ตอนที่ 18. ฝันอีกครั้ง
“คือ... เขาจะไม่เป็นไรจริง ๆ ใช่มั้ยคะ” ซินเยี่ยนถามอย่างเป็นกังวล
“ไม่เป็นไรค่ะ เอาล่ะทุกคนหลับตาลงนะคะ” หลานซืออินสั่งเสียงเรียบ ไม่สนใจวิญญาณที่รับกรรมอยู่แม้แต่น้อย
สองมือเรียวบริกรรมคาถาปิดดวงตาหยินหยางและช่วยชำระกลิ่นอายไม่ดีบนร่างพวกเขาทั้งหกคน ไม่นานเสียงของถิงรุ่ยที่ทุกคนได้ยินก็เงียบไป กลับเข้าสู่สภาวะสงบ ได้ยินเพียงเสียงสายลมพัดผ่านป่า สัมผัสด้านวิญญาณของพวกเขาถูกปิดแล้ว
“ก่อนนอนเอายันต์ที่ฉันจะให้ไว้ใต้หมอนกันด้วยนะคะ ช่วงนี้จิตพวกคุณจะอ่อนแอเพราะเพิ่งใกล้ชิดสิ่งไม่ดีมา พยายามออกไปรับแสงแดดให้มากที่สุดเพื่อชำระไอหยิน แล้วก็ทำบุญกุศลมาก ๆ เพื่อเรียกคืนโชคที่ถูกทำลายไปนะคะ”
“ขอบคุณท่านปรมาจารย์นะคะ” คนพูดเป็นถิงมี่มี่ผู้ว่าจ้างหลัก เธอยิ้มให้หลานซืออินด้วยแววตาเลื่อมใส ประสบการณ์วันนี้ช่างน่าตื่นตะลึงชนิดที่คงไม่ลืมไปตลอดชีวิต
“ฉันทำตามค่าจ้างค่ะ” หลานซืออินยิ้มตอบ พลางนึกถึงเงินสามล้านที่ถูกโอนเข้าบัญชีมาเมื่อเช้า
งานแรกได้มาหนึ่งแสน งานที่สองสามล้าน งานที่สามคงมากกว่านี้อีกแน่นอน... หมอผีสาวคิดคำนวณในใจอย่างมีความสุข แต่สีหน้ายังคงนุ่มนวลเรียบร้อยอยู่ มีเพียงซิ่วซิ่วเท่านั้นที่รู้ว่าเจ้านายตัวเองกำลังคิดถึงเรื่องอะไร
ไม่นานเสียงรถตำรวจก็ดังมาจากตีนเขา เป็นอันถึงแก่เวลาปิดงานครั้งนี้แล้ว หลานซืออินจับวิญญาณถิงรุ่ยโยนออกไปหนึ่งครั้งเขาก็กลับไปสู่ร่างของตัวเอง และทำพิธีส่งวิญญาณหญิงสาวให้ไปปรโลก เธอกล่าวขอบคุณหลานซืออินอีกครั้งก่อนจากไปอย่างหมดห่วง
ตำรวจได้เข้าควบคุมพื้นที่และสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งในเรื่องนี้หลานซืออินไม่ต้องยุ่งเกี่ยวเพราะจูจิงพาเธอเดินออกมาก่อน บ้านตระกูลถิงก็รับปากว่าจะคุยเรื่องคดีความครั้งนี้เอง รับปากจะทวงความยุติธรรมให้ผีสาวและให้ถิงรุ่ยต้องรับผิดชอบเรื่องที่ตนเองทำตามกฎหมายแน่นอน
“เสียดายจังที่ฉันไม่ได้ดูหนังสยองขวัญเหมือนพวกเขา” จูจิงแอบบ่นขณะกอดแขนหลานซืออินเดินลงเขา
“ไม่ใช่เรื่องดีอะไรหรอก เธอเองก็อย่าลืมไปตากแดดให้เยอะ ๆ นะ วันนี้อยู่ใกล้สิ่งไม่ดี เดี๋ยวจะเก็บไปฝันร้ายได้”
“อืม ซืออินดีกับฉันที่สุด ! เฮ้อ แต่นี่มันเรื่องใหญ่เลยนะ ฉันไม่คิดว่าจะมีการฆ่าคนเข้าจริง ๆ ถิงรุ่ยคนนี้ฉันก็เคยเจอตามงานเลี้ยงอยู่บ้าง ยังยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่คิดว่า... บรื๋อ คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจจริง ๆ คราวหลังจะคบหากับใครฉันพามาให้เธอดูหน้าก่อนดีกว่า”
หลานซืออินยิ้มให้กับท่าทางเหมือนคนโดนงูกัดแล้วกลัวเชือกของเพื่อน
“อืม ได้สิ”
ที่ตีนเขารถตู้หรูของตระกูลจูจอดรออยู่ก่อนแล้ว ทั้งยังมีอาหารค่ำมื้อใหญ่เตรียมไว้ให้ด้วย พอถึงบ้านหลานซืออินก็อิ่มท้องเรียบร้อย โบกมือลาขอบคุณจูจิงที่ไปเป็นธุระให้วันนี้แล้วเดินเข้าบ้าน เธอเห็นว่าโน้ตตรงหน้าบ้านหายไปแล้ว แสดงว่าจือจือคงแวะกลับมาบ้านระหว่างที่เธอไม่อยู่
คืนนั้นในตอนที่กำลังเริ่มเข้าสู่ห้วงนิทรากึ่งหลับกึ่งตื่น หลานซืออินก็รู้สึกได้ว่าพื้นที่บนเตียงข้างตัวเธอยวบไปเล็กน้อย เมื่อสะลึมสะลือลืมตาขึ้นมองเห็นเป็นเจ้าแมวสีขาวที่หายไปหายวันก็เลิกระแวงแล้วหลับตาลง ปล่อยตัวเข้าสู่ห้วงนิทราตามเดิม ความมืดมิดเข้าปกคลุมสติของเธอไม่นาน จิตรับรู้ของหลานซืออินก็ถูกโยนไปยังที่แห่งหนึ่งทันที
ซ่า !!
เสียงน้ำแตกกระจายเพราะถูกของหนักกระทบดังขึ้นตรงหน้า พอลืมตาขึ้นมองหลานซืออินก็ยืนอยู่ข้างทะเลสาบในป่ากว้างซะแล้ว แสงสว่างจากพระอาทิตย์ที่ส่องผ่านมาทำให้ต้องหรี่ตาลงครู่หนึ่ง กระนั้นเธอก็ยังมองเห็นสถานการณ์ริมทะเลสาบเมื่อครู่อย่างชัดเจนว่ามีร่างเล็กร่างหนึ่งตกลงไปในน้ำ และดำผุดดำว่ายอยู่ตรงนั้นอย่างทุลักทุเล
เมื่อตั้งสติได้แล้วหลานซืออินก็ลืมตาเต็มที่พุ่งตัวไปยังทะเลสาบทันที ไม่ต้องคิดให้มากมายก็รู้ว่านี่คงเป็นฝันร้ายของจือจือตัวน้อยอีกแล้ว
ซ่า !!
ร่างเพรียวบางกระโดดลงไปในน้ำอย่างเด็ดเดี่ยว มวลน้ำที่ล้อมรอบกายเธอราวกับมือจากอเวจีที่ฉุดดึงให้จมดิ่งลงเรื่อย ๆ หลานซืออินฝืนตัวแหวกว่ายไปยังร่างเล็กที่หมดสติและกำลังร่วงไปเบื้องล่างอันดำมืดไม่มีที่สิ้นสุด
สองแขนสองขาขยับด้วยแรงทั้งหมดที่มีพุ่งตัวไปคว้าตัวเด็กชายหน้าตาคุ้นเคยเข้ามาในอ้อมกอดแล้วหมุนตัวเปลี่ยนทิศถีบขาเพื่อจะกลับขึ้นไปด้านบนผิวน้ำ
อันที่จริงเธอว่ายน้ำไม่เก่งนัก การกระทำของตัวเองตอนนี้จึงไม่ต่างจากการทรมานขีดจำกัดของตัวเองเท่าไร แม้จะเป็นแค่ฝันแต่ทุกอย่างกลับสมจริงมาก ทั้งอาการปวดแสบปวดร้อนในปอดที่ขาดอากาศหายใจ และมือไม้ที่ชาจนอ่อนแรง รวมถึงมวลน้ำที่คอยฉุดรั้งตัวเธออยู่ หลานซืออินกัดฟันใช้แรงเฮือกสุดท้ายโผล่ขึ้นบนผิวน้ำได้ในที่สุด
เฮือก !
“แค่ก ๆ ๆ”
หญิงสาวรีบสูดลมหายใจเข้าจนสำลักอากาศ คนที่เส้นผมและใบหน้าเปียกปอนไปหมดค่อย ๆ เคลื่อนที่ไปยังฝั่งอย่างทุลักทุเล จนในที่สุดก็มาถึงที่หมาย เธอส่งเด็กน้อยขึ้นไปบนฝั่งก่อนที่ตัวเองจะคลานตามขึ้นไป
