9 เรื่องฝังใจที่ไม่มีใครรู้
เช้าวันต่อมา
“ฉันอยู่ที่นี่นาน ๆ คงได้ทำอะไรไม่เป็นแน่เลยโบว์ แม่บ้านที่คุณชวินทร์จ้างมาทำให้ทุกอย่าง”
“ก็เขาห่วงแกนั่นแหละ เขาว่ายังไงบ้างเรื่องคนที่ยิงแก”
“ตำรวจกำลังตามอยู่ เห็นว่าจะสืบจากคนที่เสียผลประโยชน์จากการประมูลงานครั้งสุดท้าย”
“แล้วแกจำหน้าคนร้ายไม่ได้จริงเหรอ นี่ก็ผ่านมานานแล้วนะ”
“อือ ฉันพยายามแล้วนะ แต่ก็ยังนึกไม่ออก แกถามเหมือนไม่เชื่อฉันเลยนะ”
“เปล่า ก็แค่อยากให้แกนึกออกเรื่องจะได้จบ ฉันเป็นห่วงกลัวมันจะจำหน้าแกได้แล้วตามมาปิดปาก”
“ไม่หรอกน่าคืนนั้นมันมืดมากฉันยังจำหน้ามันไม่เลยแล้วมันจะจำหน้าฉันได้ยังไงล่ะ” วรัลฌาเริ่มคิดแล้วว่าที่เธอปกปิดอยู่มันทำให้ทุกอย่างยากขึ้น เธอลังเลว่าจะบอกความจริงดีหรือเปล่าแต่นั่นก็ต้องรอให้เธอกลับไปแข็งแรงเหมือนเดิมและจากนั้นก็จะขอย้ายกลับไปอยู่หอพักตามเดิม
อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้หญิงสาวไม่ยอมบอกความจริงว่าใครคือคนร้ายเพราะเธอไม่อยากไปเป็นพยาน เนื่องจากในอดีตพี่ชายของเธอเคยไปเป็นพยานในคดีหนึ่งแต่เขาก็ถูกจำเลยจ้างคนมาทำร้ายจนพี่ชายได้รับบาดเจ็บสาหัสหลังจากร่างกายแข็งแรงก็กลายเป็นคนหวาดระแวง บางครั้งก็คลุ้มคลั่งกลัวคนจะมาทำร้าย เอาแต่เก็บตัวอยู่ที่บ้านและตอนนี้พี่ชายของเธอก็ต้องทานยาทางจิตเวชอยู่ตลอดแต่เพื่อนที่ไปด้วยกันปฏิเสธว่าไม่รู้ไม่เห็นกลับใช้ชีวิตได้ตามปกติ เธอจึงเลือกทางที่ปลอดภัยและคิดว่าตำรวจจะสามารถจับคนร้ายมาลงโทษได้โดยที่เธอไม่ต้องเข้าไปยุ่ง
“มันก็จริงนะ แต่ตำรวจสมัยนี้เก่งเดี๋ยวก็คงจับคนร้ายได้เอง แต่แกก็ต้องระวังตัวด้วยนะ วันนี้ฉันจะกลับแล้วนะ เจอกันอีกทีวันจันทร์ที่มหาลัยนะ”
“ขอบใจแกมานะที่มาอยู่กับฉันตลอด ฉันเป็นหนี้บุญคุณแก ถ้าไม่ได้แกฉันคงแย่” เรื่องที่เกิดขึ้นหญิงสาวไม่ได้บอกทางบ้านเพราะไม่อยากทำให้บิดามารดาต้องเครียดกับเรื่องของเธอ เพราะลำพังพี่ชายท่านทั้งสองคนก็เหนื่อยทั้งกายทั้งใจมากอยู่แล้ว
“หนี้บุญคุณที่ไหนกันล่ะ เราเป็นเพื่อนกันนะกวาง อีกอย่างฉันก็ได้ของรางวัลตอบแทนมาแล้วด้วย” ณิชกานต์ชูกระเป๋าใบใหม่ที่เพิ่งได้จากชวินทร์ให้เพื่อนดู
“แกชอบไหมโบว์”
“อือ ชอบสิ แกไม่ชอบเหรอ”
“ชอบสิ แต่ไม่อยากใช้เลยมันแพงมากเลยนะ พังขึ้นมาเสียดายแย่”
“มีของดีก็ต้องใช้คนให้เขาจะได้ดีใจ ฉันไปล่ะนะ มีอะไรด่วนก็โทรหานะ แกเมมเบอร์คนของคุณชวินทร์ไว้ครบทุกคนแล้วใช่ไหมกวาง”
“อือ เมมไว้แล้ว”
“ไปจริง ๆ ล่ะนะ แกไม่ต้องลุกมาส่งหรอกพักผ่อนไปเถอะ”
วรัลฌาอยู่ในห้องคนเดียวท่ามกลางความเงียบ ตั้งแต่เกิด เรื่องคืนนั้นหญิงสาวยังไม่เคยอยู่ตามลำพังเลยสักครั้ง เธอยังคงคิดวนไปวนมาถึงเรื่องเดิมซ้ำ ๆ ใบหน้าเหี้ยมเกรียมของชายคนนั้นมันยังติดตา
คนอื่นอาจจะมองว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อยทำไมไม่ปล่อยผ่านและพูดความจริงออกมาแต่ความกลัวและผมไม่ใจมันก็ทำให้เธอตัดสินใจทำในเรื่องที่อาจจะมองว่าไม่เมคเซนต์เท่าไหร่
“ทำไมเรื่องนี้ต้องเกิดกับแกด้วยนะยัยกวาง แล้วทีนี้จะเอายังไงกันต่อล่ะ” หญิงสาวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมามองยอดเงินในบัญชีมันมากเกินกว่าที่เธอคิดไว้
เธออยากคืนเงินให้ชวินทร์เพราะรู้สึกผิดที่ตัวเองรับเงินมาแต่กลับไม่ได้ช่วยเหลือเรื่องคดีเลย แต่ความคิดอีกด้านก็ตีกันอยู่ในหัวในเมื่อเสี่ยงชีวิตไปช่วยเขาจนตัวเองก็เกือบเอาชีวิตไม่รอดสิ่งที่เขาตอบแทนให้มามันก็น่าจะคุ้มค่า เขาเป็นรองประธานบริษัทยักษ์ใหญ่เงินแค่นี้คงเป็นเพียงเศษเงินเล็ก ๆ ของเขาเท่านั้น
ขณะที่กำลังจมอยู่ในความคิดเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นรายชื่อที่ปรากฏอยู่หน้าจอเป็นรายชื่อที่โทรหาเธออยู่ทุกวันตั้งแต่เธอรู้สึกตัวและนอนอยู่ที่โรงพยาบาล
“สวัสดีค่ะคุณชวินทร์”
“เป็นยังไงบ้างที่ห้องขาดเหลืออะไรหรือเปล่า”
“ไม่ค่ะ ขอบคุณนะคะที่เตรียมทุกอย่างไว้ให้แล้วยังมีแม่บ้านคอยดูแลอีก”
“ไม่ต้องเกรงใจครับอยากได้อะไรก็บอกแม่บ้าน อยากไปไหนก็บอกคนขับรถนะช่วงนี้งานผมจะยุ่งหน่อยแต่ถ้าช่วงไหนว่างจะแวะเข้าไปคุยด้วยนะ โบว์กลับไปหรือยัง”
“โบว์กลับไปตอนเช้าแล้วค่ะ”
“อยู่คนเดียวได้ไหมกลัวหรือเปล่า”
“กวางอยู่ได้สบายมากค่ะ แต่ก็แอบกลัวนิดหน่อยค่ะ คงเพราะไม่ชินกับห้องมั้งคะ”
“อยากให้ผมไปอยู่เป็นเพื่อนไหม”
“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวก็คงชินไปเอง”
“ถ้าไม่ไหวก็บอกนะ” ชวินทร์ไม่อยากให้เธออยู่คนเดียวเพราะกลัวเธอจะคิดมาก
“ไหวค่ะ ขอบคุณนะคะที่เป็นห่วง”
“วันจันทร์นี้จะไปเรียนหรือเปล่า”
“ค่ะ ถ้าหยุดต่อสงสัยจะไม่จบพร้อมเพื่อนล้าล่ะคะ ช่วงนี้ก็พยายามตามเล็คเชอร์ของเพื่อน ๆ อยู่”
“ขอโทษนะที่ทำให้คุณต้องลำบาก”
“ไม่เป็นไรค่ะ คุณชวินทร์ขอโทษกวางไม่รู้กี่รอบแล้ว คุณไม่ใช่คนผิดนะคะ เราสองคนก็เกือบเอาชีวิตไม่รอดพอ ๆ กัน คนที่ผิดคือคนพวกนั้นต่างหากตอนนี้ตามเรื่องไปถึงไหนแล้วคะ”
“ตอนนี้รู้ตัวแล้วว่าเป็นคนของใครแค่ต้องหาหลักฐานเพิ่ม”
“กวางขอให้จับตัวคนร้ายได้เร็ว ๆ นะคะ”
“ผมก็อยากให้เป็นแบบนั้นครับ ช่วงนี้คนของผมอยากตามคุณอยู่นะครับ อาจจะอึดอัดไปบ้างแต่ก็เพื่อความปลอดภัย”
“กวางเข้าใจค่ะ”
“อยากให้ผมช่วยอะไรหรือติดปัญหาตรงไหนก็บอกผมได้นะไม่ต้องเกรงใจ”
“ขอบคุณค่ะคุณชวินทร์ที่คุณให้มามันก็มากแล้วค่ะ”
“ยังเจ็บแผลอยู่ไหม”
“ไม่แล้วค่ะ กวางว่าน่าจะหายดีแล้ว”
“แต่ก็อย่าประมาทนะครับ อย่ายกของหนักอย่าเพิ่งออกกำลังกาย”
“คุณชวินทร์ก็เหมือนกันนะคะ แผลของคุณคงหายดีแล้วใช่ไหม”
“ผมหายดีแล้วครับ แผลของผมไม่ได้อยู่ลึกเหมือนของกวางก็เลยฟื้นตัวเร็วหน่อย เดี๋ยวผมคงต้องวางสายก่อนมีงานต้องไปทำต่อ”
“วันเสาร์ก็ต้องทำงานเหรอคะ กวางนึกว่าคนเป็นรองประธานจะไม่ต้องทำงานหนักเสียอีก ยังไงก็หาเวลาพักผ่อนบ้างนะคะ ถึงหมอบอกว่าหายดีแล้วแต่แผลก็อาจจะกลับมาฉีกได้นะคะ”
“ขอบคุณที่เป็นห่วงครับผมไม่ได้ทำงานหนักอะไรแค่ตรวจเอกสารนิดหน่อยคุณก็พักผ่อนนะครับ”
ชวินทร์วางสายไปแล้วหญิงสาวก็หยิบเล็คเชอร์ที่เพื่อน ๆ ส่งมาให้อ่านก่อนที่จะเริ่มเรียนอีกครั้งในวันจันทร์
การหยุดเรียนไปสองสัปดาห์ทำให้เธอต้องตามงานจากเพื่อนค่อนข้างมาก แต่ก็ยังโชคดีที่มีณิชกานต์คอยบอกว่าอาจารย์แต่ละวิชาสอนเลยสั่งงานอะไรบ้าง
หญิงสาวทำงานจากนั้นทานอาหารค่ำและเข้านอนแต่ก็หลับได้ไม่สนิทเพราะคืนนี้เป็นคืนแรกที่เธอต้องลองอยู่คนเดียว