บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 20. แจกันสะอาด

เงินสามล้านที่เป็นค่าจ้างจากตระกูลถิงถูกหลานซืออินใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ครึ่งหนึ่งของค่าจ้างถูกบริจาคให้โรงพยาบาลในเครือของตระกูลถิงผ่านพ่อและแม่ของถิงมี่มี่ สายตาที่พวกเขามองเธออย่างเทิดทูนก่อนจะจบงาน เรียกได้ว่าชื่นชมจนน่าขนลุก

เอาเถอะ... ขอแค่ไม่คิดเอารูปเธอไปจุดธูปกราบไหว้บูชาเหมือนตระกูลจูก็พอแล้ว

เงินค่าจ้างที่เหลืออยู่อีกมากก็ถูกใช้สำหรับซื้อกระดาษยันต์และอุปกรณ์พิเศษอื่น ๆ เพิ่มเติม ส่วนนี้หลานซืออินฝากจูจิงช่วยหาข้าวของให้แทน เพราะตระกูลจูมีเส้นสายและลู่ทางที่มากกว่า ย่อมหาของที่ดีกว่ามาให้ และใช่... พวกเขาหาของดีมากให้จริง ๆ แถมยังมีเงินทอนเหลือมาให้อีกหลายแสน อ้างว่าเพราะความสัมพันธ์อันดีพวกเขาเลยได้ส่วนลดพิเศษ

หลานซืออินตาวาวอย่างชอบใจที่ได้ประหยัด ไม่รู้เลยว่าตระกูลจูรวมหัวกันหาของที่ดีที่สุดและแพงที่สุดมาให้อย่างลับ ๆ ค่าจ่ายเกินงบไปไม่รู้กี่เท่า แต่พวกเขากลับปิดปากเงียบสนิทและยิ้มแย้มอย่างสุขใจที่ได้ดูแลท่านปรมาจารย์ผู้มีพระคุณของตัวเอง

ชีวิตในโรงเรียนของหลานซืออินระหว่างนั้นก็เป็นไปอย่างราบรื่น เพียงแต่ผีที่มีพลังบุญกุศลในโรงเรียนหมดไปแล้ว และไม่อาจมีมาเพิ่มได้ง่าย ๆ ถ้าไม่มีใครตายในโรงเรียนเสียก่อน... ทางเจ้าจือจือเองก็ไม่ค่อยกลับบ้าน จึงไม่สามารถสร้างกำไรจากความฝันนั้นได้จนกว่าแมวใจแตกจะกลับมา ทุกวันนี้เรื่องหลักของเธอจึงเป็นการบำเพ็ญและอ่านหนังสือสอบ

หนึ่งวันก่อนสอบจำลองนั้นเองจูจิงก็มาแจ้งข่าวที่เธอรอคอยมานาน

“ซืออิน เรามีข่าวเรื่อง หลานจือหาว ที่เธอขอให้ช่วยตามหาแล้วนะ”

หลานซืออินเงยหน้าจากหนังสือ ในใจมีความตื่นเต้นเล็กน้อย

“เขายังไม่ตายใช่มั้ย”

“อือ ยังมีชีวิตแน่นอน ตอนนี้เขาอยู่ที่เมือง B ถ้าเธอต้องการไปหาเขาฉันจะไปส่งเอง หลังสอบย่อยมีวันหยุดเราไปกันวันนั้นมั้ย” คุณหนูตระกูลจิงเสนอตัวอย่างกระตือรือร้น

ภาพลักษณ์แสนเย่อหยิ่งและสูงส่งถูกทำลายหมดยามอยู่ต่อหน้าหลานซืออิน นักเรียนคนอื่นที่เห็นภาพนั้นจนชินตาแล้วยังคงอดทิ้งสายตาที่พวกเขาไม่ได้อยู่ดี เพราะไม่ใช่แค่คุณหนูจูจิงที่เปลี่ยนไป หลานซืออินที่เคยมีภาพลักษณ์เหมือนวิญญาณแค้นเดินได้คนนั้น ช่วงนี้ยังปรับลุคใหม่ รวบผมมัดไว้อย่างเรียบร้อยอีกด้วย ซึ่งนั่นมันก็คงไม่เกิดเอฟเฟ็กต์อะไรหรอก ถ้าไม่ใช่ว่าใบหน้าที่ถูกเปิดเผยของเธอนั้นสวยยิ่งกว่าดาวโรงเรียนเสียอีก

ผมหน้าม้าที่เคยยาวเกินเหตุก็ถูกตัดออกจนเผยดวงตาคู่งามที่สะท้อนความสูงส่งบริสุทธิ์และเย็นชาน้อย ๆ ออกมา ปุถุชนคนธรรมดาไหนเลยจะไม่ชอบรูปลักษณ์นี้ คำซุบซิบนินทาในโรงเรียนเกี่ยวกับเพื่อนนักเรียนคนนี้จึงเปลี่ยนไปในทางชื่นชมแทนข่าวเดิม

หลานจือหาว... เขายังมีชีวิตอยู่ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอคิดว่าตัวเองคือคนเดียวที่รอด... คือคนเดียวที่ต้องแบกรับทุกอย่างไว้ลำพัง แต่ตอนนี้... ความรู้สึกอ้างว้างที่เกาะกินใจมานานราวกับมีแสงสว่างรำไรส่องเข้ามา เธอไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวอีกแล้ว

“ได้สิ ขอบคุณที่เป็นธุระให้นะ” หลานซืออินออกจากภวังค์ยิ้มตอบเพื่อนคนเดียวของเธอ... หมายถึงที่เป็นมนุษย์น่ะ

“เรื่องเล็กน้อย ถ้าเธอจิกหัวใช้งานพวกเรามากกว่านี้จะดีมากด้วย จำไว้นะตระกูลจูยินดีช่วยเหลือเธอทุกเมื่อ”

“ตระกูลถิงก็ด้วยนะคะ” ถิงมี่มี่ที่เพิ่งเดินเข้ามาเอ่ยแทรก ทั้งยังยื่นบางอย่างไปตรงหน้าหลานซืออินด้วย “ท่านปรมาจารย์หลานคะ แจกันนี้พ่อของฉันได้มาจากการประมูล บอกว่าเป็นของมีค่าอันสูงส่งอยากจะมอบมันให้ท่านปรมาจารย์เป็นของขวัญค่ะ”

นัยน์ตาดำเหลือบสีน้ำเงินมองแจกันเครื่องครามใบงามในกล่องนั้นแล้วเลิกคิ้วเล็กน้อย เป็นแจกันโบราณที่สวยมาก แถมยังสะอาด... เกินไป

“ได้มาจากไหนเหรอ” เธอยื่นมือไปรับมา

“ได้มาจากงานประมูลศิลปะโบราณของตระกูลลู่น่ะ คุณพ่อคุณแม่กับพี่ชายฉันเข้าร่วมงานนี้เป็นประจำเพราะชอบของโบราณพวกนี้ มีแต่ฉันที่ไม่ค่อยชอบเพราะมันทำให้รู้สึกอึดอัดแปลก ๆ แต่พอท่านปรมาจารย์ไปบ้านฉันวันนั้นความรู้สึกไม่ดีก็หายไปหมดเลยค่ะ ต้องขอบคุณจริง ๆ นะคะ”

แน่ล่ะ ก็เพราะหลานซืออินกำจัดกลิ่นอายไม่ดีที่ติดมาด้วยออกหมดแล้วไงล่ะ แต่แจกันอันนี้มันน่าแปลกเกินไป ปกติของโบราณพวกนี้จะต้องมีบางสิ่งติดมาด้วย อาจจะเป็นวิญญาณตัวเล็กตัวน้อยหรือกลิ่นอายสกปรกบางอย่าง การที่จะสะอาดได้ถึงขนาดนี้ คงเป็นเพราะมีปรมาจารย์ทางเต๋าผู้มีฝีมือทำความสะอาดมันมาแน่ ๆ

ว่าแต่ตระกูลลู่งั้นเหรอ ? น่าสนใจเลยทีเดียว... ตระกูลชื่อดังระดับประเทศที่มีชื่อเสียงในแวดวงศิลปะและของโบราณมาช้านาน ผูกขาดตลาดทั้งในที่สว่างและที่มืด ร่ำรวยและมีอิทธิพลเกินว่าใครจะมองผ่าน แม้กระทั่งคนจากทางการก็ยังต้องไว้หน้าตระกูลลู่ถึงแปดส่วน แต่ถึงอย่างไรพวกเขาก็เป็นตระกูลคนธรรมดาที่ไม่มีประวัติศาสตร์ในทางเต๋า

ทว่าเพราะแจกันใบนี้หลานซืออินถึงมั่นใจว่าตระกูลที่ดูเหมือนจะเป็นคนธรรมดานั้น แอบซ่อนปรมาจารย์ผู้มีฝีมือไว้แน่นอน

“ขอบคุณมากนะคะ”

“ท่านปรมาจารย์ยินดีรับพวกเราก็คุ้มค่าแล้วค่ะ !”

“เอาล่ะ ๆ มอบของเสร็จแล้วก็ไปสักทีสิ” จูจิงรีบไล่คน ไม่มีสีหน้าดี ๆ เหมือนวันที่พาถิงมี่มี่มาขอความช่วยเหลือเลยสักนิด เพราะสัญชาตญาณผู้หญิงมันร้องว่า ยัยถิงมี่มี่นี่กำลังจะมาแย่งความโปรดปรานของหลานซืออินกับเธอ !

“ซืออินเราไปคุยกันเรื่องเดินทางดีกว่า วันนั้นฉันจะเตรียมอาหารเช้าให้เธอเองนะ มีอะไรอยากกินรึเปล่า”

สุดท้ายหลานซืออินก็ถูกจูจิงคล้องแขนเดินไปอีกทางปรึกษาแผนการเดินทางราวกับจะไปเที่ยวกันอย่างไรอย่างนั้น

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel