ตอนที่ 15. ของอาถรรพ์
ถิงซวงและซินเยี่ยนผู้เป็นภรรยาชะงักไปด้วยความตกใจ ตระกูลจูเป็นหนึ่งในเศรษฐีของเมือง S แห่งนี้ ไม่มีใครไม่รู้จักพวกเขา ตระกูลจูยังเป็นผู้บริจาครายใหญ่ให้โรงพยาบาลของตระกูลถิงอีกด้วย
ท่าทีของสองสามีภรรยาอ่อนลงทันที ถิงหวงและหลี่อิงที่เป็นบ้านลูกชายคนโตถึงได้หันมาขอโทษแขกแทน
“ขอโทษแทนน้องชายด้วยนะครับ พวกเขาก็เป็นแบบนี้ แก่แล้วยากจะดัดนิสัย”
ถิงซวงทำท่าจะแหกปากขึ้นอีกครั้ง เมื่อถูกพี่ชายด่าต่อหน้าคนนอก แต่วินาทีนั้นเขากลับเผลอสบตากับหมอผีที่พี่ชายเชิญมาเสียก่อน ความเย็นยะเยือกน่าขนลุกไต่ขึ้นไปตามกระดูกสันหลังจนสมองชาวาบพูดอะไรไม่ออกชั่วขณะ ตัวเขาสั่นน้อย ๆ จนสัมผัสได้
“ไม่เป็นไรค่ะ รีบตามหาของเถอะ ของอาถรรพ์ในบ้านนี้กำลังอาละวาดค่ะ มันต้องการเอาชีวิตคนในบ้านนี้ไปอยู่ด้วย ที่บ้านนี้มีใครเอาของน่าสงสัยเข้ามาใหม่มั้ยคะ น่าจะเป็นในช่วงประมาณสามเดือนก่อน ตอนนี้ไอแค้นในบ้านค่อนข้างเยอะ แต่ดูแล้วน่าจะไม่ได้อยู่ในที่กว้างค่ะ อาจจะเป็นของตกแต่งบางอย่างในห้องนอน หรือเครื่องประดับ หรือของโบราณ”
เจ้าบ้านครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนส่ายหัว
“ผมไม่แน่ใจเลยครับ ปกติบ้านเราอยู่แยกกันตลอด ไม่ค่อยได้เจอกัน ของที่เอาเข้าบ้านก็ค่อนข้างเยอะเหมือนกัน พวกเราเองก็ชอบสะสมของโบราณกันอยู่แล้วด้วยครับ”
หลานซืออินพยักหน้า เข้าใจทันทีว่าพลังที่ปะปนอยู่กับไอแค้น พวกนี้จนทำให้ตามหาต้นตอยากมาจากที่ไหน ดูท่าครอบครัวถิงจะเอาของโบราณมาไว้ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ตรวจสอบความสะอาด ก็เลยมีของสกปรกตามติดมาเยอะทีเดียว
“งั้นฉันจะทำความสะอาดในบ้านก่อนนะคะ แล้วจะลองหาต้นตอดูว่าของอาถรรพ์นั้นอยู่ที่ไหน”
เห็นหลานซืออินเตรียมหยิบของออกกระเป๋า จูจิงก็ตาสว่างวาบโบกมือให้ผู้ติดตามทันที พวกเขาจึงหยิบโต๊ะและผ้าปูพกพาออกมาสะบัดเตรียมสถานที่ให้ปรมาจารย์เสร็จสรรพ หมอผีสาวยิ้มขอบใจให้ก่อนวางกระถางธูป กระดาษยันต์ ชาดและพู่กัน
มือบางหยิบธูปขึ้นมาสะบัดทีเดียวก็ติดไฟส่งควันขาวลอยทั่ว กลิ่นหอมจาง ๆ ของมันทำให้จิตใจมนุษย์สั่นไหวอย่างน่าประหลาด ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่สร้างความน่าตกใจให้ครอบครัวหมอที่ไม่เคยเชื่อในเรื่องลี้ลับเท่าภาพต่อมา เด็กสาวผู้มัดผมรวบทะมัดทะแมงหยิบพู่กันขึ้นมาจุ่มชาด คีบกระดาษยันต์ให้ลอยกลางอากาศ สะบัดปลายแปรงวาดอักษรงดงามราวศิลปะขึ้นมาแล้วส่งยันต์ไปเผากับธูป
วินาทีที่กระดาษยันต์ถูกเผาไหม้ กลิ่นหอมรุนแรงก็แผ่กระจายราวมีสายลมหอบใหญ่พัดไปทั่วทั้งบ้านตระกูลถิง ไอสกปรกหลายสิบสายที่ปะปนกันอยู่พลันสลายสิ้น เหลือเพียงร่องรอยของไอแค้นสีแดงก่ำดุจเลือดล่องลอยมาจากทิศหนึ่งของบ้าน
ในสายตาคนธรรมดาอาจจะมองไม่เห็นภาพมหัศจรรย์เหล่านี้ แต่ยังสัมผัสได้ชัดเจนถึงอากาศที่บริสุทธิ์และเบาขึ้นได้ชัดเจน
“ไปกันเถอะค่ะ”
หลานซืออินเดินนำหน้าทุกคนไปยังทิศหนึ่งของบ้านหลังใหญ่โต ไอแค้นสีแดงก่ำมีเส้นทางการเคลื่อนไหวชัดเจน เดิมทีทุกคนก็เดินตามมาอย่างเงียบ ๆ ปนสงสัย กระทั่งถึงหน้าห้องห้องหนึ่งสองสามีภรรยาบ้านรองก็กระโดดออกมาขวางทันที
“อาซวงพวกนายจะทำอะไร พวกเราต้องรีบหาของชั่วร้ายนะ” ถิงหวงว่าน้องชาย สีหน้าไม่สบอารมณ์ที่อีกฝ่ายเอาแต่สร้างปัญหา
“นี่ห้องอารุ่ยนะ จะไปมีของไม่ดีได้ยังไง” อีกฝ่ายเถียงสู้
“ใช่ ๆ ลูกชายของพวกเราไม่เคยยุ่งกับของพวกนั้นอยู่แล้ว เด็กคนนี้มองผิดรึเปล่า !” ผู้เป็นแม่เสริมต่อด้วยอารมณ์ไม่ดี
ในสายตาพวกเขาสองคน ถิงรุ่ยเป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ที่ได้ดั่งใจทุกเรื่องตลอดมา ไม่ว่าจะเรื่องเรียน ทำงาน นิสัยใจคอ เป็นคนที่ดีมากพอให้พวกเขาได้รับคำชมจากคนรอบข้างอย่างภาคภูมิใจ ไม่มีส่วนไหนในหัวใจของพวกเขาที่จะสงสัยลูกชายเลย แต่กลับกลัวว่าเด็กคนนี้จะใส่ร้ายลูกชายพวกเขาแทน
“ถ้าพวกคุณยังไม่ถอย เจ้าของห้องนี้ที่เก็บของมาจะถูกเอาชีวิตไปแล้วนะคะ”
หลานซืออินพูดนิ่ง ๆ ไม่ได้มีท่าทีกดดันหรือเร่งเร้าพวกเขาเลย
“ผายลมอะไรของเธอ ! ลูกชายเธอน่ะสิจะตาย !”
“กล้ามาแช่งลูกชายพวกเราถึงที่บ้านเลยเหรอ นังหมอผีปลอม ! คอยดูซิว่าเธอจะโกหกอะไรอีก !”
ผู้ถูกต่อว่าเพียงมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาเฉยชา พออยู่ใกล้ของอาถรรพ์นั่นแล้วก็รู้ได้ว่าเป็นสิ่งของที่เต็มไปด้วยหนี้เลือด เจ้าของห้องนี้ทำกรรมอันไม่น่าให้อภัยจริง ๆ
“อืม... ไม่ได้ยินคำนี้มานาน ได้ยินอีกทีก็ไม่คิดถึงเลยแฮะ อีกอย่างฉันยังไม่มีลูกชายสักหน่อย เอ๊ะ ซิ่วซิ่วนับมั้ยนะ ? ครั้งก่อนบอกว่าฉันคลอดมาไม่ใช่หรือไง”
“ซิ่วซิ่วตายไม่ได้นะเจ้านายย แล้วซิ่วซิ่วไม่ใช่ลูกชายสักหน่อย เป็นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ผู้ยิ่งใหญ่ต่างหาก” เต่าน้อยลอยมาเถียงอย่างเอาเรื่อง
“ครั้งก่อนใครมันพูดว่าถูกฉันคลอดออกมา ?”
หนึ่งคนหนึ่งผีเต่าพูดคุยผ่านความคิดไม่ได้สนใจละครร้องไห้ ชี้หน้าด่าของสองสามีภรรยาเลย
ตอนนั้นเองเสียงเรียกเข้ามือถือของซินเยี่ยนก็ดังขึ้น เป็นอันขัดจังหวะละครของเธอ
“ว่าไงนะ ! ลูกชายฉันช็อกกะทันหันเข้าห้องฉุกเฉินเหรอ ไม่จริง ! เมื่อเช้าพวกเราไปเยี่ยมเขายังดี ๆ อยู่เลยนะ !” ซินเยี่ยนหน้าซีดจะเป็นลมล้มลงในอ้อมกอดสามี
“อาจ... อาจจะเสียชีวิตได้ทุกเมื่องั้นเหรอ...”
ถิงซวงกับซินเยี่ยนสบตากันก่อนมองไปยังเด็กสาวที่เพิ่งทายชะตากรรมลูกชายของตัวเองเมื่อครู่ด้วยสีหน้าตื่นตะลึง
