บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 9. แมวที่ผ่านมา

วิญญาณดวงนี้ไม่ได้โปร่งแสงจนมองทะลุเหมือนวิญญาณทั่วไป เขายังมีรูปร่างที่สมบูรณ์ อยู่ในชุดสูทเนี้ยบสีเทาเข้ม ใบหน้าหล่อเหลาราวกับรูปปั้นอันประณีต ดวงตา คิ้ว จมูก ปาก ล้วนไร้ที่ติ หากเป็นมนุษย์ก็คงเข้าข่ายบุรุษรูปงามสะท้านแผ่นดินแน่นอน

ดวงตาคมคู่นั้นฉายแววเย็นชา ทรงอำนาจ ทว่าเย็นเฉียบและนิ่งสงบดั่งผืนน้ำ บรรยากาศกดดันไร้รูปร่างที่แผ่ออกมาจากตัวเขาเป็นดั่งสัญญาณเตือนให้ทุกสิ่งห้ามเข้าใกล้

ทว่าในดวงตาของหลานซืออินตอนนี้มีเพียงออร่าแห่งบุญอันชวนอิจฉาน้ำลายไหลเท่านั้น สองขาจึงก้าวไปยืนตรงหน้าแล้วเงยมองเขาตาปริบ ๆ ส่งกระแสความจริงใจให้เต็มที่

“มองเห็นฉัน ?”

ริมฝีปากงดงามขยับเพียงเล็กน้อยเปล่งเสียงทุ้มต่ำที่ทำให้คนใจสั่นออกมาแผ่วเบา ยามถูกนัยน์ตาสีดำเหลือบม่วงจ้องมองกลับเธอก็รู้สึกประหม่าขึ้นมาเล็กน้อย

“อืม ฉันพอจะมีวิชาทางเต๋าอยู่บ้าง ถ้านายมีอะไรอยากให้ช่วยก็บอกได้เลย” ตอนนั้นหลานซืออินถึงได้รู้สึกถึงบางอย่างที่ไม่ถูกต้อง “ไม่สิ... ดวงวิญญาณแบบนี้ควรจะมีชีวิตยืนยาวไม่ใช่หรือไง ทำไมนานถึงตายละ ? เพิ่งตายแถวนี้งั้นเหรอ ?”

หญิงสาวหันซ้ายขวาก็ไม่เห็นว่าในซอยนี้จะมีร่องรอยเหตุการณ์ร้ายแรงอะไร แล้วคนที่ควรได้มีอายุยืนยาว ทำไมถึงได้กลายเป็นผีตั้งแต่ยังหนุ่มแน่นแบบนี้ เขาควรได้ใช้ชีวิตสุขสบาย ใช้ชีวิตตามใจปรารถนา มีเงินทองและบริวารมากมาย ใช้ชีวิตกิน ๆ นอน ๆ แสนหรูหราอย่างหาที่สุดไม่ได้

“ฉันอยู่แถวนี้มาหลายเดือนแล้ว ออกไปจากตรงนี้เกินสิบกิโลไม่ได้” เขาตอบนิ่ง ๆ ในแววตาแฝงความไม่เข้าใจเจือจาง มองผู้หญิงตรงหน้าอย่างพิจารณา เขาเห็นเธอมาหลายวันแล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เธอมัดผมเปิดหน้าผากเผยใบหน้าชวนมอง

“แต่ฉันไม่เคยเห็นนายมาก่อนนะ”

“เธอมองไม่เห็นฉัน”

หลานซืออินขมวดคิ้ว หมายความว่ายังไง... เธอมองไม่เห็นเขางั้นเหรอ แต่สัมผัสรับรู้ของเธอก็ไม่ได้มีปัญหานี่ หมอผีสาวตั้งสมาธิสำรวจดวงวิญญาณตรงหน้าอีกครั้ง กระทั่งเห็นสิ่งแปลกปลอมบางอย่าง

บนหน้าผากเนียนของหนุ่มหล่อมีอักขระสีใสตัวหนึ่งเลือนรางอยู่ เหมือนใกล้จะสูญสลาย มองดูแล้วเป็นอักษรที่ใช้ซ่อนวิญญาณไม่ผิด ลางสังหรณ์ร้ายร้องเตือนว่าเรื่องเกี่ยวกับวิญญาณเทพดวงนี้ไม่ง่ายแน่

“นายพอจะจำได้มั้ยว่าทำไมตัวเองถึงมาอยู่ที่นี่”

“จำไม่ได้”

“จำบ้านตัวเองได้มั้ย”

“จำไม่ได้”

หลานซืออินเหงื่อตกคิดถึงความเป็นไปได้หนึ่งอย่างขึ้นมา

“แล้ว... จำอะไรได้บ้าง...”

“ไม่มี”

งานช้างแล้ว ! พลังบุญกุศลเคลื่อนที่ของเธอความจำเสื่อม แถมยังถูกประทับอักขระซ่อนวิญญาณ ถึงแม้ตอนนี้มันจะจางจนแทบเลือนหายไปแล้วก็เถอะ แต่ว่า... อักขระนี่มันต้องทำบนร่างตอนมีชีวิตนี่นา แสดงว่าเขายังไม่ตายน่ะสิ

ยังไม่ตาย = เอาพลังบุญกุศลไม่ได้

หลานซืออินห่อเหี่ยวไร้ความสนใจรูปปั้นเรืองแสงเดินได้ข้างกายทันที อีกอย่างดูท่าเขาจะมีเรื่องวุ่นวายใหญ่โตอยู่เบื้องหลังด้วย ไม่ยุ่งด้วยคงจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

“เธอจะไปไหน”

“เข้าบ้านน่ะสิ”

“ไหนว่าจะช่วย”

“ก็นายบอกว่าจำอะไรไม่ได้สักอย่าง จะให้ช่วยยังไงล่ะ”

“ช่วยให้ความจำฉันกลับมาไง”

“ใครจะไปรู้ว่า...”

