บท
ตั้งค่า

1 เสียงปืนท่ามกลางความมืด

คืนวันเสาร์ที่แสนจะวุ่นวายวรัลฌาหรือกวางหญิงสาววัย 22 ปีนักศึกษาคณะบริหารปี 4 กำลังสาละวนอยู่กับการเก็บจานบนโต๊ะในร้านอาหารนานาชาติที่ตั้งอยู่บนโรงแรมหรูหลังจากลูกค้ากลุ่มสุดท้ายเพิ่งเดินออกไป

“เหนื่อยหน่อยนะกวาง” สายสุดาผู้จัดการร้านเดินมาตบบ่าเบาๆ พร้อมช่วยหยิบจานชามตรงหน้า

“ไม่เป็นไรค่ะพี่นุ่น อีกนิดเดียวก็เสร็จแล้วพี่นุ่นไปนั่งพักเถอะกวางทำต่อเองค่ะ วันนี้พี่ก็เหนื่อยมากเหมือนกัน” วรัลฌายิ้มแม้หยาดเหงื่อจะซึมตามไรผม แต่ดวงตากลมโตยังคงเป็นประกายสดใส

“วันนี้พนักงานลาพร้อมกันสองคน กวางเลยต้องรับภาระหนักกว่าเพื่อน แต่ไม่ต้องห่วงนะ วันนี้แขกกระเป๋าหนักทั้งนั้น โดยเฉพาะโต๊ะชาวอเมริกัน เขาฝากทิปไว้ให้กวางโดยเฉพาะเลยนะ”

“แล้วคนอื่นจะไม่ว่าเหรอคะ”

“ใครจะกล้า วันนี้ทุกคนเห็นกันหมดว่ากวางวิ่งรอกดูแลโต๊ะนั้นจนแทบไม่ได้พัก เอาไปเถอะจ้ะ ถือเป็นรางวัลคนเก่ง แขกบอกว่าประทับใจที่กวางบริการดี แถมยังชมไม่ขาดปากว่าพนักงานคนนี้สวยและมารยาทงามมาก”

“ขอบคุณค่ะพี่กวาง”

“คืนวันเสาร์ลูกค้าเราเยอะอยู่แล้วแต่วันนี้พนักงานประจำลาถึงสองคน กวางเลยเหนื่อยกว่าเดิมแต่คนที่ไม่มาก็คงอิจฉาแหละเพราะวันนี้มีแต่ลูกค้าทิปหนัก ๆ ทั้งนั้นเลย เดี๋ยวพี่จะแบ่งให้นะ แต่ของกวางน่าจะได้มากกว่าคนอื่น”

“ขอบคุณนะคะพี่นุ่น แบบนี้กวางทำงานสุดทุ่มตัวเลยค่ะ” หญิงสาวยิ้มหวานแม้จะเหนื่อยมากแต่รายรับที่ได้มันก็คุ้มกับค่าเหนื่อย

วรัลฌาเป็นเด็กต่างจังหวัด เธอเข้ามาเรียนกรุงเทพและทำงานพิเศษไปด้วย

แม้ว่าทางบ้านจะส่งเงินมาให้แต่หญิงสาวก็อยากจะแบ่งเบาภาระของทางบ้าน บิดาของเธอเป็นครูที่กำลังจะเกษียณในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ส่วนมารดาเปิดร้านขายของชำเล็ก ๆ ในตำบลแห่งหนึ่งทางภาคเหนือ

“เลิกงานแล้วให้พี่ไปส่งไหมวันนี้มันดึกกว่าทุกวัน”

“ขอบคุณค่ะพี่นุ่น แต่กวางกลับเองดีกว่าดึกแล้วพี่เองก็จะได้กลับไปพักด้วยค่ะ”

หลังจากเลิกงานและแบ่งเงินค่าทิปแล้ววรัลฌาก็กึ่งวิ่งกึ่งเดินเข้าไปยังซอยเล็ก ๆ ที่อยู่ระหว่างทางเพื่อไปให้ถึงป้ายรถเมล์ให้เร็วที่สุด

หญิงสาวทำงานพิเศษเป็นพนักงานเสริมที่ห้องอาหารของโรงแรมที่นี่มาเกือบสองปีแล้ว ในทุกคืนหลังเลิกงานเธอก็จะเดินไปขึ้นรถเมล์ที่อยู่ไกลออกไปอีกประมาณสองช่วงดึกเพื่อกลับหอพักที่อยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัย เธอรู้สึกว่าคืนนี้บรรยากาศมันดูเงียบกว่าทุกคืน วรัลฌาคิดว่าคงเป็นเพราะเธอกลับช้ากว่าปกติ หญิงสาวจึงเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น

ปั้ง!....

เสียงที่ดังขึ้นทำให้หญิงสาวชะงักฝีเท้า หัวใจเต้นรัวแรงจนแทบหลุดออกมานอกอก เธอรีบกระโจนเข้าหาที่กำบังหลังถังขยะใบใหญ่ทันทีตามสัญชาตญาณ แอบมองผ่านความมืดออกไป ภาพที่เห็นทำให้ตัวเธอเย็นเฉียบยืนนิ่งเพราะกลัวว่าพวกนั้นจะเห็น

ชายหนุ่มในชุดสูทเนื้อดีดูภูมิฐานกำลังถูกชายฉกรรจ์สามคนคลุมศีรษะด้วยหมวกไอ้โม่งสีดำยืนล้อมอยู่ เธอไม่รู้ว่าเขาเป็นใครแต่เมื่อเห็นแบบนี้ก็ไม่อาจปล่อยผ่านไปได้

“ถ้าไม่อยากตายก็ฉีกสัญญาวันนี้ แล้วกูจะไว้ชีวิตมึง” หนึ่งในชายฉกรรจ์ตวาดเสียงดังลั่น

“ฝันไปเถอะ” เสียงตอบแข็งกร้าวแม้จะกำลังจะหมดแรง

“กูให้โอกาสมึงแล้วนะ” ชายตัวสูงยกปืนขึ้นเล็งที่ศีรษะของชายคนนั้น

สัญชาตญาณความกลัวก็พ่ายแพ้ต่อความมีมนุษยธรรม เธอจะปล่อยให้มีการฆ่ากันตายต่อหน้าไม่ได้

วรัลฌาตัดสินใจโทรแจ้งความระหว่างรอตำรวจรับสายเธอก็คว้าขวดแก้วเปล่าใกล้มือขว้างออกไปสุดแรงหวังดึงความสนใจ

เพล้ง!....

“ช่วยด้วย ช่วยด้วยค่ะ มีคนถูกทำร้าย! ในซอยข้างโรงแรมxxxค่ะ” หญิงสาวตะโกนสุดเสียงเมื่อปลายสายกดรับ

“เฮ้ย! ....คนเห็นว่ะ ฆ่ามันปิดปากด้วย” คนร้ายหันขวับมาทางเธอ

หญิงสาวเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว เธอจะวิ่งหนีแต่ก็ช้ากว่ากระสุนกระสุนนัดแรกพุ่งเข้าใส่หน้าท้องอย่างจังจนร่างบางทรุดฮวบลงกับพื้น

ปั้ง!....

“อึก....!”

ในวินาทีนี้หญิงสาวไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวด มือยังคงกำโทรศัพท์แล้วกัดฟันมองไปยังชายคนนั้น

มันเดินมาใกล้แล้วถอดหมวกไอ้โม่งที่คลุมอยู่จนหญิงสาวเห็นใบหน้าที่มีเห็นแผลเป็นบริเวณหัวคิ้วอย่างชัดเจน

“แส่นักนะมึง กูจะให้มึงเห็นหน้ากูชัด ๆ ว่าใครเป็นคนส่งมึงไปลงนรก” มือหยาบกร้านบีบปลายคางของหญิงสาว เมื่อเห็นท่าทางหวาดกลัวของวรัลฌามันก็แสยะยิ้มเหี้ยม ก่อนจะจ่อยิงซ้ำเป็นนัดที่สอง

ปั้ง!....

“กรี๊ดดดด!.....”

เสียงปืนลั่นพร้อมกับเสียงกรีดร้องของหญิงสาวก่อนที่ชายพวกนั้นจะรีบหนีไปเพราะเสียงไซเรนจากรถตำรวจที่ดังเข้ามาใกล้

เสียงกรีดร้องขาดห้วงลงพร้อมกับร่างของวรัลฌาที่แน่นิ่งไป เลือดสีแดงค่อย ๆ ไหลซึมลงบนพื้นคอนกรีตที่เย็นเฉียบ พวกมันรีบเผ่นหนีไปทันทีเมื่อเสียงไซเรนรถตำรวจดังใกล้เข้ามา

ชายหนุ่มที่นอนหายใจอ่อนอยู่อีกฝั่งพยายามตะเกียกตะกายเข้ามาใกล้คนที่ช่วยชีวิตเขาไว้

ดวงตาคมกริบเบิกกว้างด้วยความสะเทือนใจ เขาไม่คิดเลยว่าจะมีใครยอมเอาชีวิตมาแลกเพื่อคนแปลกหน้าอย่างเขา

“คุณ....คุณ....” เขาพยายามเรียกและเขย่าตัวแต่หญิงสาวกลับไม่ไหวติง

แล้วเสียงฝีเท้าหนัก ๆ หลายคู่ดังใกล้เข้ามา เขารู้สึกโล่งใจเมื่อเห็นว่าเป็นคนของตนเองที่ตามมาช่วยได้ทันเวลา

“คุณชวินทร์ครับ”

“ช่วยเธอให้ได้ก่อน” ชวินทร์เค้นเสียงสั่งลูกน้องเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่สติของเขาจะดับวูบลงตามไป
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel