บท
ตั้งค่า

บทที่ 3 ทำแทนได้ไหม?

ณ โรงแรมหรูใจกลางเมืองเชียงราย ซึ่งเป็นโรงแรมของคุณย่าพริ้มเพรา งานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสของหลานชายเพียงคนเดียวอย่างธาวิตถูกจัดขึ้นในบรรยากาศสบาย ๆ มีแขกมาร่วมงานเฉพาะคนสนิท แต่ไร้เงาสื่อมวลชนเพราะคุณย่าพริ้มเพราได้กันสื่อออกไปจนหมดแล้ว บ่าวสาวทำหน้าที่อย่างดีกระทั่งในที่สุดงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสของธาวิตและเจ้าสาวตัวปลอมอย่างมิลันตาก็ผ่านไปอย่างราบรื่น ตอนนี้มิลันตามานั่งอยู่ในห้องหอ ซึ่งจัดไว้ในโรงแรมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

คนใส่ชุดเจ้าสาวนั่งหาวหวอด ๆ อยู่ปลายเตียง สายตาเธอสอดส่ายเมียงมองไปยังเจ้าบ่าวหมาด ๆ ที่กำลังหยิบเอาขวดวิสกี้และแก้วหนึ่งใบก่อนจะเดินออกไปนั่งดื่มที่ระเบียง

“เฮ้อ ดื่มไปก่อนนะพี่ไท่ มิขอไปอาบน้ำก่อน ไม่ไหวแล้วตาจะปิด ไม่ได้นอนมาจะครบยี่สิบสี่ชั่วโมงแล้ว ให้มานั่งเฝ้าพี่ไท่ทั้งคืนมิคงไม่ไหว”

มิลันตาบ่นพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องน้ำแล้วรีบจัดการกับตัวเองอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพียงครึ่งชั่วโมงร่างบางก็ออกมาพร้อมชุดนอนที่เตรียมมา เสื้อยืดสีขาวตัวโคร่งกับกางเกงนอนขายาว มือบางยังถือผ้าขนหนูผืนเล็กมาซับน้ำจากผมที่ยังเปียกชื้น แล้วจึงหันใช้ไดร์เป่าผมจนเกือบแห้ง อีกนิดก็จะแห้งแล้วแต่เธอไม่ไหวได้แค่ไหนแค่นั้น ตอนนี้ร่างกายโหยหาเตียงเป็นอย่างมาก

เธอหันไปมองตรงระเบียงยังเห็นธาวิตนั่งดื่มอยู่ที่ระเบียงไม่ได้ขยับไปไหน เธอได้แต่ถอนหายใจ แล้วเดินไปที่เตียงนอน ก่อนจะหยิบเอาผ้านวมผืนหนาติดมือมา แล้วเดินไปยังโซฟา พร้อมล้มตัวลงนอนในทันที เธอดึงผ้านวมมาคลุมโปงแล้วบอกกับตัวเองว่าเธอต้องพักผ่อน ไม่งั้นเธอจะไม่สวย เดี๋ยวรับงานไม่ได้ รายได้หดหายกันพอดี ไม่ต้องไปห่วงคนที่นั่งดื่มวิสกี้อยู่ตรงระเบียงหรอก ต่อให้เขาเมาเหมือนหมาเขาก็ยังมีเงินมีทองใช้อย่างสบายเพราะเขารวยแล้ว เขาเป็นถึงเจ้าของไร่ชา แถมยังมีรีสอร์ทหรูในไร่ชานี่อีก ไม่รวยก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรแล้ว ส่วนเธอยังต้องสร้างเนื้อสร้างตัวเก็บเงินไว้ใช้ยามแก่ยามเฒ่า ยังต้องถนอมร่างกาย เพราะยังต้องใช้ร่างกายอีกมาก

“ต้องนอนนะมิ”

เธอบ่นพึมพำกับตัวเอง พร้อมหลับตาลงง่วงไหมง่วงมาก ตาก็จะปิดอยู่รอมร่อ แต่ใจกลับอดเป็นห่วงคนที่กำลังนั่งดื่มอยู่ที่ระเบียงเช่นกัน เธอนอนพลิกไปพลิกมาจนแล้วจนรอดก็ยังไม่หลับ

“เฮ้อ จะนอนหลับลงได้ยังไงไอ้มิ พี่ไท่นะพี่ไท่”

ว่าแล้วคนที่นอนลงไปแล้ว ก็ดีดตัวลุกขึ้นมาอีกครั้ง ให้ตายเถอะ ธาวิตยังไม่นอนเธอก็นอนไม่หลับเหมือนกัน เฮ้อ! เธอตัดสินใจเดินออกไปนอกระเบียงก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ตัวที่ตั้งอยู่ตรงข้ามกับเขา เขาจ้องมองเธอก่อนจะยิ้มมุมปาก แล้วยกวิสกี้ขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดแก้ว

“พี่ไท่ เลิกดื่มได้แล้วค่ะ ไปนอนได้แล้วนะ ดึกแล้ว”

มิลันตาเอ่ยบอกคนตรงหน้า ที่ตอนนี้นั่งดื่มวิสกี้หมดไปเกือบจะครึ่งขวดแล้ว

“หึ มีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉัน”

ธาวิตหัวเราะหึในลำคอก่อนจะเอ่ยถามออกมา ทำให้มิลันตาถึงกับหน้าม้าน นี่ธาวิตไม่เคยคิดจะพูดจาดี ๆ กับเธอบ้างเลยหรืออย่างไร?

“มิไม่ได้สั่งค่ะ มิขอร้องพี่ไท่ต่างหาก พี่ไท่ไปนอนเถอะนะคะ มิเป็นห่วงค่ะ”

เธอพยายามอธิบายดี ๆ ให้เขาเข้าใจ

“เป็นห่วงเหรอ แล้วที่ผ่านมาเธอทำอะไรบ้าง นอกจากช่วยพี่สาวเธอปกปิดความผิด ยุยงส่งเสริมให้มุกมีคนอื่นตลอดเวลา นี่เหรอที่บอกว่าเป็นห่วง คนเป็นห่วงกันเขาไม่ทำกันแบบนี้หรอกนะมิลันตา”

ธาวิตว่าจบก็ยกวิสกี้ขึ้นดื่มรวดเดียวอีกแก้ว

“มิไม่เคยทำแบบนั้น มิไม่เคยอยากยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของพี่ไท่กับพี่มุก เรื่องของคนรักกัน มิไปเกี่ยวอะไรด้วยละคะ พี่ไท่ไม่มีเหตุผลเลยมาโทษมิได้ยังไงกัน พี่ไท่ต้องคุยกับพี่มุกเองสิคะ พี่มุกไปทำอะไรมิจะไปรู้ได้ยังไงกัน ก็เห็นอยู่ว่ามิงานยุ่งจะตายนี่ก็ยังไม่ได้นอนเลย ไม่ใช่เพราะมาช่วยพี่ไท่หรอกเหรอคะ”

เธอบ่นเสียยาวเหยียดด้วยหวังว่าเขาจะเห็นใจและเข้าใจเธอบ้าง

“หึ รู้เห็นเป็นใจกับเขาด้วยใช่ไหมเราอ่ะ”

เขาเอ่ยถามพร้อมยิ้มเยาะตัวเองที่โง่งมปล่อยให้ผู้หญิงอย่างมุขรินทร์หลอกมาหลายปี เธอเริ่มออกลายมาก่อนหน้านี้แต่เขาก็ให้โอกาส จนแล้วจนรอดโอกาสที่เขาให้ก็ไม่มีค่าเธอถึงต้องหนีไปกับชายอื่น

“พี่ไท่ มิบอกว่าไม่รู้ก็คือไม่รู้สิคะ พี่ไท่เมาก็ไปนอนค่ะ มิคุยกับคนเมาไม่รู้เรื่องหรอกค่ะ เสียเวลามิไปนอนก่อนนะคะ”

ว่าแล้วมิลันตาก็ลุกขึ้นเพื่อจะเดินกลับไปนอนที่โซฟา แต่มือหนาก็คว้าข้อมือเล็กของเธอเอาไว้เสียก่อน ทำให้เธอต้องหันกลับไปมองหน้าเขาอย่างเอาเรื่อง ในขณะที่เขาลุกขึ้นมายืนแนบชิดสนิทร่างอรชรอย่างรวดเร็ว

