บท
ตั้งค่า

บทที่ 9 รักต้องเชื่อใจ [2/2]

เขาพูดไปอย่างที่คิด ปัทมาเองก็คิดว่าเรื่องนี้ต้องมีคนในครอบครัวพัทธนันท์รู้สักคน อย่างน้อยก็รู้ว่าพัทธนันท์เครียดเรื่องอะไร เธอจึงบอกพศกรให้รับรู้ แต่ไม่ลงรายละเอียดจนกว่าพัทธนันท์จะเป็นฝ่ายเล่าเอง

“ช่วงนี้พร้อมเครียดๆ เรื่องครอบครัวนะ”

“มีปัญหากับกันต์เหรอ”

“ไม่เชิงมีปัญหา แต่มีเรื่องให้คิดมาก” ปัทมาคุยกับเขาจริงจัง เธอเป็นห่วงเพื่อนมาก “ว่างๆ ชวนพร้อมคุยหน่อยนะคะ เผื่อพร้อมเปิดใจเล่าให้ฟัง พร้อมมันไม่กล้าเล่าให้ป๊ากับม้าฟังกลัวท่านจะคิดมาก อย่างน้อยเวลามีปัญหามีคนอยู่ข้างๆ คงรู้สึกดีขึ้น ตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาลคราวก่อน พร้อมเหมือนคนคิดอะไรตลอดเวลา”

“ปกิติก็โทรคุยกันเป็นประจำ ไม่ยักรู้ว่ามีปัญหา”

“ทำยังกับไม่รู้นิสัยน้องตัวเอง” พัทธนันท์เป็นคนสดใส ชอบสร้างรอยยิ้มเสียงหัวเราะให้กับทุกคน จนเวลาที่มีปัญหาคนเลยไม่รู้

“เดี๋ยวตอนเย็นค่อยชวนไปข้างนอก” พศกรไม่ละสายตาจากคนตรงหน้า “ไปด้วยกันไหม”

“ไม่ไป จะกลับบ้าน”

“อยู่ด้วยกันก่อนสิ คิดถึงอะ” เขายื่นมือไปลูบแขนคนตรงหน้า ไม่วายโดน

ฟาดเข้าเต็มแรง “โอ๊ย เจ็บนะแป้ง”

“พูดไม่รู้จักฟัง” ปัทมายกมือทำท่าจะฟาดอีกที เขาก็รีบยกมือขวาง “จะกลับบ้านได้ยินไหมว่า จะ กลับ บ้าน! เลิกยุ่งสักทีดิ”

พศกรถึงกับสะดุ้งเมื่ออีกฝ่ายเสียงดังใส่ มองตามปัทมาที่เดินสะบัดก้นออกไปตาปริบๆ เมียเขานี่มันดุจริงๆ คอยดูนะจะจัดการให้ร้องขอชีวิตเลย

พัทธนันท์มีความสุขยามได้กินมื้อเย็นกันพร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัว บรรยากาศบนโต๊ะอบอวลไปด้วยรอยยิ้ม ตบท้ายมือด้วยเค้กกล้วยหอมฝีมือแม่ลูกที่ช่วยกันทำตั้งแต่เช้า

พศกรชวนน้องสาวออกมานั่งคุยกันข้างนอกบ้านเพียงลำพัง ชวนคุยสัพเพเหระให้น้องได้ผ่อนคลาย แต่คนเป็นพี่ชายก็คอยสังเกตน้องตลอดเวลา

“แล้วช่วงนี้กับกันต์เป็นไงบ้าง ทุกอย่างโอเคไหม”

“ก็เหมือนเดิม พี่เขาจะขยายอู่ด้วยช่วงนี้”

“ถึงว่าไม่มาด้วย” พสกรพยักหน้า “แต่ไม่มีปัญหาจริงๆ ใช่ไหม”

พัทธนันท์นิ่งชะงักเมื่อโดนถามย้ำ แต่สุดท้ายก็ส่ายหัว “ไม่มี พี่กันต์แค่ไม่ว่าง พร้อมชวนแล้ว”

“มีอะไรก็บอกพี่ตรงๆ ได้นะ เราเป็นพี่น้องกัน” พัทธนันท์เป็นแก้วตาดวงใจของคนในบ้าน ตอนรู้ข่าวว่าน้องเข้าโรงพยาบาลคราวก่อน ทุกคนตกใจและเสียใจกันมาก นึกเป็นห่วงแต่จิตใจของพัทธนันท์

“ไม่มีอะไรที่พี่ไม่เคยทำให้พร้อมจริงไหม”

“จริงค่ะพี่พีช” เธอส่งยิ้มให้เขา ราวกับบอกว่าไม่เป็นอะไร

“ถ้ามีอะไรพร้อมจะรีบบอกพี่เลยค่ะ”

ช่องว่างระหว่างวัยทำให้เราดูเหมือนไม่สนิทกัน แต่เราเป็นพี่น้องที่คุยกันได้ทุกเรื่อง พศกรแก่กว่าน้องเก้าปี เขาเติบโตมาตอนพ่อแม่กำลังสร้างตัว ช่วงที่ยังลำบาก ครั้นพัทธนันท์เกิดมาตอนที่มีพร้อมทุกอย่างเลย ครอบครัวเลยประคบประหงมชนิดที่ว่าแทบไม่ต้องหยิบจับอะไร

พัทธนันท์ไม่กล้าเล่าให้ครอบครัว เหตุเพราะไม่อยากให้ทุกคนตั้งแง่กับกันตรวี เธอกลัว…กลัวว่าครอบครัวจะเกลียดเขา เพราะตอนนี้เธอรักเขาอยู่

กันตรวีอยู่บ้านเพียงลำพังช่วงที่พัทธนันท์กลับบ้านไปเยี่ยมครอบครัว จริงๆ ถ้าไม่ติดงานที่ต้องดู หรือเธอบอกเขาเร็วกว่านี้ เขาคงไปด้วยเหมือนทุกครั้ง เสียงโทรศัพท์ดังตอนที่เขาขับรถทุกครั้ง เห็นรายชื่อคนโทรเข้าแล้วอยากกลอกตามองบน

“ถ้าชวนกูไปกินที่ร้านมึงอีก กูจะด่าให้”

“อย่าพึ่งด่ากูครับ” พลพลรีบเบรกเพื่อน “เพราะวันนี้กูจะไปกินบ้านมึง”

“คือมึงจะกินทุกวันเลยว่างั้น” มันชวนเขากินมาสองวันติดแล้ว ถ้าวันนี้กินอีกคือวันที่สาม

“เออ วันนี้ชิวๆ มองฟ้ามองพระจันทร์”

“ที่บ้านมึงไม่มีให้ดูว่างั้น” กันตรวีเหน็บเนม “แล้วแต่มึงเลย แต่พร้อมไม่อยู่ไม่มีกับแกล้มนะ”

กันตรวีกลับมาถึงบ้าน ล้างจานที่แช่ไว้สองวันเป็นอันดับแรก เขายุ่งมากจนไม่มีเวลาทำอะไรทั้งสิ้น ทุกอย่างต้องทำด้วยความรวดเร็ว ถ้าพัทธนันท์อยู่ก็จะเป็นคนที่เขาทุกอย่าง แต่ยังดีที่เธอทำกับข้าวแช่ไว้ให้เขาได้ไม่ต้องเสียเวลา

กันตรวีทิ้งตัวบนโซฟาอย่างเหนื่อยล้า สายตามองภาพแต่งงานของเราที่อยู่วางอยู่บนชั้น กันตรวียิ้มหยิบโทรศัพท์ต่อสายหาภรรยา

“ค่ะพี่” เสียงหวานของพัทธนันท์เหมือนน้ำชโลมจิตใจ

“ทำอะไรอยู่”

“วันนี้ออกมากินข้าวข้างนอกค่ะ” น้ำเสียงพัทธนันท์ราวกับไม่มีเรื่องอยู่ในใจ “ร้านนี้อร่อย วันที่พี่มารับเรามากินด้วยกันนะ”

