ตอนที่ 3. ชีวิตใหม่ พลังใหม่
หลานซืออินนั่งมองฝ่ามือตัวเองอย่างเหม่อลอยโดยมีเสียงฮึมฮัมอารมณ์ดีของซิ่วซิ่วคลอข้างหู ความรู้สึกที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังวิญญาณนี้ช่างแปลกประหลาดและไม่คุ้นเคย แต่ก็ทำให้หัวใจเต้นแรง
“สุดยอดไปเลยเจ้านาย ! พลังเยอะมาก ! ขอกินหน่อย ! ขอหน่อยเจ้านาย !”
เธอมองเจ้าเต่าน้อยที่ทำท่าตะกละก่อนจะทดลองส่งพลังวิญญาณให้มันกิน ปากน้อย ๆ ของเจ้าเต่าอ้างับพลังอย่างเอร็ดอร่อยจนเข้าไปคำแล้วคำเล่า กระทั่งพุงกางแล้วเธอก็ยังรู้สึกว่าพลังเต็มเปี่ยมอยู่เลย หลานซืออินสูดลมหายใจเข้าลึก ที่แท้ทุกอย่างไม่ใช่ฝัน
เธอย้อนเวลากลับมา ประตูแห่งจิตวิญญาณก็เปิดแล้ว เหลือแค่ดวงตาฟ้าดิน ก็สามารถได้ชื่อว่าปรมาจารย์เต็มตัวละทิ้งฉายาหมอผีเก๊ลวงโลกได้แล้ว แต่ตอนที่ตั้งท่าจะใช้พลังเปิดดวงตาฟ้าดิน ท้องน้อย ๆ ของเธอก็ส่งเสียงโอดครวญน่าอายออกมาเสียก่อน ดูท่าคงต้องหาของกินเติมพลังบำรุงร่างกายอ่อนแอนี่ให้พร้อมเสียหน่อย หญิงสาวจึงลุกขึ้นเดินไปทางห้องครัวหาอะไรง่าย ๆ กิน
ตระกูลหลาน เป็นหนึ่งในตระกูลที่มีชื่อเสียงเลื่องลือของวงการลัทธิเต๋า เดิมที่อนาคตควรจะรุ่งโรจน์ยิ่งใหญ่งดงาม แต่เมื่อสิบปีก่อนหายนะครั้งใหญ่ของเหล่าผู้วิเศษก็ได้เริ่มต้นขึ้น เมื่อคำสาปร้ายปรากฏตัว ตระกูลอันมีชื่อเสียงด้านวิชาเต๋าทั้งหลายล้วนล่มสลายลงพร้อมกัน คนในตระกูลตายอย่างปริศนา กระทั่งสิ้นลูกสิ้นหลาน
เวลานั้นหลานซืออินมีอายุเพียงแปดขวบก็ต้องพบกับการจากลาครั้งยิ่งใหญ่ ที่ญาติพี่น้องล้มตายไปทีละคน ท่านตาที่เป็นผู้นำตระกูลตอนนั้นใช้วิชาฟ้าดินเซ่นไหว้ดวงชะตาตัวเองเพื่อทำนายทางรอด ปรากฏว่าทางรอดของตระกูลคือหลานซืออิน ดังนั้น แม้เหล่าบรรพบุรุษจะกลายเป็นวิญญาณแล้วก็ยังมารุมจ้ำจี้จ้ำไชถ่ายทอดทุกอย่างให้กับเธอ มีเพียงคนที่ตายเพราะคำสาปเท่านั้นที่ไม่สามารถกลายเป็นวิญญาณกลับมาหาเธอได้
ครั้งนี้เธอจะต้องตามหาต้นตอคำสาปชั่วร้ายนั่นให้ได้ เบาะแสสำคัญที่แลกมาด้วยความตายของเธอคือตระกูลฮุน... และเจ้าเฒ่าสารเลว.......ฮุนอู๋เซิง
อีกเรื่องที่ต้องทำคือการตามหาลูกพี่ลูกน้องตระกูลหลานก่อนที่พวกเขาจะถูกตามฆ่า
“เจ้านายตอนเป็นเด็กหน้าตาแบบนี้สินะเนี่ย ทรงผมเจ้านายแย่ยิ่งกว่าตอนโตซะอีก แต่ขาวกว่า ใต้ตาก็ยังสีเข้มสู้ไม่ได้นะ”
เจ้าซิ่วซิ่ววิจารณ์ทรงผมปล่อยยาวและมีหน้าม้าปิดบังดวงตาของเธอ พอประกอบกับผิวขาวซีดยิ่งทำให้ดูหลอนแปลก ๆ เต่าน้อยลอยวนรอบตัวเธออย่างอารมณ์ดีเพราะได้กินอิ่ม มันมองเจ้านายที่กินอิ่มแล้วเหมือนกันด้วยท่าทางสนใจอย่างยิ่ง เมื่อชีวิตก่อนกว่าหลานซืออินจะอัญเชิญมันออกมาได้ก็อายุล่วงเข้ายี่สิบห้าแล้ว
“อย่าเพิ่งวุ่นวาย”
มือเรียวปัด ๆ เจ้าเต่าออกไป ก่อนจะนั่งท่าทำสมาธิหลับตาลง รวบรวมพลังวิญญาณไปที่ดวงตาทั้งสองข้าง
ดวงตาหยินหยาง คือสิ่งที่จะทำให้มองเห็นเหล่าภูตผีวิญญาณได้ และมันยังมีขั้นที่เหนือไปกว่านั้นคือ ดวงตาฟ้าดิน ที่จะทำให้มองเห็นทุกพลังงานได้ละเอียดยิ่งขึ้นอย่างที่ดวงตาหยินหยางเทียบไม่ติด
ใช้เวลาไปเกือบชั่วโมงเปลือกตาบางก็ค่อย ๆ เปิดขึ้นอีกครั้ง นัยน์ตาสีดำที่เคยดูปกติธรรมดาเปล่งสีน้ำเงินอมม่วงสะท้อนสีท้องฟ้ายามค่ำคืนจนยากจะละสายตา หลานซืออินควบคุมพลังอยู่ครู่หนึ่ง ดวงตานั้นก็กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว
“สำเร็จแล้วเจ้านาย ! เจ้านายแข็งแกร่งมากจริง ๆ !”
“อืม”
“งั้นเราไปตามล่าพวกคนร้ายเลยมั้ยเจ้านาย !” ซิ่วซิ่วตั้งท่าขึงขัง พร้อมจะกัดคนตายเต็มที
“ยังไม่พร้อม” เธอตอบพลางจับเจ้าเต่ามาป้อนพลังวิญญาณดับอารมณ์โมโห ซึ่งซิ่วซิ่วเองก็ยอมสลัดคราบโมโหทิ้งอย่างเต็มใจ แล้วอ้าปากเรียกร้องจะกินอีกอย่างสุขใจ
ถึงแม้ตอนนี้พลังวิญญาณเธอจะเพิ่มมากขึ้นแล้วก็จริง แต่มันยังไม่พอ... ความต่างชั้นของเธอกับพวกตระกูลฮุนและผู้ยิ่งใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังพวกมันยังมีอยู่มาก เธอต้องใช้เวลาฝึกฝนใช้งานพลังและวิชาทางทฤษฎีที่เต็มหัวอยู่นี่ด้วย
อีกอย่าง... เธอยังมีหนึ่งเป้าหมายที่อยากทำให้สำเร็จ
นั่นคือการเรียนให้จบมัธยมปลาย
ชีวิตที่แล้วหลานซืออินเสียใจและเสียดายไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่เรียนไม่จบ สาเหตุมาจากไม่มีเงินไปจ่ายค่าธรรมเนียมเทอมสุดท้าย จึงทำไม่ได้แม้แต่จะหางานง่าย ๆ ได้แต่เป็นหมอผี(เก๊)รับจ้างทั่วไปได้เพียงเศษเงินพอประทังชีวิต แถมยังต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ วิ่งหนีลูกค้าที่ทำท่าจะมาเอาคืนอีก ชีวิตอนาถยิ่งกว่าอนาถ ดังนั้นชาตินี้ยังไงเธอก็จะเรียนจบให้ได้ นี่ก็เหลือแค่เทอมเดียวเท่านั้น
“แล้วเจ้านายจะทำอะไรต่อเหรอ”
หลานซืออินฉีกยิ้มสดใสจับตัวเจ้าซิ่วซิ่วมาลูบกระดองเล่นพลางป้อนพลังวิญญาณให้มันกินเรื่อย ๆ อย่างตามใจ ก่อนเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า
“ไปโรงเรียนไงล่ะ !”
“เอิ้ก !” เสียงเรอที่ตอบกลับมาเรียกให้เธอก้มมอง ตอนนี้ซิ่วซิ่วของเธอตัวพองเป็นลูกโป่งไปแล้ว
“กินเยอะไปแล้วเจ้าหมู”
“ข้าเป็นเต่าต่างหาก ! อย่ามาเหยียดสายพันธุ์กันแบบนี้นะ ฮ่า... แต่ตอนนี้ข้าอิ่มมากเลย ไม่เคยอิ่มขนาดนี้มาก่อน ก็เลยง่วงแปลก ๆ”
ตาโต ๆ ของมันปรือลงช้า ๆ เป็นสัญญาณว่าใกล้ต้องนอนหลับเพื่อย่อยพลังวิญญาณที่กินเขาไปมากมายแล้ว หลานซืออินยิ้มอ่อนโยนเก็บเจ้าเต่าเข้าในตัวให้มันได้พักผ่อน หวังว่าตอนตื่นมาอีกครั้ง คู่หูตัวน้อยจะพัฒนาไปอีกขั้น
