5 ไม่อยากให้รู้
วรัลฌาลืมตาขึ้นช้า ๆ แม้ว่าเปลือกตาจะหนักอึ้งแต่เพราะเสียงที่คุ้นเคยของเพื่อนทำเธอรู้สึกปลอดภัยจึงพยายามลืมตาขึ้น
“กวางเป็นไงบ้างเจ็บมากใช่ไหม”
“อือ” เสียงตอบแผ่วเบา เธอพยายามจะขยับตัวแต่ความเจ็บไม่อาจทำได้
“แกเพิ่งผ่าตัดมาอย่าเพิ่งขยับตัวเลย จะเอาอะไรเดี๋ยวฉันเอาให้” เมื่อเห็นเพื่อนมองไปรอบ ๆ ห้องก็คิดว่าเพื่อกำลังต้องการอะไรสักอย่าง
คนเจ็บถอนหายใจเมื่อไม่เห็นคนอื่นอยู่ในห้องโดยเฉพาะผู้ชายสองคนที่คุยกันก่อนหน้านี้
“โบว์ฉันโดนยิง”
“คุณชวินทร์เขาเล่าให้ฉันฟังแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง”
“ใครเหรอ”
“ก็คนที่แกไปช่วยเขาไว้ไงล่ะ แกไม่รู้จักเขาเหรอ”
หญิงสาวส่ายหน้า เธอไม่รู้ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใครแต่ในตอนนั้นเธอแค่ไม่อยากเห็นใครตายต่อหน้าแต่ก็ไม่คิดว่าพวกนั้นจะทำร้ายคนที่ไม่เกี่ยวข้องอย่างเธอด้วย
“เขาบอกว่าถ้าแกฟื้นเขาจะถามแกว่าจำคนที่ทำร้ายได้ไหม แกเป็นพยานสำคัญเลยนะ สักพักตำรวจก็คงมาสอบปากคำแก”
“ขอโทรศัพท์หน่อย”
“ได้สิ” ณิชากานต์รีบส่งโทรศัพท์ให้ตามที่เพื่อนขอ
วรัลฌารับโทรศัพท์มาแล้วเปิดแอปพลิเคชันไลน์ก่อนจะพิมพ์ข้อความส่งไปให้เพื่อนเพราะรู้สึกเจ็บแผลทุกครั้งที่พูด
“ฉันดีใจที่ตื่นมาเจอแกนะ ขอบใจมากที่มาอยู่กับฉัน”
“แกอยากได้อะไรไหม” ณิชกานต์ถามกลับ
“ไม่ล่ะ”
“จะให้โทรบอกที่บ้านไหม”
“ไม่ดีกว่าบอกไปก็แค่นั้น” หญิงสาวพิมพ์ไปด้วยอารมณ์น้อยใจเพราะทางบ้านไม่ค่อยสนใจเธออยู่แล้ว
“เจ็บแผลไหม”
“อือ”
“เดี๋ยวฉันตามหมอให้นะ” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเป็นห่วง
“ไม่เป็นไร พอทนได้ ฉันเหนื่อยอยากนอนพัก แกอย่าเพิ่งบอกใครนะว่าฉันฟื้นแล้ว”
“ทำไมล่ะ มีอะไรหรือเปล่า บอกฉันได้นะ”
“ไม่มีอะไรหรอก”
“แกจะนอนนิ่ง ๆ แบบนี้ถึงเมื่อไหร่ล่ะ เดี๋ยวหมอก็คิดว่าแกเป็นอะไรแล้วจับแกไปผ่าตัดอีกรอบจะยุ่งเอานะ”
“งั้นแกบอกแค่พยาบาลได้ไหม อย่าให้ผู้ชายพวกนั้นรู้”
“หรือคนพวกนั้นทำร้ายแก บอกฉันมาเลยนะเดี๋ยวฉันจะบอกพ่อฉันให้” บิดาของณิชกานต์เป็นตำรวจจึงคิดว่าน่าจะช่วยเพื่อนได้
“ไม่ใช่ ฉันแค่ยังไม่อยากคุยเรื่องคืนนั้น”
“แต่พวกเขาบอกว่าจะให้แกเป็นพยานเพื่อช่วยจับตัวคนร้ายเพราะถ้ายังจับไม่ได้แกก็จะเป็นอันตรายนะ”
“แต่ฉันจำไม่ได้เลยว่าใครทำร้าย จำได้แค่ว่าถูกยิงแล้วก็หมดสติไป ตอนนี้ฉันเหนื่อยมาก”
“แกนอนพักเถอะ เดี๋ยวฉันจะบอกพยาบาลแล้วจะไปเก็บกระเป๋าคืนนี้จะมานอนเป็นเพื่อนแกที่นี่”
“ฉันทำให้แกลำบากหรือเปล่า ที่นี่นอนไม่สบายหรอกนะ” หญิงสาวยังคงใช้วิธีพิมพ์เพื่อคุยกับเพื่อน
“ไม่หรอกน่า อยู่ที่บ้านก็ไม่มีอะไรทำ แล้วฉันก็เป็นห่วงแกด้วย”
“ฉันฝากแกโทรลางานให้ฉันด้วยนะ เบอร์โทรอยู่บนบัตรพนักงานในกระเป๋า บอกพี่นุ่นว่าฉันเป็นไข้หวัดใหญ่”
“ไข้หวัดใหญ่เหรอ”
“อือ ถ้าป่วยด้วยโรคแบบนี้จะลางานได้นานจนกว่าจะหาย”
“โอเคเดี๋ยวฉันจัดการให้นะ แกก็นอนพักเถอะ อยากได้อะไรไลน์ไปบอกนะ”
เมื่อณิชกานต์เดินออกไปแล้วววัลฌาก็หลับตาลงแต่ยังไม่ทันหลับพยาบาลก็เดินเข้ามา
“คุณคะ เพื่อนคุณบอกว่าคุณรู้สึกตัวแล้ว เจ็บแผลไหมคะ ในระดับหนึ่งถึงสิบคุณเจ็บประมาณไหนคะ” พยาบาลถามอาการขณะที่วัดความดันไปด้วย
หญิงสาวพยักหน้าก่อนจะลืมตาขึ้นมาช้า ๆ ใบหน้าซีดเผือด
“เจ็ดค่ะ” หญิงสาวรู้สึกเจ็บแผลตั้งแต่รู้สึกตัวแต่ไม่ได้พูดออกมาเพราะกลัวว่าเพื่อนจะเป็นห่วง
“เดี๋ยวฉันจะให้ยาแก้ปวดเพิ่มนะคะ”
พยาบาลฉีดยาแก้ปวดให้บริเวณสายน้ำเกลือจากนั้นก็เปิดดูบริเวณแผลเปลี่ยนผ้าก็อซที่มีเลือดซึมจนเรียบร้อยในเวลาไม่นาน
“ยาแก้ปวดที่ให้จะทำให้คุณง่วง คุณนอนพักให้เต็มที่เลยนะคะ ถ้ารู้สึกปวดแผลมากขึ้นหรืออยากให้ฉันทำอะไรให้คุณกดตรงนี้นะคะ” พยาบาลเอาปุ่มสำหรับกดเรียกมาวางใกล้มือของหญิงสาวมากที่สุดก่อนจะห่มผ้าจัดท่านอนให้วรัลฌาจากนั้นก็โทรไปรายงานอาการกับแพทย์เจ้าของไข้
....
ณิชกานต์กลับมาอีกครั้งในตอนค่ำพร้อมกับกระเป๋าเป้หนึ่งใบ
“เพื่อนโบว์ตื่นหรือยังคะ” เธอถามผู้ชายที่ยืยเฝ้อยู่หน้าห้อง
“ยังครับ”
หยิงสาวพยักหน้าก่อนจะเดินเข้าไปในห้องซึ่งพยาบาลพิเศษคนเดิมยังอยู่ด้ายใน
“เพื่อนฉันเป็นยังไงบ้างคะ”
“เมื่อกี้เธอเจ็บแผลฉันเลยให้ยาแก้ปวดไป เธอน่าจะนอนยาวถึงเช้าเลยค่ะ ตอนนี้คงยังไม่มีอะไรไรถ้าคุณจะไปทานข้าวก็ได้นะคะ”
“คุณจะอยู่กับเธอตลอดใช่ไหมคะ”
“ฉันจะเปลี่ยนเวรกับพยาบาลอีกคนตอนสองทุ่มค่ะ ฉันจะบอกพยาบาลคนใหม่เองว่าคนไข้ยังไม่อยากให้ใครรู้ว่าเธอรู้สึกตั้วแล้ว”
“ขอบคุณนะคะ”
“แล้วคุณหมอว่ายังไงบ้าง”
“ตอนที่คุณไม่อยู่หมอเข้ามาตรวจแล้วค่ะ เพื่อนคุนอาการดีขึ้นเรื่อย ๆ แผลไม่มีการติดเชื้อ วันพรุ่งนี้จะประเมินอาการอีกทีถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผนวันมะรืนก็จะเริ่มจิบน้ได้ค่ะ ตอนนี้ยังคงต้องให้น้ำเกลืออยู่”
“คนที่อยู่นอกห้องยังไม่รู้ใช่ไหมคะ”
“ค่ะ เราทำตามที่คุณบอกเรื่องนี้จะรู้แค่ฉัน หมอ และพยาบาลอีกคนที่จะเข้ามาเปลี่ยนเวร”
“ขอบคุณมากนะคะ เดี๋ยวฉันจะลงไปกินข้าวก่อนฝากเพื่อนฉันด้วยนะคะ”
“คุณจะซื้ออาหารขึ้นมาทานในห้องก็ได้นะ แต่งดอาหารที่มีกลิ่นนะคะเพราะตอนนี้คนไข้ยังทานอะไรไม่ได้”
“ค่ะ”
หญิงสาวเดินออกมาจากห้องก็เจอกับปิติที่ออกมาจากห้องของชวินทร์พอดี
“จะกลับแล้วเหรอครับ”
“เปล่าค่ะ โบว์จะไปกินข้าวแล้วคืนนี้จะกลับมานอนเป็นเพื่อนกวางค่ะ คุณล่ะคะจะกลับแล้วเหรอ”
“เปล่าครับ ผมว่าจะเข้าไปดุอาการเพื่อนคุณสักหน่อย หมอบอกว่าเธอจะรู้สึกตั้งแต่บ่ายแต่นี่มันก็เย็นแล้ว”
“กวางขยับตัวได้แล้วค่ะ ไม่น่าห่วงอะไรแต่ที่ยังไม่ตื่นขึ้นมาอาจเป็นเพราะยาแก้ปวดค่ะ เมื่อกี้พยาบาลก็เพิ่งจะให้เพิ่มไป” เธอเลือกที่จะบอกความจริงไปบางส่วนเพราะถ้าบอกว่าไม่รู้สึกตัวเลยก็กลัวว่าพวกเขาจะสงสัย
“จริงเหรอครับ”
“ค่ะ ถ้าพรุ่งนี้กวางตื่นขึ้นมาฉันจะรีบไปบอกคุณเลยค่ะ ฉันขอตัวหก่อนนะคะ” ณิชกานต์รีบเดินออกมาจากหน้าห้องและหวังว่าเขาจะเชื่อ