11 ห้ามใจไม่ให้หวั่นไหว
เช้าวันอังคารชวินทร์ก็มารับวรัลฌาตามที่นัดไว้เพื่อจะพาหญิงสาวไปทานอาหารเช้าที่โรงแรม
“กวางอยากทานอะไรเป็นพิเศษไหม ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องเบเกอรี่มาก”
“คุณชวินทร์มีอะไรแนะนำไหมคะ”
“ครัวซองต์อัลมอนด์ที่นี่อร่อยครับ สนใจไหม” ชวินทร์เอ่ยถามขณะเลื่อนเก้าอี้ให้หญิงสาวนั่งลง
“กวางไม่เคยมากินที่นี่ เอาที่คุณชวินทร์คิดว่าอร่อยก็แล้วกันค่ะ”
การนั่งทานอาหารด้วยกันตามลำพังทำให้วรัลฌาเกร็ง ๆ ในตอนแรกแต่เขาก็ชวนคุยจนรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น เมื่อทานเสร็จเขาก็มาส่งหญิงสาวที่มหาวิทยาลัย
ตลอดทั้งสัปดาห์ชวินทร์ทำหน้าที่คนขับรถ เขามารับหญิงสาวทุกเช้าเพื่อทานอาหารก่อนจะพามาส่งถึงหน้าตึกคณะ ส่วนในเวลาเย็นเขาก็ให้คนขับรถมารับเธอไปส่งที่คอนโดโดยมีข้ออ้างคือเธอยังไม่หายสนิทและเพื่อความปลอดภัย
การได้ทานอาหารด้วยกันทุกวันทำให้ความสนิทสนมก็มีมากขึ้น ความเอาใจใส่ของเขาทำให้วรัลฌารู้สึกหวั่นไหว
.....
บ่ายวันศุกร์ ใต้ตึกคณะ
“กวางฉันรู้สึกว่ามันไม่ปกติแล้วนะ” ณิชกานต์ส่งแก้วชาเขียวให้วรัลฌาแล้วจ้องหน้าเพื่อนสนิทอย่างจริงจัง
“อะไรที่ไม่ปกติ ชาเขียวไม่อร่อยเหรอ” หญิงสาวจิบแล้วก็รู้สึกว่ารสชาติมันก็เหมือนกับทุกวัน
“ไม่ใช่เรื่องชาเขียว”
“แล้วเรื่องอะไร แกพูดไม่เคลียร์ฉันเลยงง”
“ก็คุณชวินทร์น่ะสิ คุณชวินทร์พาแกไปกินข้าวบ่อยเกินไปนะ แกเป็นหนี้บุญคุณเขาก็จริงแต่ฉันคิดว่าการกระทำของเขามันมากกว่านั้น”
“ไม่มีอะไรหรอกน่าโบว์ แกคิดมากไปหรือเปล่า ช่วงนี้แผลฉันยังไม่หายสนิทแล้วเขาก็เลยห่วงนั่นแหละ” วรัลฌาพยายามหาเหตุผลมาหักล้าง แต่ในใจก็รู้สึกว่ามันแปลก
“แต่เขาก็ไม่น่าจะว่างขนาดนั้นนี่ ผู้บริหารอย่างคุณชวินทร์ เวลาของเขาเป็นเงินเป็นทองนะ ถ้าเขาไม่รู้สึกอะไรกับแกก็คงไม่มาเสียเวลากับแกมากขนาดนี้หรอก ฉันว่าเขาต้องชอบแก ๆ แน่เลยนะกวาง”
“จะเป็นไปได้ยังไงล่ะโบว์ ฉันเป็นแค่เด็กเสิร์ฟ เป็นแค่นักศึกษาธรรมดา ๆ ส่วนเขาเป็นถึงรองประธานบริษัทใหญ่เลยนะ”อยู่สูงขนาดนั้นคงไม่มองคนอย่างฉันหรอก”
“จะอยู่สูงแค่ไหนถ้ารักกันชอบกันความแตกต่างตรงนี้ก็ไม่ใช่อุปสรรคแต่อยู่ใกล้เขามากก็ระวังตัวด้วย เขามีศัตรูเยอะเดี๋ยวจะเจ็บตัวอีก”
“อือ ฉันจะระวังตัว”
“ระวังหัวใจด้วยนะ อยู่ใกล้ผู้ชายโปรไฟล์ดีอย่างคุณชวินทร์ระวังว่าจะตกหลุมรักเขาขึ้นมาล่ะ”
“ไม่หรอกน่า” วรัลฌารีบปฏิเสธทั้งที่จริงแล้วเธอเองกำลังหวั่นไหวกับความใจดี ความเอาใจใส่และความอบอุ่นที่เขาแสดงออกมาตลอดหลายวัน
“แล้วเย็นนี้เขาจะมารับเองหรือให้คนขับรถมารับล่ะ”
“คนขับรถเหมือนเดิมนั่นแหละ”
“งั้นไปกินอะไรก่อนกลับไหมล่ะแล้วฉันไปส่งที่คอนโด”
“ขอโทษนะโบว์เย็นนี้คุณชวินทร์ชวนไปกินข้าว”
“นั่นไงล่ะ เช้าถึงเย็นถึงแบบนี้เขาต้องคิดกับแกมากกว่าพยานแล้วล่ะ”
“ไม่หรอกน่า เขาแค่กลัวฉันอยู่คนเดียวจะเหงา”
“จะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ ถ้าเขาชอบแกขึ้นมาฉันก็ดีใจด้วย ถึงฉันจะบอกว่าอยู่ใกล้เขาอันตรายแต่เขาก็เป็นผู้ชายที่เพอร์เฟกต์มาก ถ้าแกคบกับเขาเขาก็คงดูแลแกอย่างดีและคงไม่ให้แกเกิดอันตรายหรอก”
วรัลฌาเงียบไปเพราะเธอไม่รู้ว่าการที่ชนินทร์คอยดูจะปลอดภัยหรือได้รับอันตรายมากขึ้นกันแน่ แต่หญิงสาวก็รู้สึกดีที่มีเขาอยู่ใกล้ ๆ
.....
หลังเลิกเรียนวรัลฌาก็นั่งรอคนขับรถของชนินทร์เหมือนกับทุกวัน
เมื่อกลับมาถึงคอนโดหญิงสาวก็อาบน้ำและเลือกชุดที่จะใส่ไปทานอาหารค่ำกับชวินทร์เย็นนี้ซึ่งเตรียมไว้ให้เธอเลือกหลายชุด
หญิงสาวใช้เวลาเลือกอยู่นานก่อนจะตัดสินใจเลือกเดรสสีครีมแขนกุดยาวคลุมเข่าลงมาเล็กน้อยดูสุภาพซึ่งน่าจะเหมาะกับร้านอาหารที่เขาจะพาไป
เธอแต่งหน้าอ่อน ๆ มัดผมแค่ครึ่งศีรษะส่วนทีเหลือก็ใช้ที่ม้วนผมไฟฟ้าม้วนเป็นลอนเล็ก ดูต่างจากทุกวันที่มักจะรวมเป็นหางม้า
หนึ่งทุ่มตรงชวินทร์ก็มารับเธอที่หน้าคอนโดเข้าสวมสูทสีเทาเข้ม เสื้อเชิ้ตด้านในสีขาวปลดกระดุมลงสองเม็ดดูผ่อนคลายแต่ก็ยังคงความภูมิฐาน เขาพาเธอไปยังร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีความเป็นส่วนตัวสูง
“สัปดาห์นี้เรียนหนักไหม แผลเป็นยังไงบ้าง” เขาถามพลางตักอาหารวางลงบนจานของเธออย่างเอาใจใส่
“ดีขึ้นมากแล้วค่ะ ไม่เจ็บแล้ว”
“ดีแล้วครับ แต่อย่าฝืนไปยกของหนักเข้าล่ะ”
“ไม่หรอกค่ะ กวางแทบจะไม่ได้ทำอะไรเลยแม่บ้านที่คุณชวินทร์จ้างมาทำให้ทุกอย่างเลยค่ะ ขอบคุณมากนะคะ”
“ไม่เป็นไรเลย ผมอยากดูแกวางนะ ขาดเหลืออะไรก็บอกไม่ต้องเกรงใจ”
“คุณให้กวางมาเยอะมากพอแล้วค่ะ”
“ผมรู้ว่าไม่มีอะไรทดแทนเรื่องคืนนั้นได้ ขนาดผมเคยเจอเรื่องร้าย ๆ มาเยอะแต่บางคืนผมยังนอนไม่หลับ คืนนั้นมันน่ากลัวมากจริง ๆ คุณล่ะกวางยังคิดถึงเรื่องนั่นไหม” ชวินทร์อยากถามซ้ำว่าเธอจำหน้าคนร้ายได้ไหมแต่ก็ไม่อยากจะกดดันหญิงสาวจนเกินไป
วรัลฌาชะงักช้อนในมือ เธอสบตาคมที่ดูเหมือนจะค้นหาความจริงบางอย่างในดวงตาเธอ
“กวางจำเรื่องคืนนั้นได้ดีค่ะ แต่นึกหน้าคนยิงไม่ออกเลย กวางน่าจะกลัวและเจ็บจนสติหลุดไปแล้ว” เธอยังคงยืนยันคำเดิม แม้ในใจจะรู้สึกผิดที่เขาอ่อนโยนและใจดีกับเธอมากแต่เธอกลลับไม่บอกความจริงเขา
“ไม่เป็นไรครับ ผมรู้ว่าบางเรื่องมันก็ไม่น่าจำเลย แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ผมจะปกป้องคุณด้วยชีวิตของผมเอง เชื่อใจผมนะ” เขาให้คำสัญญาด้วยท่าทางจริงจัง
“ขอบคุณค่ะ”
....
ชายร่างสูงในชุดดำสนิทลดกล้องส่องทางไกลลง แล้วกดโทรศัพท์หาเบอร์ที่ไม่ได้บันทึกชื่อไว้แต่ก็จำได้แม่น
“นายครับ ผมเจอตัวผู้หญิงที่อยู่ในเหตุการณ์แล้วครับ ตอนนี้ไอ้ชวินทร์มันประคบประหงมยิ่งกว่าไข่ในหิน มันพาไปไหนมาไหนด้วยตลอดทั้งอาทิตย์ มันน่าจะให้เธอเป็นพยานคนสำคัญที่มันกำลังกักตัวไว้รอวันชี้ตัวพวกเรา”
ปลายสายเงียบไปอึดอัด ก่อนจะมีเสียงเหี้ยมตอบกลับมา
“มึงแน่ใจนะว่ามันเห็นหน้ามึงชัด ๆ” ปลายสายถามด้วยความกังวล
“ผมถอดหมวกคุยกับมันตรงหน้าเลยครับนาย แต่ก็แปลกใจว่าทำไมเรื่องมันถึงได้เงียบขนาดนี้ ถ้ามันจำหน้าผมได้จริงไอ้ชวินทร์มันก็น่าจะทำอะไรสักอย่าง หรือมันจำไม่ได้เพราะคืนนั้นมืดมากแล้วนังผู้หญิงนั่นก็สลบไปเลย” เขาตั้งข้อสังเกตเพราะเหตุการณ์เกิดเกือบหนึ่งเดือนแต่ทางฝ่ายชวินทร์ก็ยังไม่เคลื่อนไหวอะไร
“ลองสืบดูก่อนว่ามันจำได้ไหม ถ้ามันจำได้ก็อย่าให้มันได้มีโอกาสพูด หาจังหวะที่ไอ้ชวินทร์เผลอ แล้วจัดการปิดปากมันซะ ครั้งนี้ห้ามพลาดเหมือนคราวก่อน”
“รับทราบครับนาย”
ชายชุดดำจ้องมองเข้าไปในร้าน เขายิ้มเหี้ยมที่มุมปาก แผลเป็นที่หัวคิ้วขยับตามรอยยิ้มที่น่าสยดสยอง
“มีความสุขให้เต็มที่นะแม่สาวน้อยเพราะความสุขแบบนี้อาจจะอยู่กับแกไม่นาน” น้ำเสียงเหี้ยมพูดอย่างอาฆาต