บทที่ 2 ตัวแทน
บารมีเอ่ยร้องขอบุตรสาวออกไปพร้อมสายตาเว้าวอน ถ้าไม่ได้มิลันตามาช่วยคงได้เดือดร้อนกันหมดเป็นแน่ ผู้เป็นพ่อมีสีหน้ากระอักกระอ่วนใจ มิลันตาไม่เคยทำให้ท่านผิดหวังเลยสักครั้ง แม้จะเป็นลูกสาวคนเล็กแต่ก็เป็นคนที่สู้งาน มีเหตุมีผล เลี้ยงง่าย ไม่เคยดื้อ แตกต่างจากพี่สาวอย่างมุขรินทร์นัก มุขรินทร์นั้นทั้งดื้อรั้นและเอาแต่ใจเป็นที่สุด ดูอย่างวันนี้ที่นึกจะหนีงานแต่งก็หนีไปเสียดื้อ ๆ ทำเอาท่านแทบจะเส้นเลือดในสมองแตกตายอยู่รอมร่อ เพราะอีกไม่กี่ชั่วโมงพิธีหมั้นก็จะเกิดขึ้นแล้ว ท่านไม่รู้จะไปตามตัวมุขรินทร์มาได้อย่างไร บทจะรักจะชอบธาวิตก็รักชอบขึ้นมาเสียเฉย ๆ บทจะเบื่อก็ทิ้งเขาไปไม่บอกกล่าว ท่านไม่เข้าใจลูกสาวคนโตเลยจริง ๆ
มิลันตาเมื่อได้ฟังคำจากบิดาก็ชะงักงันไปเล็กน้อย ก่อนจะกอดบิดาไว้แน่น สีหน้าเธอมีความกังวลอยู่ไม่น้อย แต่เธอไม่อยากให้บิดาต้องกังวลไปมากกว่านี้
“คุณพ่อแน่ใจหรือคะว่าพี่มุกหนีไปจริง ๆ ลองโทรหาพี่มุกหรือยังคะ”
คุณบารมีพยักหน้า
“หรือบางที พี่มุกอาจจะอยู่กับพี่ไท่แล้วลืมมือถือไว้ที่ไหนสักแห่งก็ได้นะคะ พ่อลองโทรถามพี่ไท่ดูสิคะ”
มิลันตาลองถามบิดา บางทีเวลานี้มุขรินทร์อาจจะอยู่กับธาวิตก็เป็นได้
“พี่เขาไปแล้วจริง ๆ มิ พ่อตื่นมาเรียกมุกตั้งแต่ตีสามเพราะช่างแต่งหน้ามารอแต่งหน้า แต่มุกไม่อยู่ในห้อง พ่อก็ตามหาจนทั่วแล้ว แต่ก็ไม่เจอ โทรหาหลายรอบก็ปิดเครื่อง ลองโทรหาไท่แล้วไท่ก็เพิ่งตื่น ยังถามพ่อกลับมาเลยว่ามุกตื่นรึยัง พ่อเลยบอกว่ากำลังแต่งหน้าอยู่ พ่อให้คนของพ่อเช็คที่สายการบินแล้วปรากฎว่ามุกขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพฯ ไปแล้ว”
“หา นี่พี่มุกกลับกรุงเทพฯ ไปแล้วเหรอคะ” มิลันตาร้องออกมาเสียงดัง เธอไม่อยากจะเชื่อ พี่สาวเธอจะหนีออกจากไร่ชาไปตอนไหน ไปกับใครกันแน่
บารมีพยักหน้ารับ ก่อนจะเอ่ยบอกต่อไปว่า
“ขึ้นเครื่องไฟล์ทสุดท้ายของเมื่อคืน พ่อก็ไม่รู้ว่าแอบไปตอนไหน เห็นบ่นว่าอยากเข้านอนแต่หัวค่ำเพราะอยากสวยที่สุดในวันแต่งงาน แล้วหนีไปเสียดื้อ ๆ แบบนี้ มิ..มิช่วยพ่อก่อนได้ไหม พ่อไม่อยากให้ไท่กับคุณพริ้มเพราท่านเสียชื่อเสียง พวกเขาช่วยเหลือเรามาตลอด เราไม่ควรทำให้เขาเสียชื่อเสียงนะลูก”
“ถ้าพ่อต้องการแบบนั้นมิก็จะทำให้ค่ะ ว่าแต่ถ้ามิเป็นเจ้าสาวแทนพี่มุกนี่พี่ไท่เขาจะไม่อาละวาดใช่ไหมคะ”
เธอถามบิดาออกไปด้วยความกังวล
“ไท่เขาต้องเข้าใจ พ่อจะอธิบายให้ไท่และย่าของเขาเข้าใจเอง มิไม่ต้องห่วง”
“ค่ะ งั้นมิจะเป็นเจ้าสาวชั่วคราวให้ก็ได้ค่ะพ่อ ”
เธอบอกบิดาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น คำน้อยนิดมิลันตาไม่มีบ่นออกมาจากริมฝีปากบางระเรื่อของเธอแม้แต่น้อย สำหรับเธอแล้วหากเธอยอมแล้วทำให้พ่อสบายใจ หากเธอยอมแล้วทำให้เขาไม่ต้องเสียชื่อเสียง เธอก็จะทำให้สุดกำลังความสามารถเท่าที่เธอจะทำได้
“พ่อจะบอกไท่ให้ลองพิจารณามิดูนะ มิของพ่อทั้งสวย ทั้งเก่ง ทั้งน่ารัก พ่อว่าไท่ต้องรักมิได้ไม่ยากแน่ ๆ”
ท่านเอ่ยบอกลูกราวกับเป็นการปลอบโยน ด้วยรู้ดีมาตลอดว่ามิลันตานั้นเฝ้ามองว่าที่พี่เขยมาตั้งแต่เด็ก แต่เขากลับเลือกมุขรินทร์ผู้เป็นลูกสาวคนโต ทำให้มิลันตาต้องผิดหวังและเสียใจอยู่ช่วงหนึ่ง แม้เรื่องมันจะเกิดมานานแล้ว แต่คงเป็นรักแรกที่ฝังใจของลูกสาว ปัจจุบันมิลันตาในวัยยี่สิบหกปีแม้จะมีหนุ่ม ๆ มาขายขนมจีบมากมายแต่เธอก็ยังไม่ยอมคบใครจริงจังสักคน
“ที่มิช่วยเพราะต้องการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อนเท่านั้นเองค่ะพ่อ พ่อก็รู้ว่าพี่ไท่ไม่ค่อยชอบขี้หน้ามิเท่าไหร่ นี่ก็คงคิดว่ามิหาผู้ชายให้พี่มุกอีกแน่ ๆ ค่ะ และการเข้าพิธีแทนก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นเจ้าสาวของเขาจริง ๆ สักหน่อยนี่คะ ที่สำคัญมิคงไม่ใช้ผู้ช่วยร่วมกับพี่มุกหรอกค่ะพ่อ พี่ไท่ก็เหมือนพี่ชายเห็นกันมานานมิเองก็รู้สึกผิดกับเขาเหมือนกันนะคะที่พี่มุกทำกับเขาแบบนี้”
เธอบ่นอุบในขณะที่ยังซุกซบอยู่กับอ้อมอกอันอบอุ่นของผู้เป็นบิดา ท่านลูบศีรษะเธออย่างปลอบโยน
“เชื่อพ่อสิ พ่อมั่นใจว่านี่มันคือชะตาฟ้ากำหนด ทำให้มุกต้องหนีไป ทำให้มิได้มาเป็นเจ้าสาวของไท่แทนยังไงล่ะ เพราะมิคือคนที่ใช่สำหรับไท่”
“พ่อคะ พอเถอะค่ะ ยังไงมิก็ช่วยแน่ ๆ แต่มิไม่ยอมใช้ผู้ชายคนเดียวกับพี่มุกแน่ ๆ ค่ะ สวย ๆ อย่างมิต้องนักธุรกิจหมื่นล้านเท่านั้นถึงจะคู่ควรค่ะพ่อ คริคริ เอ่อ แล้วไหนพ่อบอกว่าช่างแต่งงานมารอแล้ว พ่อให้พวกเขารอที่ไหนเหรอคะ”
เธอเอ่ยถามบิดาพร้อมชะเง้อคอมองหาช่างแต่งหน้าที่มารอตั้งแต่ตีสาม
“รออยู่ในห้องว่างข้างบน มิไปแต่งหน้าแต่งตัวเลยนะลูก ส่วนกำหนดการก็ตามการ์ดเชิญนี่แหละ ฤกษ์หมั้นเก้าโมงตรง”
ผู้เป็นพ่อเอ่ยบอกพร้อมยื่นการ์ดให้มิลันตา เธอรับมันได้แล้วยิ้มรับ
“ค่ะ งั้นมิขอไปคุยกับผู้จัดการของมิก่อนนะคะพ่อ มิขอแจ้งพี่เดซี่สักนิด เดี๋ยวจะโกรธเอา”
ว่าแล้วเธอก็ออกไปโทรหาผู้จัดการ แค่เพียงเธอบอกว่าเธอต้องเข้าพิธีแทนพี่สาว เสียงที่ได้รับกลับมาทำให้เธอต้องรีบเอาโทรศัพท์ออกห่างจากหูในทันที ก็พี่เดซี่ทำเสียงดังไม่เกรงใจแก้วหูของเธอบ้างเลย
“น้องมิจะบ้าเหรอคะ ยายมุกสร้างเรื่องยายมุกก็ต้องรับผิดชอบเอง เรื่องนี้มันเกี่ยวอะไรกับน้องมิไม่ทราบ การแต่งงานแทนพี่สาว ตลกรึเปล่าคะเนี่ย พี่เดซี่ไม่ขำด้วยนะคะ มันไม่ใช่ละครน้ำเน่าที่น้องมิแสดงนะคะ พี่จะ”
ผู้จัดการยังพูดไม่ทันจบเธอก็ชิงขออธิบายก่อน
“ไม่ตลกค่ะพี่เดโช เอ๊ย เดซี่ พอดีว่าพี่มุกหนีไปจริง ๆ คะ มิเองก็ไม่อยากให้พ่อต้องเสียหน้า แล้วทางฝ่ายพี่ไท่อีกเขาจะหน้าไปไว้ไหน เขาจะเสียหายขนาดไหน แค่แต่งหลอก ๆ เอาหน้ารอดไปก่อนเท่านั้นเองค่ะพี่เดซี่”
“แล้วแขกเยอะไหมคะ ถ้าเกิดมีคนจำหน้าน้องมิได้ขึ้นมาจะทำยังไง น้องมิก็จะเสียชื่อเสียงเหมือนกันนะคะ ใช่ว่าคนอื่นจะมีชื่อเสียงให้เสียอยู่ฝ่ายเดียว ถ้าเกิดข่าวรั่วขึ้นมาก็แย่เข้าไปใหญ่นะคะ”
ผู้จัดการของดาราสาวบ่นอุบ
“จริง ๆ มิกับพี่มุกก็หน้าคล้ายกันอยู่มากนะคะพี่เดซี่ เราอายุห่างกันแค่สองปีใคร ๆ ก็ทักว่าเหมือนคู่แฝด บางคนยังทักผิดทักถูกเลยค่ะ เพราะฉะนั้นมิคงไม่เสียหายอะไรหรอกมั้งคะ”