ฟิ้ว !

พูดไม่ทันจบบางสิ่งก็บินเฉียดแก้มของหลานซืออินไป มุ่งเข้าปะทะกับร่างวิญญาณด้านหลังเธอ ความรู้สึกเย็นเยียบน่าขนลุกอันคุ้นเคยทำให้ต้องรีบหันกลับไปมอง

ร่างสูงโปร่งปริศนาถูกยันต์สีเลือดแปะหน้าผาก ดวงวิญญาณที่เคยมั่นคงพลันกระสับกระส่ายเลือนรางราวกับกำลังจะพังทลาย เขาทำสีหน้าเจ็บปวดทรุดตัวชันเข่ากับพื้นอย่างทรมาน

“ยันต์สลายวิญญาณ !”

นี่คือยันต์ชั่วร้ายนอกรีตที่มีไว้กำจัดวิญญาณให้สูญสิ้นทุกอย่างไม่ได้ผุดได้เกิด ขั้นตอนการสร้างมันขึ้นมาจำต้องใช้ชีวิตมนุษย์จริง ๆ สังเวย ถือเป็นของอัปมงคลที่ไม่ควรปรากฏบนโลกอย่างยิ่ง

“ซิ่วซิ่ว !”

หลานซืออินเรียกสัตว์วิญญาณคู่กายออกมาสร้างเกราะป้องกันรูปโดมรอบด้านพวกเธอทั้งคู่ทันที นอกจากยันต์ใบแรกยังมีใบที่สองและสามตามมา โชคดีที่เกราะป้องกันของซิ่วซิ่วแข็งแรงพอจะขวางมันไว้ด้านนอก ผู้กระทำคงตั้งใจจะชำระล้างวิญญาณผู้ชายคนนี้ให้ไม่เหลือซาก แน่ ๆ

หญิงสาวกัดฟันทำมือมุทราท่องคาถาส่งพลังวิญญาณที่สะสมมากมายออกไปมากกว่าครึ่งเพื่อทำลายยันต์แผ่นนั้น ถึงจะไม่รู้ที่มาที่ไป แต่ในเมื่อได้พบกันแล้วก็ถือเป็นวาสนาที่จะได้ช่วยเหลือ

“ฉันรู้สึกไม่ดีเลย”

ชายหนุ่มพูดเบา ๆ มองร่างตัวเองที่โปร่งใสและจางลงทีละน้อย

“วิญญาณนายไม่มั่นคง เพราะถูกโจมตีจากยันต์สลายวิญญาณ ถ้าปล่อยไว้แบบนี้นายคงหายไปจากโลกนี้แน่”

คิ้วเข้มของเขาขมวดแน่น ในใจไม่ยินยอมที่จะเป็นไปตามชะตากรรม

“ไม่ต้องห่วง ฉันจะช่วยเอง”

หลานซืออินกัดนิ้วโป้งตัวเองจนได้เลือดใช้มันวาดยันต์บนอากาศ หางตาเห็นบางอย่างกำลังวิ่งผ่านมาทางพวกเธอพอดีจึงคว้ามันเอาไว้ ประทับยันต์เลือดซ้อนทับวิญญาณที่ใกล้สูญสลายกับสิ่งมีชีวิตปริศนาเข้าด้วยกัน

เกิดแสงสว่างวาบขึ้นมาชั่วพริบตา ยันต์เลือดสองใบที่โจมตีอยู่ด้านนอกพลันร่วงผล็อยลงกับพื้นแล้วเผาไหม้ตัวเองไปเนื่องจากเป้าหมายไม่มีอยู่แล้ว

ส่วนวิญญาณอีกฝั่งก็หายไปแล้วหลงเหลือไว้เพียงแมวตัวหนึ่ง... แมวสีขาวที่มีดวงตาสีม่วงประหลาด

เมี๊ยว...

แปลความหมายได้ว่า

“เธอทำอะไรกับฉัน”

“วิญญาณของนายไม่เสถียร เลยต้องหาร่างสิ่งมีชีวิตอื่นมาให้เกาะน่ะสิ โชคดีนะที่เจ้าแมวนี่โผล่มาพอดี ไม่งั้นนายคงไม่อยู่บนโลกนี่แล้วล่ะ ฉันยังเสียสละพลังวิญญาณเกือบหมดให้นายเชื่อมเข้ากับเจ้าแมวน้อยได้ด้วยนะ”

หญิงสาวทำท่าปาดเหงื่อ กอดอกด้วยความภาคภูมิใจในฝีมือตัวเอง นอกจากจะช่วยรักษาวิญญาณเขาได้แล้วยังเป็นการพรางตาจากพวกไม่ปรารถนาดีอีกด้วย พลังวิญญาณที่เกือบหมดเกลี้ยงคงต้องใช้เวลาฟื้นฟูสักระยะ

หลานซืออินก้มลงไปอุ้มแมวน้อยดวงตาดุดันขึ้นมา จากนั้นเดินตรงเข้าบ้าน ด้านชายหนุ่มในร่างแมวรู้สึกอัปยศมืดมนถึงกับสบถออกมาเป็นคำตอบแทนอยู่ห้าคำ

“เธออยากตายสินะ...”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel