเห็นว่าเธอเดินเข้าไปในร้านอาหารจีน ที่อยู่ใกล้ ๆ กัน จึงทำให้รู้ว่าหญิงสาวทำงานอยู่ที่นั้น วันหนึ่งผมตัดสินใจกลับไปที่แห่งนั้น
เพื่อไปตามหา แต่หญิงสาวได้ลาออกจากที่ทำงานนั้นไปแล้ว ผมตัดสินใจช้าไปเพียงสองวันเท่านั้น
ผมเดินอ้อมตึกไปหาเธอทันทีเพราะไม่อยากพลาดโอกาสเมื่อครั้งที่ผ่านมา เธอเดินหายเข้าไปในห้อง ๆ หนึ่ง ซึ่งมันเป็นห้องประชุมของพนักงาน อกข้างซ้ายเต้นแรงกระหน่ำ คล้ายจะทะลุผ่านกระดูกซี่โครงออกมาด้านนอกก็ไม่ปาน ผมยกมือขึ้นทาบอกแล้วลูบปลอบมันเบา ๆ พร้อมเป่าลมออกจากปากเพื่อเรียกสติและรวบรวมความกล้าของตนเอง
เอี๊ยด…เสียงเปิดประตู
สายตาสองคู่เงยขึ้นสบตากันอย่างไม่ตั้งใจ เป็นเธอจริง ๆ ด้วย นี่ผมยังหายใจอยู่หรือเปล่า ผมหาหัวใจตัวเองไม่เจอ ความบังเอิญ หรือพรหมลิขิตที่ทำให้ผมได้เจอเธออีกครั้ง เสียงกระแอมดังขึ้นเบา ๆ เพราะเจ้าตัวหาเสียงของตัวเองไม่เจอ
“อะแฮ่ม ขอโทษครับผมไม่รู้ว่ามีคนอยู่ในห้อง” ผมบอก ก่อนจะเดินอ้อมไปด้านหลังไปเปิดลิ้นชักหาเอกสาร ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะหาเอกสารอะไรดี และหาไปทำไม เธอโค้งศีรษะและยิ้มน้อย ๆ ส่งมาให้อย่างนอบน้อมมีมารยาท
“มาแล้ว ๆ ครับ นี่ครับเอกสารกรอกให้ครบทุกข้อเลยนะครับ” ป้องกูล เป็นพนักงานในบริษัทของผมเอง ป้องกูลไม่เห็นว่าผมอยู่ในห้องนี่ด้วย “อ้าว บอส มาทำอะไรในนี้ครับ”
“เจอแหละ หานี่อยู่ ทำอะไรกันอยู่เหรอ” ผมแสร้งหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลเข้มชูขึ้น และทำเนียน ๆ ถามจะได้ไม่มีใครสงสัย
“อ๋อ น้องกิ่งมาสมัครงานในบริษัทฯ เราครับบอส ผมให้น้องกรอกใบสมัครอยู่”
“อืม” ผมขานรับเท่านั้นก่อนจะเดินถือซองเอกสารสีน้ำตาลติดมือมาด้วย คิดว่ารอให้สองคนนี้ออกจากห้องไปก่อนแล้วค่อยเอามาเก็บไว้ที่เดิม
ตลอดเวลาที่นั่งอยู่ในห้องทำงานผมนั่งจ้องหน้าจอที่กำลังบันทึกภาพกล้องวงจรปิดทั่วทุกมุมของบริษัทโดยเฉพาะห้องประชุมนั้น อยากจะรู้ใจแทบขาดว่าเธอมาสมัครงานในตำแหน่งอะไร เมื่อสามสี่ปีก่อนผมเปิดรับสมัครงานในตำแหน่งต่าง ๆ เพื่อหวังว่าสักวันเธอจะมา
สมัครงานที่บริษัทของผม รอแล้วรอเล่าจนวันนี้วันที่ผมรอคอยก็มาถึง
เมื่อเห็นว่าป้องกูลเดินออกจาห้องประชุมพร้อมกับเธอคนนั้น เขาจ้องหน้าจอจนเห็นเธอเดินออกจากบริษัทไปแล้ว จึงโทรศัพท์ภายในเรียกป้องกูลมาพบเพื่อสอบถามข้อมูลของผู้หญิงคนนั้น
“มีอะไรให้รับใช้ครับบอส”
“ผมต้องการข้อมูลของคนที่มาสมัครงานเมื่อครู่นี้”
“ของน้องกิ่งหรือครับ”
“ใช่”
“ได้ครับ รอแป๊บครับผม” ป้องกูลเรียกเธอคนนั้นว่า น้องกิ่ง งั้นหรือ ผมรู้ชื่อเล่นเธอแล้ว แค่ชื่อเล่นของเธอก็ทำให้ผมอมยิ้มอยู่คนเดียวในห้อง
“นี่ครับบอส น้องกิ่งมาสมัครงานในตำแหน่งพนักงานบัญชีครับ พอดีว่าว่างอยู่ผมเลยคิดจะรับเธอไว้” ป้องกูลบอกผม ซึ่งผมเองแปลกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นเอกสารของเธอ ความเข้าใจผิดมาตลอดสี่ปีที่คิดว่าเธอเรียนจบการตลาดทั้งที่เธอเรียนจบบัญชีมา ผมประกาศ
รับสมัครพนักงานฝ่ายขายบ่อยกว่าพนักงานบัญชีเพราะคิดว่าเธอจะมาสมัครงานในตำแหน่งนี้ ซึ่งผมโกรธตัวเองมาก
นางสาวกิ่งฉัตร ชลาทิศ
อายุ 25 ปี
เกิด 30 ตุลาคม ปีกุน
สถานะ โสด
ภูมิลำเนา กรุงเทพมหานคร
พี่น้อง 0
จบ ปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจการบัญชี
ประสบการณ์ด้านบัญชี สำนักงานบัญชีและทนายความ….มา 3 ปี
เบอร์ติดต่อ 099-456xxxx
“เรียกเธอมาพรุ่งนี้ ให้เธอเขียนใบสมัครใหม่ในตำแหน่งเลขานุการ ผมจะสัมภาษณ์เอง” ผมคิดว่าตำแหน่งนี้น่าจะเหมาะสมกับกิ่งฉัตรที่สุด
“เอางั้นเลยหรือครับบอส เปิดบริษัทมาเกือบห้าปีบอสไม่เคยมีเลขาฯ เลยนะครับ” ป้องกูลแย้ง เพราะเขาทำงานกับเตชิตมาตั้งแต่เปิดบริษัทฯ ใหม่ ๆ จึงทำให้รู้ว่าในบริษัทฯ แห่งนี้ดำเนินไปอย่างไรบ้าง และคนที่ทำหน้าที่เป็นเสมือนเลขาฯ ของเตชิตคือเขา ที่คอยเป็นธุระจัดการทุกอย่างให้ตลอด
“แล้วคิดจะมีตอนนี้ไม่ได้เหรอ”
“ได้ครับ ไม่มีปัญหาอะไรเลย เดี๋ยวผมออกไปโทร.ตามน้องกิ่งให้นะครับ”
ป้องกูลเดินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ออกจากห้องทำงานของเจ้านายหนุ่ม เขารู้ได้ทันทีว่าเจ้านายหนุ่มที่ครองตนเป็นโสดมานานหลายปีกำลังมีความรัก สายตานับสิบคู่จ้องมองเขาเป็นตาเดียว เมื่อป้องกูลได้สติเขาจึงรีบหุบยิ้มแล้วเดินไปที่โต๊ะทำงานของตนเองทันที แม้จะได้ยินเสียงซุบซิบดังมาเป็นระยะ ๆ เข้ามาในหูของป้องกูล เขาก็ไม่สนใจตั้งหน้าตั้งตาทำงานต่อไป
เช้าวันรุ่งขึ้นกิ่งฉัตรเดินทางมาที่บริษัทฯ อีกครั้งด้วยความงุนงงเพราะป้องกูลได้โทรมาแจ้งกับเธอว่าให้