“เฮ้อ งานไม่ใหญ่แน่นะน้องมิ”
เดซี่ถามด้วยความเป็นกังวล
“งานไม่ใหญ่ค่ะพี่เดซี่ งานเล็ก ๆ สบาย ๆ มีแต่คนกันเองทั้งนั้น”
“ก็ได้ค่ะ นี่พี่เห็นแก่คุณพ่อของน้องมินะคะ พี่ยอมก็ได้ค่ะ โชคดีที่สัปดาห์นี้พี่เดซี่ให้น้องมิหยุดยาวเลยไม่ได้รับงานไม่งั้นแย่เลยค่ะ”
“ค่ะ มิแค่แจ้งพี่เดซี่ไว้ก่อน อ้อ เรื่องนี้มิไม่ได้บอกใครนะคะ ดังนั้น มิจะเนียน ๆ เป็นพี่มุกค่ะ แค่วันนี้เท่านั้นค่ะพี่เดซี่”
“จ๊ะ มีอะไรรีบบอกพี่นะมิ พี่สาวเธอนี่จริง ๆ เล๊ย สร้างแต่ปัญหาไม่ได้หยุดไม่ได้หย่อน คราวที่แล้วไอ้พี่ไท่อะไรนั่นก็ตามไปต่อว่าเธอถึงคอนโดรอบหนึ่งแล้ว ยังมาคราวนี้อีก เพราะพี่สาวเธอทั้งนั้น ไปบอกแฟนตัวเองว่ามาค้างกับเธอ พอเขาตามไปก็ไม่เจอ ไม่รู้ว่าจะสร้างปัญหาให้มิทำไมนักหนา ถ้าไม่รักไม่ชอบเขาแล้วก็แค่บอกเขาไปตรง ๆ ไม่ใช่มาหนีหายหรือแอบคบซ้อนแบบนั้น ไอ้พี่ไท่นั่นก็อีกคนหูเบ๊าเบา แถมไม่ฉลาดเอาเสียเลย หวังว่าคราวนี้คงจะทำให้ตาสว่างเสียทีนะคะ คนอะไรหล่อก็หล่อแต่ตามืดบอด เห็นกรวดเป็นเพชรไปได้”
“ชู่ว์...เบาค่ะพี่เดซี่ เรื่องของเขามิไม่อยากยุ่งหรอกค่ะ มิขอไปแต่งหน้าก่อนนะคะ อ้อ พี่เดซี่คะ อย่าว่าพี่ไท่เลยนะคะ พี่ไท่กำลังมีความรักนี่คะ พี่เดซี่ลืมไปแล้วเหรอคะว่าความรักมักทำให้คนตาบอด คริคริ”
“โอ๊ย น้องมิใช่เวลามาเล่นที่ไหนกันคะ ไม่เอาแล้วค่ะ รีบไปแต่งหน้าเลยนะ ระวังตัวด้วยนะคะอีพี่ไท่ยิ่งดุ ๆ อยู่ด้วย เผลอ ๆ จะหยุมหัวน้องมิของพี่วันไหนก็ไม่รู้ เดี๋ยวพี่เดซี่ให้คนขับรถวนรถกลับไปหาน้องมินะคะจะได้คอยระวังหลังให้น้องมิ คริคริ”
“ค่ะ ถ้าไม่รบกวนเกินไปก็รีบมาอยู่กับมินะคะพี่เดซี่”
มิลันตาวางสายก่อนจะหุบยิ้มลง เปลี่ยนเป็นสีหน้ามีความกังวลในทันที คราวนี้เธอทำเพราะเห็นใจพ่อ ไม่อยากให้พ่อต้องมาเครียดเพราะมุขรินทร์หนีหายไปแบบนี้ เสร็จงานเธอจะต้องช่วยผู้เป็นพ่อเคลียร์กับฝั่งของธาวิตอีกหลายเรื่องแน่ ๆ
‘สู้เขานะมิ’
เธอเอ่ยให้กำลังใจตัวเองเบา ๆ ก่อนจะเดินขึ้นไปหาช่างแต่งหน้าที่รออยู่ก่อนแล้ว
