บท
ตั้งค่า

2 แขวนอยู่บนเส้นด้าย

เสียงไซเรนของรถฉุกเฉินดังก้องไปทั่วบริเวณกว้าง แม้จะเป็นเวลาดึกแต่ก็ยังมีนักท่องราตรีหลายคนยืนมองรถพยาบาลสองคันที่เข้ามาจอดเพื่อรับคนเจ็บหลังจากลูกน้องของชวินทร์โทรไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อน

ร่างสองร่างที่ชุ่มไปด้วยเลือดถูกพาขึ้นรถคนละคันอย่างรวดเร็วจะแล่นออกจากบริเวณนี้ไปอย่างรวดเร็วทิ้งแค่ไว้ร่องรอยเลือดที่กองอยู่บนพื้น

รถฉุกเฉินวิ่งด้วยความเร็วสูงพร้อมกับเสียงไซเรนเพื่อให้รถที่อยู่บนท้องถนนหลีกทางให้ใช้เวลาไม่ถึงห้านาทีรถทั้งสองคันก็มาจอดที่หน้าแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง

เจ้าหน้าที่พยาบาลวิ่งกันวุ่นพยายามขนาบข้างเตียงเข็นที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงเพื่อพาคนเจ็บไปยังห้องฉุกเฉินที่ตอนนี้มีหมอและและพยาบาลรอรับมือตั้งแต่ได้รับแจ้งเหตุแล้ว

“คนเจ็บรายแรกผู้ชาย ถูกยิงที่ไหล่ซ้ายและสีข้าง เสียเลือดมากแต่สัญญาณชีพยังคงที่” เสียงพยาบาลที่ออกไปรับผู้ป่วยรายงานอาการเบื้องต้นให้กับหมอประจำห้องฉุกเฉินทราบ

“เตียงหนึ่งเลยค่ะ” พยาบาลบอกจากนั้นหมอคนแรกก็เข้าไปตรวจดูอาการ

“รายที่สองผู้หญิง อาการวิกฤต ถูกยิงที่หน้าท้อง ความดันต่ำมากหัวใจกำลังจะหยุดเต้น”

“เตียงนี้เลยครับ” หมออีกคนบอกก่อนจะตามเข้าไปตรวจอาการ

ตอนนี้ทุกคนในห้องฉุกเฉินต่างพากันให้ช่วยทั้งสองเตียงอย่างเต็มที่โดยเฉพาะเตียงของวรัลฌาดูจะน่าเป็นห่วงมากกว่า

เครื่องกระตุ้นหัวใจถูกนำมาใช้ทันทีในห้องฉุกเฉินเมื่อหัวใจของหญิงสาวหยุดเต้น เสียงตะโกนสั่งการที่สับสนวุ่นวาย

“หัวใจเธอกลับมาแล้ว แต่เสียเลือดมาก เราต้องผ่าตัดด่วน” เสียงตะโกนสั่งจากนั้นร่างของวรัลฌาก็ถูกเข็นออกมา

รถเข็นที่มีร่างของหญิงสาวถูกพาไปยังห้องผ่าตัด ก่อนจะตามมาด้วยรถเข็นอีกคันที่ชวินทร์นอนอยู่บนนั้น

ลูกน้องของชวินทร์รีบวิ่งตามไปติด ๆ ด้วยความเป็นห่วงพวกเขาไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใครแต่เมื่อเจ้านายบอกว่าให้ช่วยทุกคนก็ไม่มีข้อกังขา

สองชั่วโมงผ่านไป

หน้าห้องผ่าตัดลูกน้องของชวินทร์นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หนุ่มเดินกันให้ขวักไขว่เพราะเจ้านายของเขาถูกพาเข้าไปด้านในนานกว่าสองชั่วโมงแล้ว

“นายว่าเจ้านายจะปลอดภัยไหมวะธนัช” ปิติถามเพื่อนที่เดินวนไปมาด้วยความกังวลไม่ต่างกัน

“ฉันไม่รู้แต่ก็หวังว่าเขาจะปลอดภัยนะ จุดที่โดนยิ่งไม่ได้สำคัญเท่าไหร่เท่าที่ดูก็ไม่ได้เสียเลือดมากด้วย” เขาตอบเพื่อให้อีกคนสบายใจแต่ตัวเองก็ยังคงทำหน้าเครียด

“แล้วทำไมถึงยังผ่าตัดไม่เสร็จล่ะหรือเกิดอะไรขึ้นในนั้น”

“ไม่หรอกน่า” ธนัชพยายามมองบวกไว้ก่อน ถ้าเจ้านายเป็นอะไรไปพวกเขาคงไม่ให้อภัยตัวเองที่ประมาทมากไปหน่อยจนทำให้เจ้านายถูกทำร้าย

ทั้งสองคนเดินวนไปมาอยู่ไม่นานประตูห้องผ่าตัดก็เปิดออก

“หมอครับ คุณชวินทร์เป็นยังไงบ้าง” ปิติรีบเข้าไปถามเป็นคนแรกและธนัชเดินตามไปติด ๆ

“เราผ่าเอากระสุนปืนออกแล้วตอนนี้คนไข้ปลอดภัยดี แต่ต้องอยู่ห้องสังเกตอาการพอครบสองชั่วโมงถึงจะย้ายเข้าห้องพักได้”

“ขอบคุณครับ” ปิติกล่าวขอบคุณและถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก

“แล้วคนเจ็บผู้หญิงล่ะครับ” ธนัชถามขึ้นบ้างเพราะผู้หญิงคนนั้นก็มีส่วนที่พวกเขาต้องรับผิดชอบด้วย

“ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันเธออยู่อีกห้องหนึ่ง”

“ปกติใช้เวลาผ่าตัดนานไหมครับ” ชายหนุ่มถามเพิ่ม

“ปกติก็ใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงครับ แต่ถ้ากระสุนอยู่ในจุดที่ฝังลึกก็จะใช้เวลานานหน่อย”

“แต่จะปลอดภัยใช่ไหมครับ”

“ผมก็ให้คำตอบไม่ได้ เอาเป็นว่ารอก่อนก็แล้วกันนะครับเดี๋ยวคนในห้องก็น่าจะออกมาจ้างข่าว ผมขอตัวก่อนนะครับ”

“ขอบคุณครับหมอ” ทั้งปิติและธนัชยกมือของคุณก่อนจะนั่งลงแต่สายตายังมองไปทางห้องผ่าตัดอีกห้องที่ไฟเหนือประตูยังเปิดอยู่

“นายรออยู่ตรงนี้นะฉันจะไปดูเจ้านายหน่อย” ปิติบอกก่อนจะเดินออกไป

ผ่านไปเกือบสามชั่วโมงประตูห้องผ่าตัดก็เปิดออกธนัชรีบเดินเข้ามาถามอาการด้วยแววตาเป็นกังวล

“หมอครับ เธอเป็นยังไงบ้างครับ”

“คนไข้พ้นขีดอันตรายแล้วครับ แต่เสียเลือดมากเกินไป กระสุนนัดที่สองเกือบโดนจุดสำคัญ ตอนนี้เราห้ามเลือดและเย็บปิดแผลเรียบร้อยแล้ว แต่ยังต้องรอดูอาการในห้อง ICU เพราะคนไข้หยุดหายใจไปชั่วขณะระหว่างผ่าตัดคงต้องสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดเพราะเธอเสียเลือดมาก เธอต้องอดทนผ่านยี่สิบสี่ชั่วโมงแรกไปให้ได้”

“แล้วผมต้องทำยังไงต่อครับ”

“คุณกลับไปก่อนก็ได้ ถ้าคนไข้รู้สึกตัวทางโรงพยาบาลจะติดต่อไปเองคุณเป็นญาติเธอใช่ไหมครับ”

“ผมเป็นคนเจอเธอครับ แต่เรื่องค่าใช้จ่ายผมจะรับผิดชอบเองทั้งหมด”

“ถ้าอย่างนั้นผมรบกวนคุณติดต่อพยาบาลที่ห้องฉุกเฉินด้วยนะครับ ของใช้เธอน่าจะอยู่ที่นั่นเผื่อว่าจะหาทางติดต่อญาติเธอได้”

“ครับ ขอบคุณมากครับหมอ”

เมื่อคุณหมอเดินไปแล้วธนัชก็เดินไปหาปิติที่นั่งอยู่หน้าห้องสังเกตอาหาร

“ว่าไงบ้าง เธอปลอดภัยไหม”

“หมอเอากระสุนออกแล้วแต่ต้องรอให้ผ่านยี่สิบสี่ชั่วโมงถึงจะแน่ใจว่าเธอไม่เป็นอะไรแล้วเจ้านายล่ะ”

“ยังไม่ฟื้นเลย พยาบาลบอกว่าน่าจะเช้านู่นแหละยาสลบถึงจะหมดฤทธิ์ เรากลับกันก่อนไหม”

“ฉันว่าจะไปเอากระเป๋าของผู้หญิงคนนี้หน่อย เผื่อจะมีโทรศัพท์เธออยู่ในนั้น เราจะได้โทรแจ้งญาติของเธอด้วย”

“ไม่ต้องหรอก” ปิติรีบห้าม

“ทำไมล่ะ เผื่อทางบ้านเธอจะติดต่อมา”

“โทรศัพท์ของเธออยู่ที่ฉัน”

“นายไปเอามาตอนไหน”

“ฉันเก็บมาจากที่เกิดเหตุ แต่ผ่านไปหลายชั่วโมงแล้วไม่เห็นมีใครติดต่อเธอมาเลย ฉันว่าเรารอให้เช้าก่อนแล้วค่อยคิดใหม่ว่าจะเอายังไงกับเธอดี” เขาอธิบายจากนั้นสองคนก็พากันกลับบ้านและจะมาที่โรงพยาบาลอีกครั้งในเวลาเช้า
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel