ตอนที่ 6. ห้องที่เต็มไปด้วยไอมรณะ
วินาทีที่ลงจากรถหลานซืออินก็มองไปรอบ ๆ คฤหาสน์ตระกูลจูอย่างพิจารณา แล้วจ้องเขม็งไปยังห้องหนึ่งตรงชั้นสามที่แผ่กลิ่นอายดำมืดออกมารุนแรง
“ชั้นสามสินะ”
จูจิงได้ยินเสียงพึมพำนั้นก็หันขวับ มองตามสายตาของคนข้าง ๆ พอเห็นว่าเป็นห้องที่แม่เธอกำลังนอนรักษาตัวอยู่ก็เบิกตาโต
“ใช่ ใช่ ๆ เธอเก่งมาก แม่ฉันอยู่ห้องนั้นจริง ๆ !”
คำพูดยกยอทำเอาหลานซืออินไม่ชินเล็กน้อย ตลอดชีวิตที่ผ่านมาไม่ค่อยมีคนชมเธอเท่าไรนัก แต่แบบนี้ก็ไม่เลว...
“แหม ๆ ในที่สุดเจ้านายข้าก็ใช้ดวงตาได้คุ้มสักที ยิ้มแป้นเลยน้า”
“ซิ่วซิ่ว อย่าซน” หญิงสาวตอบกลับในใจ
เจ้าเต่าน้อยเกาะหัวเจ้านายและยอมเงียบแต่โดยดี เพราะรู้ว่าเธอต้องใช้สมาธิในการตรวจสอบพื้นที่ เมื่อมาถึงห้องนอนของคุณนายตระกูลจูก็ต้องอึ้ง เพราะตระกูลจูเล่นใหญ่จริง ๆ ประตูบานไม้เปิดกว้างทั้งสองด้านทำให้เห็นภายในห้องกว้างชัดเจนที่เต็มไปด้วยวัตถุมงคล ยันต์หลากหลายสำนักแปะอยู่เต็มผนังห้องทั้งสี่ด้าน ซึ่งหลานซืออินสแกนแล้วว่าพวกมันไร้ประโยชน์สิ้นดี เพราะถูกบรรพบุรุษเคี่ยวเข็ญเรื่องการเขียนยันต์ให้สมบูรณ์แบบจนแทบอ้วก อักขระยึกยือไม่สมประกอบเหล่านั้นจึงนับเป็นสิ่งที่สิ้นเปลืองกระดาษยันต์โดยแท้ พลังวิญญาณที่เปล่งออกมาได้มีน้อยยิ่งกว่าน้อย
นอกจากนี้บนเพดานยังโยงเส้นเชือกสีแดงสีขาวสลับกันจนมั่ว ห้องเครื่องรางของขลังและกระดิ่งมากมาย บรรยากาศในห้องดูขมุกขมัวและเย็นยะเยือกแปลก ๆ จูจิงที่เดินนำเข้าไปก่อนพลันรู้สึกหายใจไม่ค่อยออก แต่สำหรับหลานซืออินที่มองเห็นทุกอย่างทำเพียงขมวดคิ้วแล้วส่งยันต์ใบหนึ่งแปะบนตัวเพื่อนนักเรียน
พริบตานั้นจูจิงก็หายใจสะดวกขึ้น สมองที่เหมือนจะมึนงงกลับกลายเป็นแจ่มใสทันที ในใจเธอยิ่งนับถือหลานซืออินและเชื่อมั่นมากกว่าเดิม
“สกปรกมากเลยนะเจ้านาย”
ซิ่วซิ่วบ่นอุบ มองไอมรณะสีดำอัปมงคลที่อัดแน่นเต็มห้องจนแทบมองไม่เห็น ทำทีปิดจมูกรังเกียจกลิ่นเหม็นในห้องอย่างมีจริต ผู้เป็นเจ้านายไม่ตอบอะไรก่อนเลื่อนสายตามองจุดสีขาวริบหรี่บนเตียงนอนแล้วเลิกคิ้ว คนร้ายก็หัวหมอไม่เบา...
“ไม่เข้าห้องเหรอ ?”
จูจิงถามเมื่อเห็นอีกคนหยุดอยู่ตรงหน้าห้อง
“ขอโต๊ะหนึ่งตัว”
“ได้ รอก่อนนะ !”
เด็กสาววิ่งฉิวไปอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับตอนกลับมาพร้อมคนงานที่แบกโต๊ะให้ เมื่อได้แท่นแล้วหลานซืออินก็เปิดกระเป๋านักเรียนหยิบกระถางธูปพกพาของเธอมาวาง วางพู่กัน ชาด กระดาษยันต์อย่างเป็นระเบียบ ระหว่างนั้นก็พูดลอย ๆ ขึ้นมาด้วย
“ช่วงนี้ผู้ชายในตระกูลของเธอเริ่มมีสุขภาพไม่ดีกันใช่มั้ย ส่วนฝั่งผู้หญิงก็คงฝันร้ายกันซะส่วนใหญ่ เรื่องทางธุรกิจก็คงมีปัญหาพอ ๆ กับการเงิน ทำอะไรก็ไม่ประสบความสำเร็จ”
จูจิงเอาแต่พยักหน้าเป็นไก่จิกข้าวสาร ดวงตาหงส์เต็มไปด้วยความตื่นตะลึงและเลื่อมใส
“จิงจิงลูกพาใครมาน่ะ !”
เสียงเคร่งขรึมหนึ่งตวาดดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงฝีเท้ารีบร้อนและคนสี่คน ได้แก่จูซื่อหมิงผู้เป็นพ่อของจูจิง จูเจิ้งไห่ผู้เป็นปู่ พ่อบ้านใหญ่ที่เป็นชายวัยกลางคนและไต้ซือหัวโล้นในชุดสีน้ำตาลท่านหนึ่ง
“พ่อ ! นี่หลานซืออินค่ะ เป็นเพื่อนที่โรงเรียนเดียวกับหนู เธอเก่งมากเลยนะคะ จะต้องช่วยแม่ได้แน่ค่ะ !”
ทุกสายตามองไปยังเด็กสาวผมยาวที่กำลังตั้งโต๊ะเตรียมพิธีอยู่
“เหลวไหล ! เรื่องแบบนี้จะให้เด็กคนหนึ่งมาทำเล่นได้ยังไง ไม่กลัวสวรรค์ลงโทษหรือ หากทำมั่ว ๆ อย่าว่าแต่คุณนายจะฟื้นเลย แม้แต่ตระกูลนี้คงรักษาไว้ไม่ได้แล้ว ฮึ”
ไต้ซือหัวโล้นทำท่าใหญ่โต ตวาดอย่างเกรี้ยวกราด ทำเอาทุกคนหวาดกลัวขึ้นมา
“ได้ยินมั้ยจิงจิง พ่อรู้ว่าลูกร้อนใจเรื่องแม่ แต่จะพาเพื่อนมาเล่นเหลวไหลที่นี่ไม่ได้นะ ครั้งก่อนที่แม่หยุดหายใจไปก็เป็นไต้ซือชุนที่ยื้อลมหายใจกลับมาให้ เชื่อฟังนะลูก”
จูซื่อหมิงพยายามกล่อมลูกสาวที่ตอนนี้เริ่มมีสีหน้าไม่ดีแล้ว
“ฟังผู้ใหญ่เถอะจิงจิง พาเพื่อนไปเล่นข้างนอกไป วันนี้เป็นวันที่ไต้ซือชุนต้องทำพิธี” จูเจิ้งไห่ผู้เป็นปู่เสริม
ไม่มีใครสนใจเด็กสาวที่เตรียมของทำพิธีเสร็จเรียบร้อย พ่อบ้านเชิญไต้ซือชุนเข้าไปข้างใน ปากก็อวยพรให้วันนี้ช่วยรักษานายหญิงให้สำเร็จ หลานซืออินมองไต้ซือชุนคนนั้นนานเป็นพิเศษก่อนจะยกยิ้มเล็กน้อย
“จะให้ฉันทำต่อมั้ย” เธอหันไปถามเพื่อนนักเรียนที่มีสถานะนายจ้าง
“ทำ !! เรื่องค่าจ้างฉันจ่ายเอง ไม่ต้องฟังใคร เชิญเริ่มพิธีเลย !”
“จิงจิง !”
พวกคนที่เพิ่งเดินเข้าไปในห้องได้ยินเสียงประกาศของคุณหนูของบ้านก็ตื่นตกใจ ยิ่งหันไปเห็นเด็กสาวในชุดนักเรียนเริ่มท่องคาถาพึมพำหยิบธูปขึ้นมาก็ร้อนใจ โดยเฉพาะพ่อบ้านที่พยายามวิ่งเข้ามาพังโต๊ะตัวเล็กที่มีข้าวของไม่กี่อย่างวางอยู่ ซิ่วซิ่วเห็นอย่างนั้นก็อ้าปากพ่นฟองน้ำทรงกลมออกมาลอยลิ่วไปเบื้องหน้า กลายเป็นกำแพงล่องหนที่กั้นไว้ได้ทันที
พลังของเจ้าสัตว์วิญญาณตัวน้อยที่กินอิ่มมาหลายวันออกฤทธิ์ โล่ที่สร้างขึ้นมาได้แข็งแรงมากขึ้นแถมยังเปลี่ยนรูปร่างได้อีก ซิ่วซิ่วยืนบนหัวเจ้านายยืดอกชูคออย่างภาคภูมิใจ
พ่อบ้านตกตะลึงแล้ว... ทำไมเขาถึงฝ่าออกไปไม่ได้
หรือเด็กคนนี้จะมีวิชาจริง ๆ !