“โอเค” ใบหน้ากันตรวีมีรอยยิ้ม สุขใจที่เธอนึกถึงเขาเสมอ

“แล้วพี่กินข้าวยังคะ”

“ยังไม่ได้กิน พึ่งถึงบ้าน” กันตรวีก้มลงถอดถุงเท้า “พลจะมาหาที่บ้านนะ”

“ค่ะ” พัทธนันท์รู้ว่ามาทำไม “พี่อย่าลืมกินวิตามินด้วยช่วงนี้”

“อือ แล้วม้าเป็นไงบ้างดีขึ้นยัง”

“ดีขึ้นค่ะ เวลาขึ้นลงบันไดก็ไม่ค่อยปวดแล้ว พี่มารับเค้าวันอังคารนะ ว่างหรือเปล่า”

“คงออกไปเช้ามืดนะ”

“แล้วพี่ไม่มาอยู่สักวันสองวันเหรอ เค้าบอกล่วงหน้าแล้วนะ”

“คนงานมาทำทุกวัน พี่ต้องอยู่คุมเอง”

“ปกติมีหัวหน้าช่างคุมไม่ใช่เหรอ ก็ไหนว่าจะมีกินร้านนี้ด้วยกัน” น้ำเสียงพัทธนันท์บ่งบอกว่าเริ่มงอน

เขาคิ้วขมวดเมื่อเริ่มคุยกันไม่รู้เรื่อง “เขาไม่เข้ามาทุกวัน พี่ต้องอยู่ดูเอง อู่ก็ยังต้องเปิดทุกวัน”

“นี่ขนาดเค้าบอกล่วงหน้าตั้งหลายวัน พี่ยังเป็นเหมือนเดิม ต้องบอกล่วงหน้า

เป็นเดือนเลยไหมคะพี่ถึงจะมีเวลา”

กันตรวียกมือเสยผมเริ่มหงุดหงิด คุยกันได้ไม่กี่ประโยคพัทธนันท์ก็งี่เง่าใส่อีกแล้ว

“ก็พูดบอกตลอดว่าช่วงนี้ต้องทำอู่ ไม่เข้าใจเลยใช่ไหม” เขาเสียงดังอีกนิดคงตะคอก

ปลายสายนิ่งไปอึดใจแล้วตอบกลับมา “ถ้างานสำคัญขนาดนั้นก็ไม่ต้องมารับเค้าค่ะ เดี๋ยวกลับเองได้”

“พร้อมงี่เง่าอีกแล้วนะ”

“เค้าไม่ได้งี่เง่า แต่พี่จะได้ไม่ต้องเสียเวลาดูงานมารับเค้าไง” เธอได้ยินเสียงถอนหายใจ “พี่กินกับพี่พลเถอะค่ะ แค่นี้นะคะ”

พัทธนันท์ตัดสาย ยิ่งทำให้บันดาลโทสะของกันตรวีพุ่งสูง คนที่เคยเข้าใจกลับไม่เข้าใจกันซะเลย พูดย้ำกี่ครั้งกี่หนว่าต้องทำอู่ แต่ก็ยังเอาแต่ใจจนเหนื่อยใจ

แสงที่สาดเข้ามาผ่านกระจก รู้ได้ทันทีว่าพลพลมาแล้ว กันตรวีกระแทกลมหายใจเฮือกใหญ่แล้วลุกขึ้นไปเปิดประตูให้เพื่อน เห็นมันถือลังเครื่องดื่มลงมาแล้วส่ายหัว

“ทำมาส่ายหัวจะมึง แต่ก็หมดทุกที”

“ตับกูจะแข็งก่อนเห็นลูกโตไหมวะ”

“นานๆ ทีปะวะ มึงก็พูดซะ”

กันตรวีหน้าตึงเดินนำเพื่อนเข้าบ้าน ดื่มแล้วมันก็นอนหลับสบายดี

“เหงาเลยดิมึง เมียไม่อยู่” เห็นหน้ามันหงอยมาสามวันแล้วขอแวะแซวสักหน่อย

“บ้านก็เงียบดี” กันตรวีอารมณ์ยังค้าง

“ดีห่าอะไรล่ะ ตบปาก” เขาอยากตบปากเพื่อนจริงๆ พูดไม่เข้าหูซะเลย แต่วันนี้แปลกหน้ามันดูเครียด “อย่าบอกนะทะเลาะกันอีกแล้ว”

“คิดว่าไง”

พลพลถอนหายใจอย่างเหนื่อยใจ อะไรของมันวะเมื่อวานยังดีกันอยู่เลย เขาไม่อยากจะยุ่ง พูดเตือนมันไม่รู้กี่ครั้งแล้ว ปัญหาก็คงเรื่องเดิมๆ ที่ไม่ยอมปรับตัว หวังจะให้อีกฝ่ายเข้าใจ ปรับเข้าหามันตลอดคงไม่ได้

“กูล่ะปวดหัวกับมึง กลับมาก็ค่อยคุยกันดีๆ ละกัน ผู้หญิงน่ะเขาต้องการเวลา ง้อนิดๆ หน่อยๆ ก็หายงอนแล้ว”

และพัทธนันท์ก็นั่งเครื่องนบินกลับมาเองจริงๆ แล้วต่อแท็กซี่มาที่บ้าน ไม่ได้บอกกันตรวีล่วงหน้าเพราะตั้งแต่วันนั้นก็ไม่ได้คุยกันอีก ทันทีที่มาถึงเธอก็เก็บกวาดบ้านอย่างที่เคยทำ ลานจอดรถเต็มไปด้วยใบไม้ ถังขยะมีแต่ขวดแก้วและก้นบุหรี่ พัทธนันท์ทำโดยไม่นึกบ่นสักคำ

คำพูดของปัทมาทำให้เธอฉุกคิดว่าถ้าเธอเชื่อมั่นในตัวสามี ก็ไม่มีอะไรต้องกลัว กันตรวีไม่เคยวอแว ไม่เคยมีประเด็นเรื่องมือที่สามในตลอดเวลาสี่ปีที่อยู่ด้วยกันมา นั่นเขาถึงเป็นสาเหตุที่เขาไม่มีคนสนิทเป็นผู้หญิง

‘ผู้หญิงในชีวิตมีแค่แม่กับเมียก็พอแล้ว’

คำพูดของกันตรวีในอดีตยังชัดอยู่ในความคิด เธอเคยถามเขาสมัยตอนคบเข้าปีที่สองตอนไปงานเลี้ยงรุ่นกับเขา กันตรวีไม่สนิทสนมกับเพื่อนผู้หญิงคนไหนเลยสักคน คำตอบทุกอย่างมันชัดเจน เธอต้องเชื่อใจเขา

กันตรวีโทรเข้ามาตอนเที่ยงตรง เขาคงรู้ว่าเธอกลับมาจากกล้องวงจรปิด พัทธนันท์หยิบโทรศัพท์กดรับสาย

“กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่”

“เมื่อเช้าค่ะ นั่งเครื่องมาแล้วต่อแท็กซี่” พัทธนันท์บอกไม่ต้องรอให้เขาต้องถาม

“แล้วทำไมไม่โทรมาบอก”

“คิดว่าทำงานอยู่เลยไม่อยากกวนค่ะ”

“อีกแล้วนะพร้อม จะประชดไปถึงไหน” กันตรวีกระชากเสียง

“เค้าไม่ได้ประชด” พัทธนันท์เองก็น้อยใจ ดูเหมือนจะพูดอะไรก็มองว่าทำไม่ดี “เค้าประชดตรงไหน”

“แบบนี้นี่แหละเรียกประชด”

เธอไม่อยากเถียงต่อ เลยเปลี่ยนเรื่องชวนคุย “ในตู้เย็นไม่เหลืออะไรเลย ตอนเย็นพี่พาไปซื้อของได้ไหมคะ”

“อือ หกโมงเตรียมตัวไว้เลย”

“ค่ะ” เธอคิดว่าคงต้องคุยเรื่องนั้นให้จบๆ ไปสักที “เค้ามีเรื่องจะคุยด้วยค่ะเย็นนี้ขอเวลาด้วยนะคะ”

“อือ”
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel