3 พยานที่หลับใหล
เช้าวันต่อมาในห้องพัก VIP
“เธอฟื้นหรือยัง” ชวินท์ถามเมื่อปิติเปิดประตูเข้ามา
“ยังเลยครับ แต่หมอบอกว่าพ้นขีดอันตรายแล้วบ่ายนี้ก็น่าจะฟื้นครับ”
“ไปสืบมาหรือยังว่าเธอเป็นใคร” เสียงถามแผ่วเบาใบหน้าคมเข้มซีดเผือดจากการเสียเลือด แต่ดวงตากลับเต็มไปด้วยความกังวลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เขานึกถึงภาพเหตุการณ์ในซอยมืดนั้นซ้ำ ๆ ภาพของผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่ดูไม่มีทางสู้ แต่กลับใจเด็ดขว้างขวดใส่คนร้ายและตะโกนขอความช่วยเหลือเพื่อช่วยชีวิตเขา ทั้งที่เธอเองก็กลัวจนตัวสั่น
‘เธอเป็นคนยังไงกันนะถึงเอาชีวิตมาเสี่ยงเพื่อคนแปลกหน้าอย่างฉันด้วย’ ชวินทร์คิดในใจ
“ได้ข้อมูลจากบัตรนักศึกษาและบัตรประชาชนในกระเป๋า ครับ เธอชื่อวรัลฌาอายุ 22 ปี แล้วก็เจอบัตรพนักงานของร้านอาหารในโรงแรมข้าง ๆ ที่เกิดเหตุครับดูเหมือนว่าเมื่อเธอจะเพิ่งเลิกงานแล้วเดินมาเจอเหตุการณ์พอดี”
ชวินทร์กำหมัดแน่น ความรู้สึกผิดแล่นเข้าจู่โจม เธอเป็นเพียงหญิงสาวที่มีอนาคตไกล มีครอบครัวที่รออยู่แต่ต้องมาเจ็บปางตายเพราะเขาเป็นต้นเหตุ ถ้าเธอจะเดินผ่านและทำเป็นไม่เห็นก็คงไม่ต้องมานอนไม่ได้สติแบบนี้
“ญาติเธอติดต่อมาบ้างไหม”
“ไม่มีใครโทรมามีแต่เพื่อนของเธอไลน์มา ผมดูได้แค่หน้าจอแต่ไม่ได้เข้าไปตอบ” ปิติตอบ
“นายจ้างพยาบาลเฝ้าเธอด้วย แล้วก็ให้คนของเราคอยเฝ้าอยู่หน้าห้อง ฉันไม่รู้ว่าพวกที่ทำร้ายฉันจะกลับมาทำร้ายเธออีกหรือเปล่าเพราะเธอเห็นหน้าคนร้าย”
“แล้วคุณชวินทร์เห็นไหมว่าใครเป็นคนทำร้ายคุณ”
“พวกมันใส่หมวกไอ้โม่งทุกคน ฉันเลยไม่เห็นแต่ตอนมันคุยกับเธอมันถอดหมวกออก แล้วตามกล้องวงจรปิดได้ไหมธนัช”
“ได้ภาพมาแล้วครับ แต่มันมืดมากผมกำลังให้คนปรับแสงอยู่แต่เท่าที่ดูไม่น่าจะได้เรื่องอะไรพวกมันสวมหมวกอย่างที่คุณชวินทร์บอก”
“แล้วรถของพวกมันล่ะ”
“ตามแล้วครับแต่เป็นรถสวมทะเบียน” ธนัชส่ายหน้าเพราะรู้สึกเหมือนการไปตามเบาะแสครั้งนี้แทบไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย
“งั้นเราก็ฝากความหวังไว้ที่เธอแล้วล่ะ ขอให้เธอฟื้นเร็ว ๆ ก็แล้วกันนะ” ชายหนุ่มมีสีหน้าเครียดหนักเพราะถ้าเธอไม่ฟื้นเขาคงรู้สึกผิดไปจนตาย
“คุณจะให้แจ้งตำรวจไหมครับ”
“ฉันไม่แน่ใจว่าพวกที่ทำร้ายฉันเป็นใคร ถ้าตำรวจเป็นพวกเดียวกับมันเรื่องก็คงเงียบ เราต้องมีหลักฐานก่อน เรื่องนี้เดี๋ยวฉันจะคุยกับธีรยุตร” ชวินทร์หมายถึงเพื่อนที่เป็นตำรวจ
“งั้นผมจะไม่บอกใครเรื่องที่คุณถูกทำร้าย”
“อือ ถ้ามีคนถามก็บอกฉันไปพักผ่อนก็แล้วกันนะ ฉันฝากนายสองคนด้วยนะ”
“ได้ครับ”
“นี่ก็ผ่านมาสักพักแล้วลองไปดูหน่อยสิว่าเธอรู้สึกตัวหรือยัง”
“คุณดูเป็นห่วงเธอมากนะครับ หรือเป็นคนรู้จัก” ปิติถามเพราะเขาไม่เคยเจอผู้หญิงคนนี้มาก่อน
“ที่ฉันถามเพราะถ้าเธอรู้สึกตัวแล้วเราจะได้ถามว่าเธอจำหน้าคนร้ายได้ไหม”
“อ๋อ.....” ปิติพยักหน้าเข้าใจ
ปิติและธนัชเดินมายังห้องพักของวรัลฌาที่อยู่ติดกับห้องของเจ้านาย หญิงสาวยังคงนอนนิ่ง ที่แขนยังคงมีน้ำเกลืออยู่แต่ถุงเลือดนั้นถูกเอาออกไปแล้ว ท่อช่วยหายใจที่ใส่ไว้ตั้งแต่เมื่อวานถูกเปลี่ยนเป็นสายออกซิเจนที่จมูกแทน
ใบหน้าสวยหวานดูซีดเซียวกว่าคนปกติแต่พยาบาลที่เฝ้าอยู่เมื่อครู่บอกว่าสัญญาณชีพของเธอปกติและไม่น่าเป็นห่วง
“ทำไมเธอยังไม่ฟื้นอีกนะ”
“ก็น่าจะฟื้นตอนบ่ายอย่างที่พยาบาลบอกนั่นแหละ แต่ฉันว่าดูดีกว่าเมื่อเช้า”
“แล้วคนที่จะให้มาเฝ้าหน้าห้องจัดการแล้วใช่ไหม” ธนัชถามเพราะปิติเป็นคนจัดการเรื่องนี้
“ฉันว่าจะเฝ้าเธอเอง ถ้าฟื้นจะได้รีบถามว่าจำหน้าคนร้ายได้ไหม ฉันกลัวว่าพวกนั้นจะตามมาจนเจอเธอก่อน”
“ฉันหวังว่าเธอจะจำได้นะจะได้จัดการคนพวกนั้น”
“ถ้าเธอจำไม่ได้ล่ะ มันมืดมากนะแล้วเธอก็ตกใจมากด้วย ฉันเคยได้ยินมาว่าคนที่ตกใจมากหรือมีอะไรกระทบจิตใจบางครั้งก็จะจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง”
“อย่าให้เป็นแบบนั้นเลย เพราะเธอเป็นพยานคนสำคัญ”
“นายเอาโทรศัพท์และกระเป๋าเธอวางไว้ที่นี่แหละ เผื่อเธอรู้สึกตัวจะได้ติดต่อญาติ”
“อือ”
หญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงได้ยินบทสนทนาอย่างชัดเจนแต่เธอไม่มีแรงแม้แต่ละลืมตาขึ้นมา เธอจึงได้แต่นอนคิดทบทวนว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้างก่อนจะหลับลงไปอีกครั้งเพราะร่างกายอ่อนแอเกินกว่าจะทนไหว
พยาบาลพิเศษเดินเข้ามาในห้องเธอตรวจสัญญาณชีพก่อนจะนั่งลงข้าง ๆ แล้วเสียงโทรศัพท์ของวรัลฌาก็ดังขึ้น เธอจึงหยิบขึ้นมาแล้วเดินออกไปบอกกับคนของชวินทร์ที่เฝ้าอยู่หน้าห้อง
“เอายังไงดีคะ”
“คุณรับสายนะแล้วถามว่าเป็นใคร ถ้าเป็นญาติหรือเพื่อนก็ให้แจ้งไปว่าเธอประสบอุบัติเหตุและนอนอยู่ที่โรงพยาบาลแต่ไม่ต้องบอกรายละเอียดอะไรมาก”
“ได้ค่ะ”
“สวัสดีค่ะ” พยาบาลกดรับสาย
“กวางแกทำอะไรอยู่ฉันไลน์ไปตั้งนานแล้วทำไมไม่อ่านสักที” เสียงปลายสายพูดขึ้นเพราะคิดว่าเพื่อนตนเองเป็นคนรับสาย
“ขอโทษนะคะ คุณเป็นใครคะ”
“กวาง แกเล่นอะไรฉันก็เพื่อนรักแกไงล่ะ แล้วทำไมเสียงแกไม่เหมือนเดิม”
“ฉันไม่ใช่เพื่อนคุณหรอกค่ะ ฉันเป็นพยาบาล”
“พยาบาลเหรอคะ แล้วทำถึงมารับโทรศัพท์ของเพื่อนฉันล่ะ หรือเพื่อนฉันไม่สบาย แล้วเธอเป็นอะไรมากหรือเปล่า”
“คุณวรัลฌาประสบอุบัติเหตุตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาลค่ะ”
“อาการหนักเหรอคะถึงมารับสายไม่ได้”
“ตอนนี้เธอปลอดภัยแล้วค่ะ แต่ยังไม่สะดวกรับสาย”
“อยู่โรงพยาบาลไหนคะ เดี๋ยวฉันจะรีบไปหา”
“คุณคะ เพื่อนเธอถามว่าอยู่โรงพยาบาลไหน ฉันบอกได้ไหมคะ” พยาบาลเอามือปิดโทรศัพท์แล้วหันไปถามปิติที่ยืนเฝ้าอยู่
ปิติพยักหน้าเพราะคิดว่าถ้ารู้สึกตัวแล้วเจอกับเพื่อนก็น่าจะดีกว่าตื่นมาเจอพวกเขา
“อยู่โรงพยาบาล xxxคุณมาเยี่ยมได้ค่ะ แต่รบกวนอย่ามาหลายคนนะคะเพราะคนไข้ยังต้องการพักผ่อน”
“ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันจะรีบไปนะคะ เธออยู่ห้องไหน”
“เธออยู่ห้อง 326 ค่ะ”
“เดี๋ยวผมจะรอที่ห้องข้าง ๆ ถ้าเพื่อนของเธอมาก็เรียกผมด้วย ผมมีบางอย่างที่จะคุยกับเธอก่อนที่จะเจอกับคนเจ็บ”
“ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันจะบอกพยาบาลที่หน้าเคาน์เตอร์ไว้”
“ขอบคุณครับ” ปิติยิ้มก่อนจะเปิดประตูเข้าไปห้องเจ้านายส่วนพยาบาลก็เดินกลับเข้าไปห้องของวรัลฌาอย่างเดิม