บทที่ 3
ไคล์จอดรถสปอร์ตหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ พอก้าวลงจากรถแล้วก็โยนกุญแจรถให้ลูกน้อง ที่รีบวิ่งมาเปิดประตูให้กับผู้เป็นเจ้านายหนุ่ม
“เอารถไปเก็บด้วย เดนิส”
“ครับเจ้านาย”
ไคล์ไม่ได้รอฟังคำตอบจากลูกน้อง พอโยนกุญแจให้กับอีกฝ่ายแล้วก็ก้าวยาวๆ เดินตรงเข้าไปภายในคฤหาสน์หลังใหญ่โอ่อ่า
ไบรอัน ลูกน้องคนสนิท ซึ่งอยู่รับใช้ไคล์มานาน พอเห็นผู้เป็นเจ้านายเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ก็เอ่ยถามด้วยความสงสัย
“มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับเจ้านาย ทำไมทำสีหน้าไม่สู้ดีหนัก หรือว่าคุณปีเตอร์หาเรื่องเดือดร้อนให้เจ้านายอีกแล้ว”
ทุกครั้งที่ไคล์ถูกปีเตอร์ขอร้องแกมบังคับให้ไปพบ เจ้านายของเขามักกลับมาพร้อมกับความไม่สบายใจเสมอ ซึ่งไบรอันคิดว่าการไปพบปีเตอร์ในครั้งนี้ ปีเตอร์คงสร้างความเดือดร้อนให้กับไคล์ไม่ต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา
ไคล์ทรุดตัวลงนั่งบนโซฟา พร้อมกับเอ่ยตอบสั้นๆ อย่างไร้ความรู้สึก “ปีเตอร์ตายแล้ว”
“อะไรนะครับ! คุณปีเตอร์ตายแล้ว”
คำตอบสั้นๆ ของเจ้านายหนุ่ม ทำเอาไบรอันต้องตะโกนถามเสียงหลง ใบหน้าเต็มไปด้วยความงุนงงกับคำตอบที่เพิ่งได้ยินมา
“ใช่! ปีเตอร์มันไปเยี่ยมยมบาลแล้ว” ไคล์บอกไม่ถูกว่าควรดีใจหรือเสียใจกันแน่ ที่ญาติห่างๆ ผู้นี้สิ้นชื่อจากวง
การมาเฟียในพัทยาแล้ว
“ใครหน้าไหนที่เก่งกาจสามารถเป่าสมองคุณปีเตอร์ได้”
ไบรอันคิดเช่นนั้น คิดว่าปีเตอร์ตายเพราะลูกปืน! แต่พอได้ยินคำตอบจากไคล์ ก็ต้องเบิกตากว้าง อ้าปากค้างอีกครั้ง
“ไม่มีใครยิงไอ้ปีเตอร์ แต่มันถูกมีดปักอกตัดขั้วหัวใจ และคนที่ฆ่ามัน เราได้ยินแว่วๆ ว่าเป็น ‘เด็ก’ ในบาร์ของมันนั่นเอง”
ไคล์ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ หากให้ตอบจากใจ เขาคงบอกว่าอยากกู่ตะโกนร้องดีใจที่ปีเตอร์ตายซะที เพราะเขาเบื่อการคอยตามล้าง ตามเช็ดงานสกปรกที่ญาติผู้นี้ทำทิ้งไว้ เต็มทนแล้ว
คำว่า ‘เด็ก’ ที่ได้ยินจากปากของเจ้านายนั้น ไบรอันรู้ดีว่าหมายถึงอะไร จึงเอ่ยถามต่อด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกให้รู้ว่าไม่ค่อยเชื่อสักเท่าไรว่าคนอย่างปีเตอร์จะตายง่ายๆ เพราะน้ำมือของผู้หญิง!
“ผู้หญิงคนไหนกัน ที่ใจกล้าปักมีดตัดขั้วหัวใจคุณปีเตอร์”
“ตามที่เราบอกนายนั่นแหละ ว่าเป็นเด็กในบาร์ของมัน ส่วนรายละเอียดอื่นๆ เราไม่รู้ เราไม่อยากเข้าไปยุ่งกับคดีนี้ และหากเป็นไปได้ เราไม่อยากถูกเชิญไปให้ปากคำด้วย”
“แต่ผมคิดว่าคงเป็นไปไม่ได้ ไม่เกินพรุ่งนี้ ตำรวจก็คงมาเชิญเจ้านายให้ไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจ”
ไบรอันเอ่ยตอบอย่างรู้ดี ส่วนไคล์ได้แต่ถอนหายใจยาวด้วยความเบื่อหน่าย ขนาดว่าตายไปแล้ว ปีเตอร์ก็ยังสร้างความรำคาญให้กับไม่จบไม่สิ้น
“ปีเตอร์มันเป็นญาติคนเดียวในตระกูลพาร์กเคอร์ ที่เราไม่อยากเข้าไปยุ่งกับมัน”
“แต่ในตระกูลพาร์กเคอร์ มีเจ้านายแค่เพียงคนเดียว ที่ช่วยตามสะสางทุกคดีที่เขาทำไว้ คุณปีเตอร์จึงตามเกาะเจ้านายตลอดเวลา ว่าแต่เจ้านายจะเข้าไปยุ่งในคดีนี้ด้วยไหมครับ”
“นายหมายถึงใช้อำนาจที่เรามีอยู่ควานหาตัวผู้หญิงคนนั้น คนที่ส่งปีเตอร์ไปลงนรกยังงั้นหรือ” ไคล์ถามเพื่อความมั่นใจถึงสิ่งไบรอันต้องการให้เขาลงมือจัดการ
“ใช่ครับเจ้านาย ถึงแม้คุณปีเตอร์จะเป็นแกะดำเพียงคนเดียวในตระกูลพาร์กเคอร์ แต่ผมก็อยากให้ตำรวจจับคนร้ายที่ฆ่าเขาให้ได้”
“เรารู้ว่านายรู้สึกว่าเป็นการหยามเกียรติกันมากเกินไป ที่จู่ๆ เจ้าพ่ออย่างปีเตอร์มาตายง่ายๆ เพราะน้ำมือของผู้หญิง” ไคล์ดักคออย่างรู้เท่าทัน ก่อนจะเอ่ยตอบแบบกึ่งตอบรับกึ่งปฏิเสธ
“เราขอดูก่อนว่าการตายของปีเตอร์มีเงื่อนงำหรือเปล่า ถ้าหากมันตายเพราะถูกผู้หญิงในบาร์ปักมีดทิ่มหัวใจของมัน เราก็จะไม่ยุ่ง แต่...ถ้าหากมีเงื่อนงำมากกว่านั้น คนร้ายมันต้องได้เจอกับ ‘ไคล์ พาร์กเคอร์’ แน่”
เป็นคนแนะนำให้เจ้านายลงมือแท้ๆ แต่พอได้ยินถ้อยคำที่หลุดออกมาอย่างเย็นยะเยือก ไบรอันก็อดสั่นสะท้านแทนคนร้ายไม่ได้
หากการตายของปีเตอร์มีเงื่อนงำ คนร้ายไม่ได้มีแค่อิสตรีเพียงคนเดียว เสือร้ายอย่างไคล์จะกระโจนเข้าไปจัดการในคดีนี้เอง ซึ่งแน่นอนว่าไคล์จะพลิกแผ่นดินเพื่อตามหาคนชั่วที่ฆ่าญาติผู้น้องของเขา และคนๆ นั้น ไม่มีทางรอดมือเสือร้ายอย่างไคล์ พาร์กเคอร์ไปได้
“คิดถึงเรื่องไอ้ปีเตอร์ทีไร ปวดหัวทุกที ขอบรั่นดีสักแก้วสิ ไบรอัน”
“ได้ครับเจ้านาย” ไบรอันรับคำ ก่อนจะผละไปรินบรั่นดีให้กับผู้เป็นเจ้านาย
ไคล์วาดต้นแขนแข็งแกร่งทั้งสองไปตามพนักโซฟาหนัง เอนศีรษะพิงพนักโซฟา พร้อมกับหลับตานิ่งๆ ถอนหายใจยาวด้วยความเบื่อหน่าย แม้กระทั่งตายเป็นผีไปแล้ว แต่ปีเตอร์ก็ยังสร้างความเดือดร้อนให้กับเขาไม่มีหยุด
“บรั่นดีได้แล้วครับเจ้านาย”
ไคล์ลืมตาขึ้น ยื่นมือไปรับบรั่นดีมาจากไบรอัน กระดกบรั่นดีที่อยู่ในแก้วทรงสวยแบบรวดเดียวหมดแก้ว ก่อนจะยื่นแก้วเปล่าให้ลูกน้อง
“ขออีกแก้วสิ ไบรอัน”
ไบรอันมองผู้เป็นเจ้านายราวกับไม่เคยเห็น เพราะปกติแล้ว ไคล์ไม่เคยซัดบรั่นดีทีเดียวหมดแก้ว แถมยังต้องการต่ออีกแก้วด้วย
“ท่าทางเจ้านายเครียดมากเลยนะครับ ให้ผมหาสาวๆ มานวดคลายเครียดไหมครับ”
ไคล์โบกมือว่อน ก่อนจะเอ่ยปฏิเสธออกมา “ไม่ต้อง เราไม่มีอารมณ์ ไปเอาบรั่นดีมาให้เราดีกว่า”
“ครับ”
ไบรอันไม่ทันได้ทำตามคำสั่ง ไม่ทันเดินออกตรงไปยังเคาน์เตอร์บาร์ ไคล์ไม่ทันได้หลับตาลงเพื่อพักผ่อนสมอง ทั้งเจ้านาย ทั้งลูกน้อง ก็ต้องนิ่วหน้า ยกมือปิดใบหูแทบจะพร้อมๆ กัน
“กรี๊ดดดดด ปล่อยฉันนะไอ้บ้า กรี๊ดดดด”
ไคล์จ้องมองเขม็งเมื่อได้ยินเสียงร้องกรี๊ดดังลั่นบ้านหลุดมาจากร่างบาง ผมเผ้ายุ่งเหยิง ไม่ต่างจากผู้หญิงข้างถนน
“ไปลาก ‘อีตัว’ มาจากไหน เดนิส!”