บท
ตั้งค่า

บทที่ 10 อย่าปล่อยให้รักทำร้ายตัวเอง [2/2]

พัทธนันท์ฟังแล้วรู้สึกเอะใจ ใครก็บอกว่าเราต้องเป็นตัวของตัวเองไม่ใช่เหรอ

“ไม่เข้าใจเหรอ” พัทธนันท์พยักหน้าเขาคงอ่านความคิดเธอออก “ที่ใครเขาบอกว่าให้เป็นตัวของตัวเองน่ะมันก็จริง”

“…”

“เพื่อนพี่อะ มันเป็นตัวเองมากเกินไป จนเหมือนบังคับคนอื่นให้เห็นด้วย การพูดตรงๆ แรงๆ จนเหมือนตัวเองเป็นที่ตั้ง” พลพลมองเธอที่ยังขมวดคิ้วอยู่

“คิดว่าโลกหมุนรอบตัวเอง”

เมื่อเห็นว่าพัทธนันท์ยังส่ายหัว พลพลถึงกับหัวเราะ

“ช่างมัน อย่าเอาคำพูดพี่ไปคิดให้มันปวดหัวเลย” เขาเพียงหัวเราะเบาๆ “แต่พร้อมเป็นพร้อมแบบนี้แหละดีแล้ว”

“ยังไงคะพี่พล”

“ยอมไอ้กันต์ไง” พลพลไม่ได้คิดในทางชู้สาวกับเธอ แค่พูดคุยเหมือนพี่ชายสอนน้องเท่านั้น

“นี่ถ้าพร้อมไม่ยอม ร้อนใส่กันนะ บ้านคงแตกไม่อยากจะนึกภาพ”

คราวนี้พัทธนันท์เข้าใจจนหัวเราะออกมา “พี่พลไม่รู้อะไร บางทีพร้อมก็เป็นน้ำมัน”

“ไม่เชื่อ”

“จริงๆ” เธอพยักหน้ารัวยืนยันว่าเรื่องจริง “แต่พร้อมคิดว่าในชีวิตคู่อะไรยอมอดทนได้ก็อดทน ประคับประคองให้ดีที่สุด”

พลพลชื่นชมพัทธนันท์ในใจ เห็นตัวเล็กๆ แบบนี้แต่เก่งมาก “รักไอ้กันต์มากเลยสิ”

“ที่สุดค่ะ” เธอตอบเหมือนไม่คิด พอนึกได้ว่าพูดอะไรออกไปแก้มทั้งสองก็เริ่มแดงจนพลพลหัวเราะ

“พี่เชื่อ แต่ก็ปัญหาทุกอย่างมันลดได้ด้วยการพูดคุยนะ ถ้าไม่คุยกันก็ไม่มีทางเข้าใจ ปัญหาก็ไม่จบไม่สิ้น”

คนฟังพยักหน้าเข้าใจ คู่ของเธอน้อยมากที่จะเปิดใจพูดคุยกันจริงจัง หลายครั้งกำแพงเขาสูงจนเธอปีนไม่ถึง แต่บางครั้งกำแพงที่ว่านั้นมันหายไป แสดงออกเยอะจนลืมความรู้สึกอีกฝ่าย

“มีคนพูดแบบนี้กับพร้อมมาสองคนแล้ว แปลว่ามันคือปัญหาของพร้อมกับพี่กันต์จริงๆสินะคะ”

“บางเรื่องคนนอกเขาเห็นได้ชัดกว่าน่ะ”

พลพลแน่ใจว่าเพื่อนรักผู้หญิงตรงหน้ามาก ไม่งั้นมันคงไม่ขอแต่งงาน แต่ดูเหมือนรักของมันจะทำร้ายตัวเองไม่รู้ตัว

“พี่พลเป็นไลฟ์โค้ชปะเนี่ย” ได้คุยกับพลพลทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นมาก ได้คิดอะไรเยอะแยะไปหมด “มีสาวๆ บ้างยังคะ”

พลพลหัวเราะกับคำแซว คุยกับพัทธนันท์แล้วมีเสียงหัวเราะตลอด “โค้ชไม่ลงสนามครับ”

คราวนี้เสียงหัวเราะทั้งคู่ดึงความสนใจคนทั้งโต๊ะให้มันมามอง กันตรวีขมวดคิ้วเมื่อเห็นภรรยาหัวเราะยิ้มแย้มกับพลพล ถึงรู้ว่าทั้งคู่สนิทกันก็รู้ไม่ชอบใจกับภาพตรงหน้า ยิ่งเสียงหัวเราะที่ได้ยินดูเหมือนพัทธนันท์ลืมการวางตัว

“ไอ้พลทำไมมึงสนิทกับเมียไอ้กันต์จังวะ” ได้จังหวะที่พัทธนันท์ลุกไปเข้าห้องน้ำ เพื่อนคนที่นั่งเยื้องกับกันตรวีที่เมาเริ่มไม่ได้สติก็เริ่มพูด “มึงคิดอะไรกับเมียเพื่อนปะวะ”

บรรยากาศบนโต๊ะเงียบราวกับมีคนกดสวิตช์ พลพลขมวดคิ้วเป็นปมกับคำพูดของเพื่อน

“กูถามจริง ก่อนถามมึงใช้หัวสมองมึงคิดหรือเปล่า” พลพลเสียงดังเต็มไป

ด้วยความโมโห “กูรู้ว่าเป็นเมียเพื่อน กูยังมีสมองจิตใต้สำนึก แล้วกูสนิทกับพร้อมแล้วมันผิดอะไรวะ กูรู้จักมาตั้งแต่มันสองคนคบกัน”

คราวนี้คนเมาหน้าเสีย เริ่มได้สติกลับคืนมา

“คนที่มึงควรตั้งคำถามคือเพื่อนมึง ไอ้กันต์!” พลพลเหลือบสายตามองเจ้าของชื่อ “ไอ้เชี้ยมีที่ไหน เจอเพื่อนแล้วลืมเมีย เดินไปนั่งหน้าตาเฉยทิ้งเมียตัวเองยืนงง ”

อารมณ์พลพลมาเต็ม “ถ้ารู้ว่าเมาแล้วปากพล่อยก็ไม่ต้องแดก พูดอะไรออกมาควรคิดหน่อย เขาจะมีปัญหากันกับคำพูดของมึง”

พลพลลุกพรวดเดินออกไปอย่างอารมณ์เสีย ทิ้งให้คนบนโต๊ะมองหน้ากันอย่างเลิ่กลั่ก บรรยากาศบนโต๊ะยังเงียบจนไกด์ที่นั่งข้างกันตรวีต้องเป็นคนจัดการ

“ไอ้นายมึงก็พูดไม่รู้จักคิดวะ คำพูดมึงจะทำให้เพื่อนมีปัญหากัน” ไกด์ไม่อยากให้เพื่อนมีปัญหา แต่ผิดก็ว่าไปตามผิด “มึงผิด ก็ขอโทษไอ้กันต์มันซะ”

“เออกูขอโทษวะไอ้กันต์”

กันตรวีได้แต่นั่งนิ่งยกแก้วเครื่องดื่มเหมือนไม่รู้อะไร แต่ในหัวขบคิดอะไรบางอย่าง ที่เขาไม่แน่ใจว่าความคิดแบบนี้มันมีเข้ามาได้อย่างไร

พัทธนันท์เดินออกจากห้องน้ำ เป็นจังหวะเจอดลภาที่กำลังเดินเข้ามาพอดี

“สวัสดีน้องพร้อม” ดลภายิ้มทักทาย มองพ้นไปข้างหลังก็เห็นกันตรวีเปิดประตูออกมาพอดี “อ้าวกันต์”

พัทธนันท์หันไปมองบ้าง เขายิ้มให้ดลภาเล็กน้อยแล้วมองหน้าภรรยที่จ้องเขาอยู่

“พี่จะกลับแล้วเหรอ”

“เปล่า จะไปเข้าห้องน้ำ”

แล้วเขาก็เดินผ่านพ้นไป ทิ้งให้ผู้หญิงสองคนไว้ที่เดิม ดลภาที่เห็นว่าเธอกำลังเดินกลับเข้าไปข้างในก็ชวนเดินไปพร้อมกัน บรรยากาศบนโต๊ะผิดแปลกจากตอนแรกจนพัทธนันท์ฉงน

“ทำไมเงียบกันจัง” เป็นดลภาที่ถามเพื่อนๆ ของตัวเอง “มีอะไรหรือเปล่า”

“ไม่มีอะไร ไหนตอนแรกบอกว่าจะไม่มา” ไกด์ชวนคุยไม่อยากให้เสียบรรยากาศ

“พอดีเหงาอะก็เลยมา” ดลภาทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ตัวที่ว่าง “แต่วันนี้ไม่ดื่มนะต้องขับรถกลับเอง”

ดลภาสนิทคุ้นเคยกับเพื่อนกลุ่มนี้ดี ถึงจะเป็นผู้หญิงคนเดียว ที่เธอเข้ากลุ่มนี้ได้เพราะคบกับกันตรวี แต่หลังจากที่เลิกกับเขา เพื่อนก็ส่วนเพื่อน มิตรภาพของเรายังอยู่

พัทธนันท์กลับมานั่งที่เดิม ก้มหน้าเล่นโทรศัพท์พยายามไม่สนใจผู้หญิงคนนั้นที่มานั่งแทนที่พลพล เธอสลัดความคิดพวกนั้นทิ้งไปแล้ว พัทธนันท์ไม่อยากเก็บมันมาคิดอีก

“อาหารร้านพลอร่อยทุกอย่างเลยเนอะพร้อม”

“อ๋อค่ะ” พัทธนันท์เงยหน้าตอบ ชวนคุยกลับไม่ให้เสียมารยาท “พี่เดียร์ลองกินยำหมูยอไข่เค็มดูสิคะ อร่อยนะ”

ดลภาตักอาหารกินตามพบว่ามันอร่อยจริงๆ “อร่อยอะ”

“พี่เดียร์ไปอยู่ต่างประเทศมานานคงคิดถึงอาหารไทยมาก”

“คิดถึงนะ จริงๆ ที่นู่นก็มีขายแต่รสชาติมันไม่ถึงอะ สู้ที่บ้านเราไม่ได้”

พัทธนันท์เก็บโทรศัพท์พยักหน้าเห็นด้วย “พี่เดียร์กินปลาร้าไหม จานนี้เด็ดมาก”

“ไหนขอลองหน่อย” ดลภาให้ช้อนตักเส้นมะละกอเข้าปาก แค่ได้ชิมก็ตาวาว “อร่อยอะ เราสองคนน่าจะชอบรสเดียวกัน”

คนฟังยิ้มจนตาหยี กันตรวีที่เดินกลับเข้ามาเห็นเข้า รู้สึกแปลกที่ผู้หญิงสองคนนั่งคุยกัน เขาเลยย้ายมานั่งข้างภรรยา

“พี่สูบบุหรี่มาเหรอ” พัทธนันท์แสบจมูกได้กลิ่นบุหรี่ที่ติดเสื้อผ้าเขามา

“อือ” เขามองพ้นไปที่ดลภา “คุยไรกันอยู่”

“ชวนพี่เดียร์ชิมอาหารค่ะ” พัทธนันท์รีบตอบรู้สึกดีใจที่เขาคุยด้วยแล้ว “พี่เดียร์บอกว่าพร้อมน่าจะชอบรสเดียวกัน”

“คุยเรื่องอาหารน่ะ” แม้พยายามยอมรับความจริง แต่เธอยังรู้สึกเจ็บใจเวลาสองคนอยู่ด้วยกัน

“แล้วเดียร์ไม่ดื่มเหรอ เอาปะเหล้าหรือเบียร์”

“ไม่กิน เราต้องขับรถ”

กันตรวีพยักหน้าพลางยกแก้วขึ้นมาดื่ม นึกงงกับตัวเองว่าทำไมมานั่งตรงนี้ คงรู้สึกแปลกๆ ที่เห็นคนรักกับอดีตคนรักคุยอย่างเข้ากันได้ดี หรือจริงๆ เขากลัวว่าความลับที่ตัวเองโกหกจะเปิดเผยเลยมานั่งกันท่าไว้ คนโดนฤทธิ์แอลกอฮอล์เล่นงานเริ่มไม่รู้ตัวเอง

“ไอ้กันต์มีเคล็ดลับอะไรวะ” นายคนเมาที่ลอบมองสังเกตทุกอย่าง

“อะไรของมึง” เขาย้อนถามทั้งที่ไม่อยากคุยกับมัน

“เคล็ดลับที่ทำให้เมียเก่ากับเมียใหม่เป็นเพื่อนกันได้” มันยังพูดต่อ

“เมียมึงคงใจกว้างมากเลยสิท่า หาจากไหนวะบอกกูบ้าง ชอบจริงๆ แถมยังสนิทกับเพื่อนผัวอีก”

พลพลที่เปิดประตูเข้ามาได้ยินทั้งหมด เขาหัวร้อนรีบเข้าไปหาคนพูดแต่ช้าไปสำหรับกันตรวีที่ลุกตัดหน้าปรี่เข้าไปซัดหมัดเข้าหน้าเจ้าของคนพูดทันที

“ไม่มีอะไรจะพูดแล้วเหรอมึง! เป็นเหี้ยอะไร! ” เพื่อนคนอื่นรีบลุกขึ้นมาห้าม ดึงกันตรวีที่คร่อมต่อยคนข้างล่างไม่ยั้งมือ ในขณะที่พัทธนันท์พึ่งได้สติจากคำดูถูก รีบลุกเข้าไปห้ามกันตรวีอีกคน

“พี่กันต์พอแล้ว” เธอพยายามดึงแขนเขาไว้ แต่กันตรวีตอนนี้อะไรมาฉุดก็เอาไม่อยู่

“สองรอบแล้วนะมึง คิดว่ากูจะปล่อยให้พูดเป็นครั้งที่สามเหรอ”

กันตรวีเองก็ขาดสติเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ ปัดป้องมือทุกคนแล้วกำหมัดเต็มกำลังใส่คนใต้ร่าง พร้อมสาดวาจาด่าถอไม่หยุด

“ไอ้กันต์พอแล้วมึง” พลพลรวบรวมแรงทั้งหมดยกตัวเพื่อนออกมา ส่วนพัทธนันท์รีบเข้าตัวเข้าแทรกจับมือเขาหวังให้เขาใจเย็น

“ไม่เอาแล้วพี่ พอแล้ว” เธอไม่เคยเห็นกันตรวีในหมวดนี้ เขาน่ากลัวแรงเยอะขนาดที่ผู้ชายสามสี่คนก็ห้ามไม่อยู่ มือที่จับถูกเขาปัดทิ้ง กันตรวีหายใจแรงพยายามสงบสติอารมณ์

“ใจเย็นไอ้กันต์ หายใจเข้าลึกๆ” พลพลตบอกเพื่อน “มึงใจร้อนไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น รวมถึงใช้กำลังด้วย ใจเย็นไว้”

พัทธนันท์คอยเอาใจช่วยเขาถึงตอนนี้เขาจะดูน่ากลัวในสายตาเธอ กันตรวีได้เปรียบที่ตัวสูงใหญ่กว่าคู่กรณี เสียงเรียกสติคนที่นอนอยู่ดึงเธอต้องหันไปมอง พัทธนันท์เบิกตาโตช็อก ครั้นเห็นเหมือนสภาพหน้าคนที่โดนเขาจัดการเต็มไปด้วยเลือด เธอทรุดตัวลงอย่างหมดแรง ได้เห็นสิ่งที่กันตรวีทำมันโหดร้ายเกินไป เขาทำทุกอย่างเกินกว่าเหตุ

“ไกด์รีบเอาไอ้นายไปโรงพยาบาลเถอะว่ะ”

กันตรวีที่เห็นภรรยาทรุดนั่งร้องไห้สลับกับมองคนที่โดนหามออกไป เขาสลัดตัวออกจากทุกคนเข้าไปดึงแขนพัทธนันท์ให้ลุกขึ้น

“กลับบ้าน”

พัทธนันท์ร้องไห้เร่งเท้าเดินตามแรงกระชากจนอีกฝ่ายจนมาถึงรถ กันตรวีก็รีบสตาร์ทแล้วขับออกไปทันทีไม่สนเพื่อนที่วิ่งตามมาด้วยความเป็นห่วง

“พี่ไม่น่าทำแบบนั้นเลย” ภาพหน้าที่เต็มไปด้วยเลือดยังติดตา “ถ้าเขาแจ้งความขึ้นมาจะทำยังไง”

“แจ้งก็แจ้งดิ ไม่กลัว” อารมณ์เขาร้อนไม่สนใครหน้าไหนทั้งสิ้น “เสือกปากหมาเองช่วยไม่ได้”

กันตรวีเหยียบขับเร่งขับรถที่สุดในชีวิต เสียงร้องไห้ของคนนั่งข้างยิ่งเพิ่มบันดาลโทสะ เขาขับปาดรถทุกคันอยู่บนท้องถนน ให้มาถึงบ้านให้เร็วที่สุด
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel