ตอนที่ 19. ผมจำพี่สาวได้
“นี่ เด็กน้อย ! ตื่นเร็วเข้า !”
หลานซืออินกุลีกุจอไปนั่งข้าง ๆ เด็กชายแล้วตบหน้านุ่มนิ่มนั่นเบา ๆ เพื่อเรียกสติ หวังว่าเธอจะไม่ช่วยเขาสายเกินไป แต่ไม่ว่าจะเรียกเท่าไรเขาก็ไม่ลืมตาขึ้นมาเสียที ใจดวงน้อยจึงแกว่งไกวอย่างน่ากลัว
“จือจือ !” เพราะไม่รู้จะเรียกเขาว่าอะไร จึงตะโกนชื่อที่เธอตั้งให้เขาออกไป ถึงอย่างนั้นอีกฝ่ายก็ยังนอนนิ่งไม่ได้สติ
หลานซืออินจึงต้องช่วยด้วยมาตรการเด็ดขาดโดยเริ่มปั๊มหัวใจ ทำ CPR ให้เขาอย่างร้อนรน ในใจนับจำนวนการกดปั๊มสลับไปเป่าปากอยู่ครู่ใหญ่ ในที่สุดเด็กน้อยก็เริ่มขยับตัว เธอจึงหยุดทุกอย่างนั่งหอบหายใจคอยมองดูเขา ร่างเล็กดูเติบโตกว่าที่ได้พบกันในฝันครั้งก่อนเล็กน้อย ดูเหมือนเด็กอายุประมาณแปดเก้าขวบ
“แค่ก ๆ ๆ ! อึ่ก !”
เด็กชายสำลักน้ำออกมาจากปาก ไอค็อกไอแค็กอยู่อย่างนั้นก่อนจะค่อย ๆ ลืมตา เขารู้สึกเหมือนเพิ่งถูกดึงออกมาจากหลุมอันมืดมิดกลับมาสู่โลกที่มีแสงสว่าง ในลำคอและหน้าอกแสบร้อนไปหมด กะพริบตาอยู่หลายครั้งก็เห็นแสงสว่างเล็ดลอดเข้ามา ต่อด้วยใบหน้าที่เขาไม่เชิงคุ้นเคย แต่จำไม่ลืม
“พี่สาว...” เสียงแหบแห่งและปลายหางตาแดงระเรื่อของเขาช่างดูน่าสงสารเหลือเกิน
“ไม่เป็นไรแล้วนะ” เธอปลอบเขาพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน แม้ตัวเองจะเปียกมะล่อกมะแล่กเหมือนกันก็ตาม
“ผมจำพี่สาวได้... แค่ก ๆ”
“หืม ?”
“พี่สาวที่งานศพ”
หลานซืออินประมวลผลเล็กน้อย หมายความว่าจือจือเด็กนี่จำเรื่องราวในความฝันได้ แต่จำเรื่องที่โลกจริงไม่ได้ ส่วนจือจือในโลกจริงจะจำได้ทั้งความฝันและความจริงงั้นเหรอ ?
“พี่สาวนางฟ้ามาช่วยผมอีกแล้วใช่มั้ยครับ”
ใบหน้านั้นส่อแววให้เห็นถึงความหล่อเหลาเย็นชาของชายหนุ่มเมื่อแรกเจอได้อย่างชัดเจน พอเธอนึกถึงภาพที่เขาวางมาดพูดน้อยเย่อหยิ่งตอนนั้น เทียบกับเขาในวัยเด็กที่ออดอ้อนเธอแบบนี้แล้วมันชวนให้อารมณ์ดีแปลก ๆ อยู่เหมือนกัน
“อืม ถ้าเธอฝันร้ายอีกฉันจะมาหาเธอเอง ค่อย ๆ ลุกขึ้นนะ” มือเรียวช่วยประคองเขาให้ลุกขึ้นนั่ง แล้วปาดหยดน้ำบนใบหน้าเนียนของเด็กน้อยออกให้อย่างทะนุถนอม
ดวงตากลมโตคู่นั้นเอาแต่มองนางฟ้าของเขานิ่งงัน ไม่ได้พูดอะไรอีกแต่นั่งเงียบ ๆ อย่างว่าง่าย ดูน่ารักขึ้นมาจนหลานซืออินอดโอบเขาเข้ามากอดปลอบไม่ได้ มือเล็ก ๆ คู่นั้นกอดตอบเธอแน่นราวกับต้องการที่พึ่ง
“พี่สาวนางฟ้า ขอบคุณที่ช่วยผมนะครับ”
“อืม ว่าแต่เธอตกลงไปได้ยังไง” เธอสงสัยไม่น้อยเพราะแถวนี้ไม่มีใครเลย ครั้งก่อนจือจือบอกว่าได้ความทรงจำคืนมาผ่านความฝัน แสดงว่าเรื่องนี้ต้องเป็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้นจริงกับเขา
“มีคุณลุงบอดี้การ์ดคนหนึ่งบอกว่าจะพาผมไปหาคุณปู่ครับ แต่ว่าพอมาถึงเขากลับผลักผมลงไปในน้ำ” เด็กชายตัวสั่นน้อย ๆ กอดพี่สาวของเขาแน่นขึ้น ใบหน้าที่หลบซุกซ่อนอยู่กลับไม่เปลี่ยนสีหน้าเลยสักนิด ความนิ่งในดวงตาคู่นั้นยังดูน่ากลัวเกินเด็กธรรมดาอีกด้วย
“ไม่ต้องกลัวนะ ฉันจะอยู่เป็นเพื่อนเธอเอง ว่าแต่เธอชื่ออะไร ?”
“ผมชื่อ...”
วินาทีที่จะได้ยินชื่อนั้น หลานซืออินก็ต้องหยีตาขบฟันแน่นเพราะเหมือนถูกคลื่นรบกวนบางอย่างโจมตีจนปวดกระดูกหู
“พี่สาวเป็นอะไรไปเหรอครับ !”
“มะ... ไม่เป็นไร”
พริบตาเดียวเสียงนั้นก็หายไป หลานซืออินมองไปรอบด้านด้วยความสงสัย... ปิดบังตัวตนงั้นเหรอ ?
ตอนนั้นเองภาพตรงหน้าก็เริ่มเลือนรางขึ้น เธอเห็นจือจือตัวน้อยทำตาโตอาลัยอาวรณ์ แต่ถึงอย่างนั้นฝันครั้งนี้ก็ต้องจบลง...
เฮือก !
หลานซืออินสะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็เช้าแล้ว เธอรีบนั่งหลังตรงในท่าบำเพ็ญแล้วโคจรแสงบุญก้อนหนึ่งที่ได้รับมาจากความฝันเช่นเดียวกับครั้งก่อน
“ว้าว ว้าว เจ้านายแข็งแกร่งขึ้นอีกแล้ว ! ขอกินหน่อย ขอกินหน่อย !”
ซิ่วซิ่วโผล่มาทันทีที่เธอลืมตาขึ้นอีกครั้ง
“ตะกละ” ว่าไปแบบนั้นแต่เธอก็ยังส่งพลังแบ่งให้เต่าน้อยอยู่ดี ดวงตาหงส์เลื่อนมองไปยังร่างสีขาวที่นั่งเก็บขาเก็บหางจนดูกลมอยู่ข้างเตียง
“จือจือ จำอะไรได้บ้างรึเปล่า”
“อืม จำได้ถึงตอนเก้าขวบแล้ว แต่ชื่อ... ไม่รู้” แมวน้อยตอบเสียงขรึมไม่ยอมหันหน้ามา หลานซืออินก็ไม่ได้เอะใจอะไร
“ฉันรู้สึกได้ถึงคาถาปิดบังตัวตน น่าจะพ่วงมาจากอักขระซ่อนวิญญาณกับเรื่องความจำเสื่อม นายไม่ต้องคิดมากไปนะ ฉันรู้สึกว่าถ้าเราทำลายฝันร้ายของนายไปเรื่อย ๆ ของพวกนั้นจะค่อย ๆ เสื่อมลงแน่นอน นายก็กลับมานอนกับฉันบ่อย ๆ สิ ฉันจะเข้าฝันนายได้เฉพาะเวลาที่นายมานอนด้วยกันเท่านั้นนะ”
เจ้าแมวขาวทำท่าพ่นลมหายใจแรงทีหนึ่งก่อนจะกระโดดออกหน้าต่างไป จือจือหงุดหงิดในใจอยู่มาก ที่ตัวเองดันรู้สึกใจเต้นแรงผิดปกติเวลาอยู่ใกล้ผู้หญิงหน้าตายคนนั้น ดูเหมือนเรื่องราวในฝันจะส่งผลถึงอารมณ์ของเขาโดยตรง แถมยังทิ้งภาพฝันสลักลึกชัดเจนเหมือนเขาผ่านมันมาด้วยตัวเอง
ตัวเขาในฝันนั้นช่างโง่งม
พี่สาวนางฟ้าเหรอ...
ไหนจะการหวงแหนและโลภในอ้อมกอดอบอุ่นของเธอนั่นอีก...
ตัวเขาตอนเด็กในฝันนั่น... น่าฆ่าให้ตายจริง ๆ
