ตอนที่ 17. ขอขมา
คนอื่น ๆ นอกจากหลานซืออินและคนที่ได้รับยันต์ก่อนขึ้นเขา เห็นเพียงกระเป๋าเดินทางใบนั้นขยับกุกกักดิ้นได้ก็โผเข้ากอดกันกลมเป็นก้อน ยิ่งเสียงหมาหอนนกแสกร้องแว่ว ๆ มาจากตีนเขายิ่งทำให้บรรยากาศน่ากลัวไปใหญ่
ทว่าความกลัวของคนเหล่านี้ก็ยังไม่เท่าคนในตระกูลถิงที่ได้รับยันต์ก่อนมาที่นี่ พวกเขาต่างเห็นทุกอย่างชัดเจนเช่นเดียวกับที่หลานซืออินเห็น ตั้งแต่ดวงตาลึกโบ๋ที่มีเลือดไหลย้อยออกมาของผีสาว ชัดไปจนถึงเสียงอาฆาตแค้นที่กรีดก้องในอากาศ
“ถ้าเธอเอาชีวิตเขา คนที่จะเสียก็คือเธอนะ หนี้กรรมบนตัวเธอตอนนี้ยังแก้ไขได้ แต่ถ้าไปแตะต้องชีวิตมนุษย์ไม่ว่าใครก็ไม่อาจช่วยเธอได้แล้ว” เสียงกล่อมของหมอผีสาวทำให้ผีร้ายแค่นหัวเราะ
‘ฉันไม่สน... ต่อให้ต้องตายไม่ได้ผุดได้เกิดฉันก็จะลากไอ้สารเลวนั่นไปด้วย ลากมันไปทั้งครอบครัว ต้องตายให้หมด !’
ความโกรธเกรี้ยวของผีสาวยิ่งทำให้ถิงซวงกับซินเยี่ยนทั้งหวาดกลัวและสงสัยว่าลูกชายของตัวเองไปทำอะไรไว้กันแน่
“ตอนนี้ครอบครัวเขาอยู่ที่นี่หมดแล้ว พวกเขามาเพื่อขอขมาเธอ ความผิดของคนคนเดียวเธอคงแยกแยะได้ไม่เอามาปนกันหรอกใช่มั้ย”
‘เพราะพวกเขาเลี้ยงไอ้สารเลวถิงรุ่ยนั่นขึ้นมาไงล่ะถึงสมควรตาย’
“เขาทำอะไรกับเธอ”
คำถามนี้ทำให้ผีสาวเปลี่ยนอารมณ์ไปทันที จากโกรธเกรี้ยวกลายเป็นโศกเศร้า ร่างวิญญาณที่ถูกพันธนาการร้องไห้เป็นสายเลือด เล่าเรื่องราวออกมาชัดถ้อยชัดคำ
‘ฉันเป็นแฟนของถิงรุ่ย... คบมาได้หกเดือนแล้ว ใครจะรู้ว่าไอ้สารเลวนั่นไม่ได้มีฉันเป็นแฟนแค่คนเดียว ห้าคน ! มันคบผู้หญิงทีเดียวห้า คน ! ฉันรับไม่ได้ก็เลยจะขอเลิกกับมัน... ฉันขู่ว่าจะเอาความจริงไปบอกผู้หญิงทุกคนของมัน เราเลยทะเลาะกันยกใหญ่... สุดท้ายมันบีบคอฉันจนตาย...’
น้ำเสียงที่เล่ามาถึงตอนนี้ทั้งเยียบเย็นและอันตรายแฝงความแค้นไว้เต็มเปี่ยม
‘ทั้งที่คนผิดคือมัน ! ทำไมคนตายถึงเป็นฉัน ! ไอ้สารเลวนั่นยังจับฉันหักกระดูกยัดร่างกายลงในกระเป๋าแล้วเอามาฝังที่นี่คิดจะหนีความผิด... มันยังชั่วพอที่จะไปขโมยเครื่องประดับที่ฉันรักในห้องของฉันไปด้วย !’
คนตระกูลถิงทุกคนได้ฟังแล้วก็อึ้งไป ถิงรุ่ยที่ทุกคนรู้จักเป็นคนสุภาพ รู้กาลเทศะ ยิ้มง่ายและมีภาพลักษณ์ที่ดีมาก ไม่คิดว่าเบื้องหลังจะมีเรื่องน่าตกใจขนาดนี้อยู่
“ละ... ลูกฉัน ลูกชายของฉันไม่ใช่คนแบบนั้นนะ...” ซินเยี่ยนพูดด้วยสีหน้าซีดเซียว มีสามีคอยพยุงให้ยืนอยู่
‘ลูกชายแกนั่นแหละ !! มันฆ่าฉัน ! มันขโมยของของฉันไป !’
เสียงกรี๊ดนั้นทำทุกคนสะดุ้งสุดตัว หลานซืออินเห็นดวงตาแดงก่ำของวิญญาณและไอแค้นที่เข้มข้นจนแทบจะกลืนกินเธอไปทั้งตัวก็ทำมือมุทราท่องคาถาทันที พริบตานั้นราวมีสายลมอ่อนโยนเข้าปลอบประโลมวิญญาณหญิงสาวให้สงบลง พลังวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์และสูงส่งชะล้างวิญญาณพยาบาทตรงหน้าให้เหลือเพียงร่างหญิงสาวหน้าตาสะสวยคนหนึ่ง เลือดและความดำมืดหายไปหมดแล้ว
‘ฮืออ ฮืออ’
เธอร้องไห้อย่างน่าสงสาร มองมาทางนี้ด้วยสายตาเจ็บปวดเหลือแสน
“ฉันให้พวกเขาเอาของมาคืนแล้ว เธอก็รับคำขอขมาจากพวกเขาไปเถอะนะ เรื่องของคนสองคนทำไมต้องให้คนอื่นเดือดร้อน ฉันจะพาถิงรุ่ยมาให้เธอได้ระบายความในใจเอง”
‘จริงเหรอ...’
ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความคาดหวัง ในใจเชื่อหลานซืออินไปมากกว่าครึ่งเพราะพลังวิญญาณอันบริสุทธิ์ของเธอ วิญญาณสาวจ้องมองไปยังกล่องไม้ที่อยู่ในมือผู้เป็นพ่อแม่ของชายสารเลวนิ่ง ๆ
“เอาของมาคืนเธอเถอะค่ะ”
ได้ยินหมอผีสาวเรียก ครอบครัวตระกูลถิงก็เดินเข้าไปตรงหน้าวิญญาณสาวช้า ๆ ซินเยี่ยนวางกล่องในมือข้างกระเป๋าเดินทางเปรอะเปื้อนแล้วรับธูปมาขอขมาตามที่หลานซืออินนำ สองสามีภรรยาบ้านรองมองวิญญาณหญิงสาวที่สะอึกสะอื้นแล้วก็ได้แต่ต้องยอมรับความจริงว่าลูกชายของพวกเขาได้ทำสิ่งที่เลวร้ายลงไป ซินเยี่ยนพูดไปได้ไม่กี่คำก็หลั่งน้ำตาอันอัดแน่นไปด้วยหลากหลายอารมณ์กระทั่งได้ส่งมอบของคืนแล้ววิญญาณหญิงสาวคนนั้นก็สงบลงมาก
“ฉันต้องขอโทษแทนลูกชายฉันด้วยจริง ๆ นะ ฉันไม่รู้มาก่อนว่าเขา... ฮึก...” ผู้เป็นแม่กุมอกด้วยความปวดใจ โดยมีสามีประคองไว้
ระหว่างนั้นหลานซืออินก็หลับตาลงท่องคาถาแล้วเรียกวิญญาณตนหนึ่งออกมาข้างกาย เขาก็คือถิงรุ่ยนั่นเอง วิญญาณชายหนุ่มอยู่ในสภาพมึนงงจนกระทั่งถูกนิ้วเรียวจิ้มกลางหน้าผากถึงได้สติคืนมา เพราะเขาอยู่ในสภาวะพิเศษที่ร่างกายบาดเจ็บเพราะวิญญาณร้ายจนหมดสติ ดวงวิญญาณของเขาจึงไม่ติดอยู่กับร่างและถูกพามาตรงนี้ได้ ทั้งนี้ก็เพราะพ่อกับแม่ของเขาอยู่ตรงนี้ด้วยแหละนะ
มือบางผลักเขาไปตรงหน้าผีสาวอย่างไม่ปรานี ถิงซวนและซินเยี่ยนเห็นลูกชายตัวเองก็ตกตะลึงหันมาหาหลานซืออินด้วยความร้อนใจ
“เขาไม่เป็นไรค่ะ ให้พวกเขาได้สะสางกันเถอะ พวกคุณตามมาทางนี้ค่ะ”
คนตระกูลถิงถูกพามารวมกันอีกด้านหนึ่ง เพื่อปิดการมองเห็นโลกวิญญาณและชำระล้างไอหยิน เสียงร้องโอดโอยของรุ่ยถิงดังโหยหวนมาไม่ขาด เมื่อเขาถูกวิญญาณผีสาวซ้อมอย่างดุร้าย
‘โอ๊ยยย ขอโทษ ! ขอโทษ ผมผิดไปแล้ว อ้ากกก !!’