“เป็นเจ้าสาวแทนเขาแล้ว อย่างอื่นล่ะ ทำแทนเขาได้ไหม ทำแทนเขาได้ด้วยรึเปล่ามิลันตา”

ธาวิตเบียดกายจนแนบชิด พร้อมกับปากหยักแนบกับใบหูขาวสะอาดของมิลันตา ก่อนจะกระซิบเสียงแผ่วเบา ทำให้มิลันตาถึงกับต้องกลืนน้ำลายลงคอ เธอไม่เคยเจอพี่ไท่ในเวอร์ชั่นนี้มาก่อน เขาร้ายกาจกว่าที่เธอคิดไว้มาก ดูถูกเธอขนาดนี้ได้ยังไงกัน

“มิไม่อยากพูดด้วยแล้วค่ะ เหม็นเหล้า พี่ไท่หายเมาเมื่อไหร่เราค่อยมาคุยกันนะคะ ปล่อยมิคะ”

เธอบอกเขาพร้อมพยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุมของเขา แต่พยายามเท่าไหร่ก็ไม่ออกสักที

“ตอบมาก่อนสิว่าทำแทนได้ด้วยรึเปล่า เรื่องอย่างว่าน่ะ เธอเป็นคนสอนพี่สาวเธอทั้งนั้นไม่ใช่เหรอ? สอนอีท่าไหนล่ะถึงหนีไปกับผู้ชายก่อนวันแต่งงานแบบนี้”

“มิไม่เคยสอนพี่มุก และมิก็ไม่ทำอะไรแทนใครทั้งนั้นค่ะ ที่ช่วยก็เพราะไม่อยากให้ทุกคนอับอายขายขี้หน้าชาวบ้านชาวช่องเขา”

ถ้อยคำของธาวิตทำให้เธอรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก เธอว่าพร้อมพยายามบิดข้อมือของจากการเกาะกุมของเขาอีกครั้ง

“เหรอ ไม่ใช่ว่าอยากทำหน้าที่แทนมุกจนตัวสั่นหรอกรึ จริง ๆ แล้วถ้ามุกหนีไปก็น่าจะปล่อยให้งานมันยกเลิกไปเลยก็ได้นี่ ทำไมต้องเอาตัวเองมาเสี่ยงด้วย ถ้าไม่ใช่เพราะวางแผนกันไว้แล้ว นี่ชอบฉันขนาดนั้นเลย ยังไม่ลืมอีกเหรอ เป็นน้องสาวแบบไหนกันถึงกล้าชอบแฟนพี่สาวตัวเองได้ หือ?”

ธาวิตยังบดเบียดกายหนามาแนบชิดพร้อมกอดเธอไว้แน่นยิ่งกว่าเดิม จนมิลันตารู้สึกได้ถึงความไม่ปลอดภัย

“พี่ไท่คิดแต่เรื่องไม่ดี สมองมีไว้คิดแต่เรื่องแย่ ๆ แบบนี้เหรอคะ”

คำพูดของธาวิตทำให้มิลันตารู้สึกเสียใจและอับอายไม่ใช่น้อย แต่เธอก็ข่มกลั้นมันเอาไว้

“เห็นหน้าเธอแล้วฉันคิดเรื่องดี ๆ ไม่ได้เลยมิลันตา”

ธาวิตพูดออกมาพร้อมน้ำเสียงหนักแน่น เน้นย้ำในสิ่งที่ตนเองพูด มิลันตาก็ได้แต่อึ้งงัน เธอสบตาเขาในตาแดงก่ำ น้ำตาคลอหน่วยตาใกล้จะไหลออกมาอยู่รอมร่อ

“ในสายตาพี่ไท่ มิเป็นคนไม่ดีขนาดนั้นเลยเหรอคะ พี่ไท่มองเห็นแต่ความไม่ดีของมิ แล้วพี่ไท่เคยเห็นข้อเสียของตัวเองบ้างไหมคะ หูหนวกตาบอดก็ที่หนึ่ง ไม่เคยรับฟังอะไรมิเลย เพราะพี่ไท่เป็นแบบนี้ไงพี่มุกถึงได้หนีไป แล้วพี่ไท่ก็ต้องมานั่งเสียใจอยู่แบบนี้ ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะตัวพี่ไท่เองทั้งนั้น ไม่ใช่เพราะมิ”

สิ้นคำของมิลันตาธาวิตก็รวบตัวเธอเข้ามาสู่อ้อมแขนแล้วปากหยักก็ประกบปากบางระเรื่องอย่างรวดเร็ว โดยที่มิลันตาไม่ทันได้ตั้งตัว

“อื้อ”

เขาบดจูบเธอรุนแรง ดูดดึงริมฝีปากสีชมพูระเรื่อจนแดงก่ำ ตอนนี้ริมฝีปากบางของเธอเริ่มบวมเจ่อ เธอรู้สึกเจ็บและระบมไปหมด จูบของธาวิตไม่มีแม้แต่ความอ่อนหวานหรืออ่อนโยนเลยแม้แต่น้อย ลิ้นสากสอดเข้าไปในโพรงปากหวานก่อนจะกระหวัดเกี่ยวพันกับลิ้นเล็กของเธอ มือหนาข้างหนึ่งล็อคคอเธอไว้ให้รับกับจุมพิตที่เสมือนเป็นการลงทัณฑ์จากเขา อีกข้างก็ลูบคลำไปทั่วแผ่นหลังอันบอบบางของร่างอรชร

เธอใช้กำปั้นน้อย ๆ ทุบลงตรงอกแกร่งเมื่อเธอรู้สึกหายใจไม่ออก ธาวิตขยับมือหนาของตนที่กำลังสาละวนอยู่กับแผ่นหลังมาจับมือของเธอไว้แน่น เวลานี้จูบที่รุนแรงเริ่มอ่อนกำลังลงราวกับพายุที่พัดโหดกระหน่ำอยู่นานจนอ่อนกำลังลงก็ไม่ปาน จากที่เคยรุนแรงก็เริ่มอ่อนโยนขึ้นจนมิลันตารู้สึกเคลิบเคลิ้มไปกับเขา รสจูบของเขาผสมปนเปมากับบรั่นดี เหมือนตั้งใจทำให้เธอมึนเมาไปกับรสสัมผัสนั้น คงเป็นเพราะเธอมึนเมาบรั่นดีจากปากของเขาเลยเผลอจูบตอบเขาไปอย่างลืมตัว แถมยังกล้าเบียดร่างบางเข้าแนบชิดร่างแกร่งของเขาจนแทบไม่เหลือช่องว่างระหว่างกัน รู้สึกว่าเวลานี้ขาของเธอกำลังจะอ่อนแรงลง จนเธอแทบยืนไม่อยู่ต้องใช้ร่างแอบอิงแนบชิดเขาไว้เป็นที่พักพิง

เธอรู้สึกราวกับเป็นสาวน้อยที่เพิ่งเคยเจอกับจูบแรก ทั้ง ๆ ที่มันไม่ใช่ ในกองละครเธอจูบจริงมาก็หลายเรื่อง หรือความรู้สึกนี้อาจจะเป็นเพราะเธอพักผ่อนน้อย จึงเบลอ ๆ มึน ๆ ไปกับเขา หรือจริง ๆ แล้วเป็นเพราะคนที่กำลังจูบเธออยู่นั้นเป็นรักแรกและรักเดียวของเธอกันแน่

ธาวิตปล่อยมือออกแล้วผละริมฝีปากหยักออกจากริมฝีปากบางของเธอเช่นกัน เขาสบตาเธอ เห็นแววตาเธอสั่นไหวเล็กน้อย เธอก้มหน้าก้มตามิอาจสู้สายตาเขาได้และกำลังจะเดินหนี แต่เขาฉวยโอกาสนี้ช้อนอุ้มเธอแล้วมุ่งหน้าไปยังเตียงนอนก่อนจะวางเธอลงแล้วทาบทับกายหนาของตนตามไปอย่างไม่รอช้า พร้อมขยับปากหยักเข้าหาริมฝีปากที่กำลังบวมเจ่อของเธออย่างรวดเร็ว โดยไม่ปล่อยให้เธอได้ทักท้วงหรือเอ่ยถ้อยคำใด ๆ ออกมาได้อีกเลย

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel