14 คนที่ถูกใจ
ไอรดาสั่งอาหารเย็นมาทานระหว่างนั้นสริตาก็โทรศัพท์มาคุยด้วย
“อัยย์พรุ่งนี้บ่ายริตาโดยยกเลิกเคส เราไปหาข้าวกินแล้วไปดูหนังกันสักเรื่องดีไหม อัยย์กลับมาจากปราณบุรีหรือยัง”
“ยังเลย”
“เหรอ งั้นริตาขับรถไปหาอัยย์ที่นั่นดีไหมจะได้หาอาหารทะเลอร่อยๆ กิน”
“อยากกินอะไรเดี๋ยวอัยย์ซื้อไปให้ที่ห้องก็ได้ วันมะรืนต้องทำงานไม่ใช่เหรอ”
“จริงสิ ลืมเลย งั้นอัยย์ซื้อปูนึ่งกับกุ้งเผามาด้วยนะอ้อ อย่าลืมหมึกไข่นึ่งมะนาวร้านเดิมที่เราไปกินด้วย”
“ได้สิ เขาขนมหม้อแกงไหม”
“ไม่ล่ะ กินทีไรหยุดปากไม่ได้ทุกทีขี้เกียจต้องมาออกกำลังกาย อัยย์ล่ะไปที่นั่นเจอหนุ่มๆ บ้างไหมหรือว่าเอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้อง”
“ก็พอเจอบ้าง”
“เจอแล้วมีใครถูกใจบ้างไหมล่ะ บอกก่อนเลยนะครั้งนี้ต้องดูดีเลย ทั้งหน้าตา นิสัย อาชีพการงานจะได้ไม่ต้องเสียใจอีก” สริตาเตือนสติเพื่อนรัก
“ดูขนานนั้นเลยเหรอ อัยย์ว่าเอาแค่ถูกใจอย่างเดียวก็ได้แล้วมั้งริตา”
“มันก็ได้อยู่หรอกนะอัยย์ แต่ริตากลัวว่าคุณยายนวลแขจะไม่ถูกใจกับอัยย์ด้วยน่ะสิ อัยย์ก็รู้ว่าท่านรักและหวังดีกับอัยย์มากแค่ไหน ถ้าอัยย์ได้คู่ที่ดีท่านก็จะสบายใจไปด้วย”
“นั้นสินะ ยิ่งตอนนี้คุณยายไม่สบายอยู่ด้วย” พอนึกถึงคุณยายเธอก็รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา
“ริตาขอโทษที่ทำให้อัยย์เครียดอีกแล้ว”
“ไม่หรอกริตา อัยย์ต้องขอบคุณที่ริตาพูดเรื่องนี้ขึ้นมา เพราะบางครั้งอัยย์เอาแต่ทำตามใจตัวเองไปหน่อยจนลืมเรื่องนี้ไปเลย เอาเป็นว่าถ้าอัยย์จะคบใครก็จะดูให้มันดีก่อนจะต้องหาคนที่ถูกใจทั้งอัยย์และคุณยาย”
“ถ้าจะให้ดีคนคนนั้นก็ต้องดีกว่าคุณติด้วยเพราะถ้าไม่อยากนั้นคุณยายคงไม่ยอมแน่ถ้าอัยย์จะเลิกกับเขา”
“ไม่รู้ล่ะ ยังไงครบหนึ่งปีอัยย์ก็จะบอกทุกคนเรื่องหย่า แล้วถ้าไม่มีใครเข้าใจอัยย์จะพูดความจริงเลย”
“ไม่กลัวเขาเอาเงินคืนเหรอ”
“ก็ถ้าเขาเอาคืนอัยย์ก็จะไม่คืนสินสอด ริตาคิดว่าเขาจะเลือกอะไรล่ะ”
“ร้ายนักนะอัยย์” สริตาหัวเราะกับความร้ายกาจของเพื่อนเพราะสินสอดทองหมั้นที่ได้มานั้นมันมากกว่าเงินที่อติรุจน์ให้กับไอรดาอยู่มาก และไหนจะมีโฉนดที่ดินกับเครื่องเพชรอีกหลายชุดที่บิดามารดาของชายหนุ่มยกให้กับไอรดาในวันที่ทั้งสองคนแต่งงานกัน
ไอรดาคุยกับเพื่อนต่ออีกไม่นานก็วางสาย หญิงสาวทานอาหารต่ออีกนิดก็เก็บทุกอย่างไปวางหน้าบ้านพัก ก่อนจะโทรแจ้งให้พนักงานของรีสอร์ตมาเก็บ
เธอนอนเล่นและดูมือถือจนเบื่อแต่คนที่ไปงานเลี้ยงก็ยังไม่กลับมา ไอรดาไม่รู้ว่าเขาจะกลับมาตอนไหน แต่ในเมื่อบอกไว้แล้วว่าจะรอก็เลยยังมารีบนอน
เมื่อนึกขึ้นได้ว่าพรุ่งนี้จะต้องกลับกรุงเทพแล้วแต่ก็เลยอยากจะว่ายน้ำเล่นสักหน่อย แต่เพราะตอนนี้มันค่อนข้างดึกแล้วเธอจึงไม่กล้าลงไปเล่นน้ำทะเลตามลำพังแต่เลือกที่จะว่าอยู่ที่สระว่ายน้ำซึ่งอยู่ด้านข้างบ้านพักแทน
หญิงสาวสวมชุดว่ายน้ำแบบบิกินี่ทูพีชสีดำตัวจิ๋ว ตัวกางเกงเป็นผ้าสามเหลี่ยมผูกสายที่สะโพกส่วนตัว เสื้อด้านบนนั้นเป็นสายเล็กผูกไว้ที่ต้นคอ สีดำสนิทพออยู่บนเรือนร่างขาวก็ส่งให้คนสวมดูเซ็กซี่ขึ้นไปอีกมาก
หลังจากว่ายน้ำจนเหนื่อยหญิงสาวก็ลอยตัวนอนนิ่งอยู่เหนือผิวน้ำ
ปิญชาน์ออกจากงานเลี้ยงในเวลาเกือบจะห้าทุ่มชายหนุ่มรีบตรงไปยังบ้านพักทันทีโดยไม่ใจจะไปต่อที่ผับกับเพื่อนหมอด้วยกัน ตอนนี้ใจของเขากำลังว้าวุ่นเพราะความคิดถึงที่มีต่อไอรดา
พอมาถึงบ้านพักก็เคาะประตูและโทรเข้าไปหาแต่หญิงสาวก็ไม่สายเขาเลยคิดว่าเธออาจจะรอเขาไม่ไหวเลยเข้านอนไปก่อน แต่พอลองจับที่ลูกบิดประตูก็ยิ้มก่อนจะรีบพาตัวเองเข้าไปอย่างรวดเร็ว
เขาเดินไปยังห้องนอนก็เห็นว่าผ้าม่านตรงประตูทางเชื่อมไปยังสระว่ายน้ำเปิดอยู่ พอมองออกไปก็เห็นไอรดานั้นนอนนิ่งอยู่บนผิวน้ำ
เพียงแค่เห็นเรือนร่างขาวท่ามกลางแสงจันทร์ชายหนุ่มก็หายใจติดขัด ชุดว่ายน้ำที่เธอสวมใส่นั้นมันปิดอะไรแทบไม่มิดเลย ยังดีที่สระว่ายน้ำของบ้านพักหลังนี้มีความเป็นส่วนตัวมาก แต่ถ้าเธอจะไปสวมชุดนี้ที่อื่นเขาคงไม่ยอมแน่ๆ
ปิญชาน์ไม่ได้เตรียมกางเกงว่ายน้ำมาด้วย แต่ก็อยากจะลงไปว่ายน้ำกับไอรดาชายหนุ่มจึงถอดชุดของตนออกให้เหลือแต่บ๊อกเซอร์ Calvin Klein ขาสั้นสีดำที่พอสวมลงสระได้ไม่น่าเกลียดมากนัก
เขาค่อยๆ หย่อนขาลงในน้ำอย่างเงียบที่สุดและดูเหมือนไอรดาจะยังไม่รู้ตัวว่าตอนนี้ชายหนุ่มนั้นกำลังเข้ามาใกล้ทีละนิด แต่พอเขาจึงตัวหญิงสาวก็รู้สึกเหมือนน้ำในสระกำลังกระเพื่อม แต่พอลืมตาขึ้นมาก็เห็นว่าเขาว่ายมาถึงตัวเธอแล้ว
“ว๊าย” ไอรดาตกใจจนพยุงตัวไม่อยู่หญิงสาวเลยจมหายลงไปในน้ำแล้วโผล่ขึ้นมาอีกครั้งขณะกำลังสำลักน้ำอย่างหนัก
“อัยย์ ไหวไหม ผมขอโทษที่ทำให้คุณตกใจ” ยิ่งเห็นเธอสำลักจนหน้าแดงและไอไม่หยุดปิญชาน์ก็เลยรู้สึกผิด
“คราวหลังอย่ามาเงียบๆ แบบนี้อีกนะคะ เกิดอัยย์ตกใจจนหัวใจวายขึ้นมาจะทำยังไงล่ะคะ”
“ไม่เห็นจะยากเลยก็แต่ปั๊มหัวใจแล้วก็ผายปอด ว่าแต่ตอนนี้โอเคไหม อยากให้ผมผายปอดให้หรือเปล่า”
“อย่ามาทำเนียนจะจูบกันเลยค่ะ แค่คุณอ้าปากอัยย์ก็เห็นไปถึงลำไส้แล้วล่ะคะ”
“คุณนี่รู้ทันผมจริงเลย”
“เป็นไงคะ งานเลี้ยงสนุกไหม”
“ก็งั้นๆ ครับ คุยแต่เรื่องเดิม ผมอยากจะปลีกตัวออกมาก่อนแต่ก็เกรงใจคนอื่น แต่พองานเลิกก็รีบตรงมาที่นี่เลยครับ เพื่อนชวนไปต่อที่ผับแต่ผมคิดถึงคุณมากกว่า”
“ปากหวานเชียว ดื่มมาเหรอคะ” เพราะตอนนี้เขากับเธอยืนอยู่ใกล้กันจนรู้สึกถึงลมหายใจที่มีกลิ่นแอลกอฮอล์อ่อนๆ
“ครับดื่มนิดหน่อย คุณไม่ชอบคนดื่มเหรอครับ”
“ไม่ค่อยชอบค่ะ เพราะพ่อกับแม่อัยย์โดนคนเมาขับรถสวนเลนมาจนเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตตั้งแต่อัยย์ยังแบเบาะค่ะ”
“ผมเสียใจด้วยนะครับ แล้วที่ผ่านมาคุณอยู่กับใครล่ะครับ”
“อยู่กับคุณยายแล้วก็มีลุงกับป้าที่ช่วยเลี้ยงมาค่ะ”
“ต่อไปผมจะไม่ดื่มอีกแล้ว”
“อัยย์ไม่ได้ห้ามคุณนะคะ มันเป็นสิทธิส่วนบุคคลค่ะ ขอแค่อย่าดื่มแล้วออกไปขับรถหรือดื่มในเวลางานก็พอค่ะ”
“เรื่องดื่มในเวลางานคงไม่ทำแน่ครับเพราะมันเป็นกฎ”
“ฉันชอบกฎข้อนี้ของบริษัทคุณจังค่ะ ห้ามดื่มในเวลางาน”
“คุณลงมาว่าน้ำนานหรือยังครับ”
“น่าจะเกือบชั่วโมงแล้วค่ะ”
“ผมว่าเรารีบขึ้นไปข้างบนกันดีกว่านะครับเดี๋ยวจะไม่สบายเอานะ”
“ฉันขอว่ายต่ออีกนิดได้ไหมคะ คุณขึ้นไปก่อนเลยค่ะ”
“ว่ายแข่งกันไหม ใครไปถึงฝั่งนู้นก้อนมีสิทธิ์ขออะไรก็ได้หนึ่งข้อ”
“ไม่เอาหรอกค่ะคุณเป็นผู้ชายยังไงคุณก็ชนะอยู่ดี”
“งั้นให้เริ่มวายไปก่อนเลย ผมนับหนึ่งถึงสามแล้วจะว่ายตามไป”
“อย่าขี้โกงนะคะ”
“จะนับล่ะนะครับ”
พอเขาบอกจะนับไอรดาก็รีบว่ายเข้าหาฝั่งอย่างรวดเร็วจนไม่ได้ฟังเลยว่าเขานับครบสามหรือเปล่า
พอตัวเองถึงขอบสระก่อนก็หันมามองคนที่ว่ายตามหลังมาแต่เธอไม่เห็นแม้เงาของเขา รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เขาดำมาจากข้างล่างแล้วโผล่ขึ้นมาตรงหน้าเธอพอดี
“ว้าย! คุณชาน์ ทำอัยย์ตกใจอีกแล้วนะคะ”
“ตกใจมากไหม ต้องผายปอดหรือเปล่า” ปิญชาน์ดันให้ไอรดาเดินถอยหลังจนชิดริมขอบสระแล้วกอดกระชับเธอมาจนชิด
“อัยย์แค่ตกใจเอง ไม่ได้หัวใจวายสักหน่อย ไม่ต้องผายปอดหรอกค่ะ”
“แล้วใครบอกว่าอยากผายปอดกันล่ะ”