บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 4. เรื่องซุบซิบในโรงเรียน

“นี่ ๆ รู้ข่าวนักเรียนคนนั้นรึยัง” หญิงสาวคนแรกก้มหน้ามาพูดคุยกับเพื่อนสาวที่อยู่เคียงข้าง ก่อนจะเริ่มเม้าท์มอยตามประสาคนชอบสนใจเรื่องของชาวบ้าน

“ชู่วว ลูกสมุนของหล่อนอาจจะกำลังแอบฟังเราอยู่นะ”

หญิงสาวผมสั้นอีกคนที่ได้ยินคำพูดของเพื่อนสนิทก็รีบเอ่ยปากบอกในทันที ด้วยกลัวว่าคนที่เป็นประเด็นในการสนทนาจะรู้เรื่องที่พวกตนกำลังพูดคุยกัน

“ฉันไปขอยันต์จากปรมาจารย์ในเน็ตมาแล้ว พูดได้”

“จริงเหรอ !”

“อืม ว่าก็ว่าเถอะเห็นว่าเที่ยงนี้หล่อนไปพูดคนเดียวที่ดาดฟ้าอีกแล้ว”

“วันก่อนก็มีคนเห็นหล่อนแอบไปที่สระน้ำโรงเรียนตอนกลางคืนด้วยล่ะ”

“หลอนชะมัด !”

สองนักเรียนหญิงในโรงเรียนมัธยมที่แปดเมือง S กระซิบกระซาบกันระหว่างทางเดิน ใครที่ได้ยินต่างก็ขนลุกพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย และรู้ดีว่าสองคนนั้นกำลังเอ่ยถึงใคร โดยเฉพาะเด็กปีสามห้องห้า

“ฉันรู้สึกว่าเพื่อนร่วมห้องเราคนนั้นนับวันยิ่งดูน่ากลัวขึ้นนะ”เพื่อนร่วมห้องของซืออินเอ่ยกระซิบกระซาบกัน แน่นอนว่าบทสนทนาก็คงไม่พ้นเรื่องการนินทาหญิงสาวที่กำลังเป็นประเด็นร้อนอยู่ในช่วงนี้ ด้วยพฤติกรรมที่แปลกประหลาดของเธอ จึงไม่แปลกที่ใครต่อใครจะจับตามอง

“วันก่อนในคาบพละฉันบังเอิญได้มองตาเห็นตาหล่อน ขอบตาดำปื้นเลย หรือว่า... จะถูกเขาสิงแล้ว” ว่าไปพลางลูบขนแขนแสดงท่าทีหวาดกลัว

“กรี๊ด อย่าพูดน่ากลัวสิ แค่ข่าวว่าหล่อนคุยกับสิ่งลี้ลับไปทั่วโรงเรียนฉันก็กลัวจะตายแล้วนะ !”

“ว่าแต่... เรื่องที่นางไล่สาปคนที่ไม่ชอบนั่นจริงรึเปล่า”

เสียงซุบซิบนินทาระยะเผาขนไม่ได้ทำให้หลานซืออินที่นอนฟุ่บกับโต๊ะหลังห้องมีปฏิกิริยาอะไรได้เลย เพราะเธอหลับสนิทไปแล้ว และแน่นอนว่า แม้เธอจะรู้ตัวว่าถูกเอาไปเป็นประเด็นในการพูดคุย หญิงสาวก็ไม่เสียเวลามาสนใจเรื่องไร้สาระอะไรพวกนี้ ด้วยภารกิจที่เธอทำมันสำคัญกว่ามาก

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เทอมใหม่เริ่มมาได้หนึ่งเดือนแล้ว หลานซืออินที่ตั้งใจจะเรียนหนังสือกลับถูกบางอย่างดึงดูดไปจนไขว้เขว สิ่งนั้นก็คือพลังบุญกุศลที่ติดอยู่กับวิญญาณดวงต่าง ๆ ในโรงเรียน แม้จะน้อยนิดราวหิ่งห้อย แต่ถ้าเธอสามารถทำให้พวกเขาไปสู่สุคติได้ พลังบุญกุศลนั้นก็จะเพิ่มพลังให้เธอได้มากโข ยิ่งมอบพลังบุญกุศลให้เจ้าซิ่วซิ่วมันก็ยิ่งเติบโตแผ่กลิ่นอายความศักดิ์สิทธิ์ออกมา เกราะป้องกันอันเป็นพลังเฉพาะตัวก็แข็งแกร่งขึ้นอย่างน่าประทับใจ ดังนั้นภารกิจหลักของหลานซืออินจึงกลายมาเป็นการส่งวิญญาณในโรงเรียนให้ไปเกิดจนไม่ได้หลับไม่ได้นอน เป็นที่มาของขอบตาดำอันสวยงาม

เดิมทีเธอเองก็มีรูปลักษณ์ที่คนไม่อยากเข้าใกล้อยู่แล้ว ทั้งผมยาวและหน้าม้าปิดบังดวงตาไปเกือบครึ่ง ผิวขาวซีด แถมมีนิสัยไม่ชอบคุยกับคนที่ไม่สนิท บรรยากาศรอบตัวเธอก็เย็นยะเยือกแปลก ๆ อยู่ตลอด ยังไม่นับเรื่องเป็นเด็กกำพร้าเพราะที่บ้านตายหมดอย่างน่ากลัวอีก

เอาเป็นว่าทุกอย่างที่เป็นหลานซืออินทำให้เธอไม่มีเพื่อนและเป็นที่หวาดกลัวของเพื่อนนักเรียนมาตั้งแต่เด็ก แต่เธอเองก็ไม่ได้สนใจเรื่องคนเป็นพวกนี้มากนัก เพราะแค่เรื่องคนตายก็วุ่นวายมากพอตัวจนเธอไม่มีเวลาไปคิดหาเรื่องอื่น

ระยะนี้ที่เธอตั้งใจหาพลังบุญกุศลมาเพิ่มโดยการเจรจากับพวกผีในโรงเรียนก็มีคนมาเจอเข้าบ่อย ๆ เลยเกิดเป็นข่าวลือแปลก ๆ หนาหูกว่าปกติ

ก๊อก ๆ

ใครบางคนเคาะโต๊ะ หลานซืออินจึงเงยหน้าจากการงีบหลับขึ้นมอง คนมาเรียกคือเพื่อนนักเรียนคนหนึ่งในห้อง เขาสะดุ้งเฮือกถอยห่างออกไปสามก้าวดูขวัญผวาสุด ๆ คนในห้องเรียนที่เห็นแบบนั้นก็เงียบเสียงก้มหน้ารอฟังเรื่องราว

“เอ่อ... ครูประจำชั้นเรียกเธอน่ะ” พูดจบเขาก็รีบวิ่งหนีไปทันที

หลานซืออินบิดนวดต้นคอเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นเดินออกไปจากห้องเรียน พริบตานั้นเสียงพูดคุยด้านในก็ระเบิดทันที แน่นอนว่าเป็นการนินทาคนที่เพิ่งเดินออกมาทั้งนั้น

“แหม ๆ เจ้านายของข้านี่ช่างเนื้อหอมซะจริง”

เธอเมินทำหยอกของซิ่วซิ่ว เดินตรงไปยังห้องพักครูเพื่อพบครูประจำชั้น อันที่จริงเธอก็พอรู้อยู่ว่าเขาจะพูดเรื่องอะไร เพราะชาติที่แล้วเธอก็ถูกเรียกมาด้วยเรื่องนี้เหมือนกัน

“นักเรียนหลานซืออิน ครูและทางโรงเรียนก็เข้าใจสถานะทางบ้านของเธอนะ เรื่องที่ผู้ปกครองเธอเพิ่งเสียไปก็ทราบดี ถึงได้อนุโลมให้จ่ายค่าเทอมช้ามาขนาดนี้ แต่ถ้าอาทิตย์หน้าเธอยังไม่มีจ่าย สิทธิ์การเป็นนักเรียนของเธอคงรักษาไว้ไม่ได้จริง ๆ”

ครูประจำชั้นทำหน้าเครียดไม่รู้จะช่วยยังไง จะให้เธอเอาทุน ผลการเรียนก็ไม่ได้ดีขนาดนั้น ด้านกิจกรรมหรือผลงานก็ไม่มี จึงหาเงินสนับสนุนเด็กคนนี้ไม่ได้จริง ๆ

“ฉันเข้าใจดีค่ะครู ภายในอาทิตย์หน้าจะเอามาจ่ายให้แน่นอนค่ะ”

“เฮ้อ ครูรู้ว่าชีวิตเธอไม่ง่าย เป็นกำลังใจให้นะ”

หลานซืออินกล่าวขอบคุณแล้วเดินออกมาจากห้องพักครู มุ่งตรงไปยังดาดฟ้า ยังไงตอนนี้ก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว เธอจึงจะไปจัดการเจ้าผีขี้แยตัวหนึ่งเสียก่อน หลังได้พลังบุญกุศลมาเพิ่มก็จะสามารถรับงานได้อย่างไม่อายใครสักที แค่งานช่วยดูฮวงจุ้ยหรือไล่ผีก็ได้หลายตังค์แล้ว ไม่กี่วันคงได้ค่าเทอมมาครบ

‘ฮืออ ฉันเศร้ามากแค่ไหนรู้มั้ย เศร้ามากเลยยังไงล่ะ เศร้าจนอยากจะกระโดดลงไปจะได้เป็นอิสระ แต่กลับ... ฮึก... แต่กลับติดอยู่ที่นี่ แงงง’

ผีนักเรียนผู้หญิงนั่งแหมะกับพื้นดาดฟ้าร้องไห้งอแง ซิ่วซิ่วที่ตอนแรกยังอยู่ดูเรื่องสนุกก็หนีไปเพราะเสียงร้องไห้ทำลายล้างนี้

“ฉันบอกแล้วไงว่าจะส่งวิญญาณเธอเอง แต่ต้องพูดมาก่อนว่าเธอเศร้าเรื่องอะไร ถ้าในใจไม่ติดค้างแล้ว การจะไปเกิดใหม่ก็ไม่ใช่เรื่องยาก” หมอผีสาวพยายามปลอบใจ

‘ฉัน... ฉันแค่อยากมีเพื่อน... ฮืออ...’

หลานซืออินชะงักไปนิดหน่อย แล้วเป็นเพื่อนกันมันต้องทำยังไง ทั้งชาติที่แล้วกับชาตินี้เธอไม่มีเพื่อนสักหน่อย เอาเถอะเพื่อพลังบุญกุศลน้อย ๆ ของวิญญาณตนนี้...

“ฉันจะเป็นเพื่อนกับเธอเอง”

‘จริงเหรอ ! ดีใจจัง ! งั้นเราก็มาเม้าท์มอยกันเถอะ !’

ผีนักเรียนหญิงดวงตาเป็นประกาย จากเสียงร้องไห้คร่ำครวญเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงสดใสร่าเริง ทำเอาหลานซืออินยิ้มแห้งเหมือนมองเห็นชะตากรรมข้างหน้าของตนได้ราง ๆ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel