10 ดูแลดีเกินไปหรือเปล่า
การไปเรียนครั้งแรกหลังจากหยุดพักรักษาตัวสองสัปดาห์ทำให้วรัลฌาตื่นนอนเช้ากว่าปกติ อีกทั้งวันนี้ก็ไม่ต้องนั่งรถเมล์ไปอย่างเคยเพราะชวินทร์บอกว่าจะให้คนขับรถคอยรับส่งจนกว่าหมอจะบอกว่าแผลเธอหายสนิทและร่างกายกลับไปแข็งแรงอย่างเดิมซึ่งอาจใช้เวลานานเกือบสองเดือน
“พี่แก้วคะ เย็นนี้กวางจะซื้อข้าวเย็นมาเลยนะคะพี่แก้วจะได้ไม่ต้องทำให้เหนื่อยค่ะ” หญิงสาวบอกแม่บ้านที่ชวินทร์เป็นคนจ้างให้มาดูแล
“ได้ค่ะ แล้วพรุ่งนี้เช้ามีเรียนกี่โมงคะพี่แก้วจะได้รีบมาทำอาหารเช้าให้”
“เรียนเก้าโมงค่ะ พี่แก้วไม่ต้องทำอาหารเช้าก็ได้นะคะ กวางว่าจะไปกินที่มหาลัยกับเพื่อนค่ะ”
“งั้นพี่แก้วจะมาทำความสะอาดหลังจากกวางไปเรียนนะคะ”
“ค่ะ ขอบคุณค่ะพี่แก้ว กวางไปก่อนนะคะ”
“ถ้าเปลี่ยนใจจะให้พี่ทำอาหารหรืออยากได้อะไรเพิ่มก็โทรบอกพี่นะคะ”
“ค่ะ” หญิงสาวยิ้มให้ก่อนจะเปิดประตูออกจากห้องไป
เธอเดินลงมาชั้นล่างสุดมองหาคนขับรถแต่กลับเห็นว่าชวินทร์นั่งรออยู่ที่ล็อบบี้
“คุณชวินทร์ สวัสดีค่ะ มีธุระอะไรกับกวางหรือเปล่าคะ” วรัลฌารีบเดินมาหาขณะที่ชายหนุ่มก็ลุกจากที่นั่งเดินตรงมาที่เธอ
“เปล่าหรอก พอดีวันนี้มีประชุมเช้าก็เลยถือโอกาสมารับกวางด้วย”
“ขอบคุณค่ะ แต่คุณชวินทร์ไม่น่าเสียเวลาเลยนะคะ”
“แวะมารับไม่เสียเวลาหรอกแต่จะเสียเวลาก็ตรงที่เรายังไม่ไปที่รถนั่นแหละ” แล้วชวินทร์ก็เดินนำหญิงสาวไปยังรถที่จอดรออยู่เพื่อพาเธอไปส่งที่มหาวิทยาลัย
บรรยากาศภายในรถยุโรปคันหรูเงียบสนิท มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศแผ่วเบา วรัลฌานั่งเกร็งเพราะรู้สึกประหม่าที่ต้องอยู่ตามลำพังกับเขาเป็นครั้งแรก
“ทำไมเงียบจัง เจ็บแผลหรือเปล่า” ชวินทร์ทำลายความเงียบ สายตาคมเหลือบมองหญิงสาวที่เอาแต่จ้องมองวิถีข้างทาง
“เปล่าค่ะ กวางแค่เกรงใจคุณชวินทร์จริง ๆ ค่ะ รถติดแบบนี้คุณจะไปประชุมสายนะคะ”
“ผมเผื่อเวลาไว้แล้ว”
หญิงสาวหันไปมองแล้วเห็นท่าทางที่ดูผ่อนคลายก็เบาใจว่าไม่ทำให้เขาเดือดร้อนจากการมาส่งเธอในเช้านี้ เขาดูไม่เหมือนคนที่จะถูกใครปองร้ายถึงชีวิตเลย วรัลฌามองว่าเขาดูอบอุ่นใจแต่โลกที่เขาอยู่กลับเต็มไปด้วยอันตราย
“คุณชวินทร์ส่งกวางหน้ามหาวิทยาลัยก็ได้นะคะเดี๋ยวกวางเดินเองค่ะ”
“แผลยังไม่หายดีเลย ผมไปส่งหน้าตึกดีกว่านะ”
“ก็ได้ค่ะ”
“วันนี้เลิกเรียนกี่โมง”
“ห้าโมงค่ะ”
“เดี๋ยวผมให้คนมารับนะ แล้วก็แต่อย่าเดินเยอะนะ”
“ค่ะ ถึงดึกคณะแล้วกวางขอบคุณนะคะที่มาส่ง”
“ตั้งใจเรียนนะ อย่าลืมที่ผมบอกถ้าใครแปลกหน้าเข้ามาทัก หรือรู้สึกว่ามีคนตาม ให้โทรหาผมทันที ถ้าผมไม่รับก็ติดต่อคนของผม มีเบอร์โทรพวกเขาแล้วใช่ไหม” น้ำเสียงแฝงไปด้วยความห่วงใย
“มีแล้วค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะที่มาส่ง ขอให้การประชุมวันนี้ราบรื่นนะคะ”
หญิงสาวลงมาจากรถและยืนรอจนกระทั่งเขาขับรถออกไปจึงเดินเข้าไปใต้ถึงตึกซึ่งตอนนี้ณิชกานต์กับเพื่อนอีกสองคนนั่งคุยกันอยู่
“หายไปนานเลยไม่สบายหายดีแล้วเหรอ” เพื่อนคนหนึ่งทักทายขึ้น
“ตอนนี้ก็เริ่มหายดีแล้วล่ะ ขอบใจทุกคนนะที่ช่วยส่งเล็คเชอร์ให้อ่าน”
“ไม่เป็นไร ว่าแต่กวางไม่สบายเป็นอะไรเหรอ” เพื่อนอีกคนที่ไม่ค่อยสนิทถามขึ้นเพราะเห็นว่าวรัลฌาหยุดเรียนไปนานถึงสองสัปดาห์
“ฉันก็บอกแล้วไงว่ายัยกวางไส้ติ่งแตกเลยต้องผ่าตัดเปิดหน้าท้องอย่าให้พูดเยอะเลยเดี๋ยวแผลปริขึ้นมาจะยุ่งเอานะ” ณิชกานต์พูดแทน
“แล้วตอนนี้แผลหายแล้วเหรอกวาง”
“ดีขึ้น แต่ยังทำอะไรเร็ว ๆ หรือยกของหนักไม่ค่อยได้”
“ขอให้หายไว ๆ นะเดี๋ยวพวกเราขอไปหาอะไรกินก่อนแล้วเจอกันที่ห้องเรียนนะ”
เมื่อเพื่อนสองคนเดินออกไปแล้วณิชกานต์ก็ย้ายมานั่งข้าง ๆ วรัลฌาเพราะมีเรื่องสำคัญจะถาม
“เมื่อกี้ฉันเห็นนะว่าคนที่มาส่งแกคือคุณชวินทร์ไม่ใช่คนขับรถอย่างที่แกบอก” ณิชกานต์กระซิบ
“ฉันก็คิดว่าจะเป็นคนขับรถตามที่คุยกันไว้แต่พอลงมาจากคอนโดก็เขาก็รออยู่แล้ว”
“เขาดูใส่ใจมากเลยนะ แล้วเขาจะมาส่งทุกวันไหม”
“ไม่หรอกโบว์วันนี้คุณชวินทร์เขามีประชุมเช้าเลยมาส่งฉัน ปกติเขาไม่เข้าบริษัทเช้าแบบนี้หรอก”
“แต่ถ้าเขารับส่งแกแบบนี้ก็ดีนะ”
“ฉันว่าไม่ดีหรอก แค่นี้ก็เกรงใจแย่แล้ว เย็นนี้ฉันเลยจะนั่งแท็กซี่กลับเอง”
“ให้ฉันไปส่งไหม ฉันไม่อยากให้แกกลับคนเดียวเลยนะ เราไปหาอะไรกินก่อนกลับคอนโดกันดีไหม”
“แกไม่รีบกลับบ้านเหรอ”
“วันนี้ไม่มีใครอยู่บ้านฉันจะกลับตอนไหนก็ได้ แกอยากกินอะไรล่ะ”
“ฉันอยากกินส้มตำปูปลาร้า”
“แกจำที่พยาบาลบอกไม่ได้เหรอว่ายังไม่ให้กินของรสจัดหรือของหมักดอง ฉันว่ากินอะไรที่จืด ๆ ไปก่อนไหม เอาไว้หายดีแล้วฉันจะพาแกไปกิน เดี๋ยวฉันเลือกร้านที่จอดรถใกล้ ๆ แกจะได้ไม่ต้องเดินมาก”
....
หลังเลิกเรียนวรัลฌาก็ไปทานอาหารกับณิชกานต์จากนั้นก็แวะซื้ออาหารแช่แข็งที่ร้านสะดวกซื้อก่อนจะกลับมายังคอนโดในเวลาค่ำโดย
เธอทำธุระส่วนตัวเสร็จก็หยิบแท็บเล็ตขึ้นมาอ่านเนื้อหาที่พลาดไปตอนที่นอนอยู่โรงพยาบาล
วรัลฌายังต้องตามงานและเนื้อหาอีกมากกว่าจะทันเพื่อน ๆ แต่หญิงสาวก็พยายามทำอย่างเต็มที่เพราะอีกไม่กี่เดือนเธอก็จะเรียนจบ
แล้วเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นในขณะเริ่มอ่านเล็คเชอร์ไปได้ไม่กี่หน้า
“สวัสดีค่ะคุณชวินทร์”
“ขอโทษที่โทรมาดึกนะ นอนหรือยัง”
“ยังเลยค่ะ กวางอ่านหนังสืออยู่”
“วันนี้ไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม”
“ไม่ค่ะ ทุกอย่างปกติดีค่ะ เลิกเรียนกวางไปกินข้าวกับโบว์แล้วก็แวะซื้อของกินนิดหน่อย”
“ไปซื้อเองเหรอ ทำไมไม่ใช้แม่บ้านล่ะเดินเยอะเดี๋ยวแผลฉีกเอานะ” เขาเตือนด้วยความเป็นห่วง แม้คนของเขาจะรายงานแล้วว่าทุกอย่างปกติแต่ก็อยากได้ยินจากปากของหญิงสาวเอง
“กวางไม่ได้ซื้อเยอะหรอกค่ะ ซื้อที่เซเว่นเองค่ะ”
“แต่ผมก็อดเป็นห่วงไม่ได้”
“ขอบคุณค่ะ แต่กวางไม่ได้ถือของเองนะคะโบว์เป็นคนช่วยถือแล้วก็ขึ้นมาส่งบนห้องค่ะ”
“ค่อยโล่งใจหน่อย พรุ่งนี้เช้าผมไปรับเหมือนเดิมนะ”
“มีประชุมแต่เช้าอีกเหรอคะ”
พรุ่งนี้ต้องไปดูไซต์งานใกล้ มหาวิทยาลัยก็เลยคิดว่าไปส่งกวางเองจะดีกว่า กวางจะให้ไปรับกี่โมง ไปกินข้าวด้วยกันก่อนไปเรียนไหม อาหารเช้าของโรงแรมXXXอร่อยนะครับ”
“ไปกินที่โรงแรมเหรอคะ”
“ใช่ครับ อาหารเช้าของที่นี่ขึ้นชื่อมาก กวางมีเรียนกี่โมง”
“เก้าโมงค่ะ”
“ผมไปรับสักเจ็ดโมงครึ่งกวางตื่นทันไหม”
“ทันค่ะ แต่กวางเกรงใจ”
“ไม่ต้องเกรงใจเลย ปกติผมก็ไปกินที่นี่คนเดียวบ่อย ๆ อยู่แล้วครับ กวางไปเป็นเพื่อนผมหน่อยนะ” ชวินทร์หาข้ออ้างได้ใกล้ชิดและให้เธอไว้ใจตนเองมากขึ้นเผื่อว่าเธอจะยอมบอกว่าคนร้ายคืนใครเพราะตอนนี้ทางตำรวจยังมืดแปดด้าน
“ก็ได้ค่ะ”
“พรุ่งนี้เจอกันนะครับ อย่าหักโหมมากนะครับ พักผ่อนบ้าง”
“คุณชวินทร์ก็เหมือนกันนะคะ”
เมื่อชวิทน์วางสายไปแล้วหญิงสาวก็จ้องโทรศัพท์อยู่นาน เธอรู้สึกแปลก ๆ ที่เขาติดต่อเธอตลอดแต่ก็คิดว่าเป็นเพราะเขาตอบแทนที่เธอช่วยเขาไว้