บทที่ 4 แม่หญิงช่อฟ้าแห่งอโยธยา 2
ฟ้ารดานั่งร้องไห้ คอตก อยู่ที่ศาลาริมน้ำ จนดวงตาบวมเป่ง เธอใช้ผ้าสไบที่ห่มอยู่เช็ดน้ำมูกน้ำตาที่ไหลเป็นสาย ก่อนจะมีคนยื่นผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กมาตรงหน้า พอเห็นผ้าเช็ดหน้าเท่านั้นเธอยิ่งร้องไห้เสียงดัง หยิบผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาเสียยกใหญ่ ตาที่บวมเป่งทำให้มองไม่เห็นว่าใครเป็นคนยื่นให้ แต่คงเป็นคนที่เรือนนี้นั่นแหละ ก็ยังดีที่คนในเรือนนี้มีน้ำใจกับเธอ
“ขอบใจนะ ไว้จะซักคืนให้ ฮือ ฮือ ฮือ”
กล่าวขอบคุณแล้วก็เช็ดน้ำตาต่อ พอหันไปอีกทีก็ไม่มีใครยืนอยู่ตรงนี้แล้ว เห็นมีเพียงลำดวนเร่งฝีเท้ามาหา และโอบกอดเธอ
“แม่หญิงเจ้าขา แม่หญิงของพี่ลำดวน เป็นกระไรไปเจ้าคะ อย่าได้ร้องไห้เลยหนา มีสิ่งใดทำไมไม่บอกพี่ลำดวนหรือนายแม่ละเจ้าคะ เราจะได้ช่วยกันแก้ปัญหาด้วยกัน หยุดร้องไห้เถิดนะเจ้าคะ”
“พี่ลำดวน ฟ้าเศร้า สับสนไปหมด เมื่อวานฟ้ายังเป็นฟ้ารดาอยู่เลย แต่พอตื่นมาวันนี้ฟ้ากลับกลายมาเป็นแม่หญิงช่อฟ้า แห่งอโยธยาเสียแล้ว”
“โถแม่หญิงของลำดวน คงสับสนมากสินะเจ้าคะ ถึงพูดกระไรแปลกไปเยี่ยงนี้ แม่หญิงจะเป็นใครไปได้อีกนอกจากแม่หญิงช่อฟ้า ตอนจมน้ำคงกลัวมากใช่ฤๅไม่เจ้าคะ เดี๋ยวทุกอย่างจะผ่านไปนะเจ้าคะ ขวัญเอยขวัญมานะเจ้าคะ คนดีของพี่ลำดวน”
ลำดวนว่าพลางโอบกอดลูบไหล่ลูบแขนเพื่อปลอบขวัญเธอ
“พี่ลำดวน ที่นี่คืออโยธยาเหรอจ๊ะ”
ฟ้ารดาถามแล้วถามอีกก็คนมันสงสัยนี่นา
“ใช่แล้วเจ้าค่ะที่นี่คืออโยธยา แม่หญิงก็คือแม่หญิงช่อฟ้าแห่ง อโยธยาเจ้าค่ะ”
“นี่ไม่ใช่ฝันไปเราคือแม่หญิงช่อฟ้าแห่งอโยธยา พี่ลำดวนช่วยหยิกฟ้าที”
“ทำมิได้เจ้าค่ะ มันจักเจ็บเจ้าค่ะ”
“ทำไมจะทำไม่ได้ช่วยหยิกฟ้าที ฟ้าไม่ได้ฝันไปใช่ไหม”
“แน่แท้ว่าแม่หญิงไม่ได้ฝันไปเจ้าค่ะ มิต้องหยิกดอกนะเจ้าคะ เดี๋ยวแม่หญิงจักเจ็บเจ้าคะ”
เมื่อลำดวนไม่หยิกเธอ ฟ้ารดาเลยใช้มือของตัวเองตบหน้าตัวเองอย่างแรง เสียงดังเผี๊ยะ ลำดวนตกใจทำตาโตเท่าไข่ห่าน เธอเองก็รู้สึกหน้าชาไปเลยครึ่งหน้า
“โอ้ว แม่หญิง ตบหน้าตัวเองทำไมเจ้าคะ ก็พี่ลำดวนบอกแล้วว่าแม่หญิงไม่ได้ฝันเจ้าค่ะ เจ็บฤๅไม่เจ้าคะ หน้าแดงเป็นรอยนิ้วมือเลย”
“แฮ่ ก็เจ็บแหละ เจ็บมากๆเลย”
ฟ้ารดายิ้มหน้าเจื๋อน น้ำตาคลอหน่วยตาด้วยความเจ็บ ก็เธอไม่คิดว่าจะเจ็บขนาดนี้ เล่นเอาสุดแรงเลย น่าจะเชื่อลำดวนตั้งแต่แรก เธอตบหน้าตัวเองแรงขนาดนี้ได้ยังไงเจ็บชะมัด แง
ฟ้ารดานั่งมองเหม่อไปยังหน้าต่างห้องนอน ข้างนอกบรรยากาศดี เขียวชอุ่ม อากาศสดชื่น และสะอาดกว่ากรุงเทพฯ เป็นไหน ๆ แต่เธอก็ยังคิดถึงบ้านอยู่ดี
หลังจากฟ้ารดารู้แน่แล้วว่าตัวเองไม่ได้ฝันไป ชายชราผู้นั้นคือผู้ต้องสงสัยว่าเป็นผู้ทำให้เธอต้องย้อนกลับมาอยู่ที่นี่ มาอยู่แทนที่แม่หญิงช่อฟ้าผู้นั้น แล้วตอนนี้แม่หญิงช่อฟ้าผู้นั้นเธอไปอยู่เสียที่ไหนกัน
“แม่หญิงช่อฟ้า ท่านไปอยู่เสียที่ไหนกันเล่า ทำไมไม่รีบกลับมายังเรือนของท่าน มาอยู่ตรงนี้ ฉันจะได้กลับไปบ้านของฉันบ้าง”
แม่นายเฟื่องฟ้าผ่านมาเห็นช่อฟ้านั่งเหม่อลอย ด้วยความเป็นห่วงจับใจ จึงเร่งฝีเท้าเดินเข้าไปนั่งลงใกล้ๆ บุตรสาว ใช้มือโอบกอดอย่างอบอุ่น ฟ้ารดาหันมองหน้ามารดาให้น้ำตารื้น จวนเจียนจะไหลลงมาเสียเต็มที แม่นายเฟื่องฟ้าคนนี้คือแม่ของเธอ แม่ที่อบอุ่นเสมอ เธอค่อยๆสวมกอดนาง และปล่อยน้ำตาให้รินไหล
“เป็นกระไรไปเล่ายอดดวงใจของแม่ แม่อยู่ตรงนี้แล้ว ลูกมีอะไรก็บอกกล่าวแก่แม่เถิดหนา แม่เป็นแม่ของลูก รักลูกยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด ถ้าลูกมีเรื่องใดทุกข์ใจ แม่จักช่วยลูกอย่างเต็มกำลัง”
แม่นายเฟื่องฟ้าบอกแก่ลูกน้ำตารื้นเช่นกัน แม่ที่ไหนจะทนเห็นลูกเป็นทุกข์ได้ นางรักของนาง นางมีลูกสาวคนเดียว ใครจะมาทำให้ลูกของนางเป็นทุกข์นางหายอมไม่
“คุณแม่ขา ลูกคิดถึงค่ะ คิดถึงแม่มากๆ”
“โถ ลูกรักของแม่ แม่อยู่ตรงนี้แล้ว กอดลูกอยู่ตรงนี้ มิได้จากกันไปไหนไกลเลยหนา ขวัญเอ๋ยขวัญมานะลูก”
นางค่อยๆ เช็ดน้ำตาให้ลูกสาว ฟ้ารดาค่อยๆพิจารณาทุกอย่างบนตัวนาง นางเหมือนแม่รดาภาของเธอทุกอย่าง มีเพียงการแต่งกายเท่านั้นทีแตกต่างออกไป นางคือแม่ของเธอจริงๆ ใช่ไหม
ฟ้ารดาได้แต่คิดในใจ “แม่คือแม่ของหนูจริงๆ ใช่ไหม กอดแม่ก็อุ่นเหมือนกอดแม่รดา หน้าแม่ก็เหมือนหน้าแม่รดา ความรู้สึกที่หนูมีให้แม่ก็เหมือนแม่รดา หนูต้องอยู่กับแม่แล้วจริงๆ ใช่ไหมคะ ด้วยรักของแม่เมื่อหนูกลับไปไม่ได้เสียแล้ว หนูจะเป็นช่อฟ้าลูกที่ดีของแม่นะคะ” ถ้าเธอมัวแต่เศร้าแม่ก็จะเศร้าไปกับเธอด้วย ถ้าเธอร้องไห้ท่านก็ร้องไห้ ท่านทนเห็นเธอเป็นทุกข์ไม่ได้เธอก็ทนเห็นท่านเป็นทุกข์ไม่ได้เฉกเช่นเดียวกัน ความรักความเมตตาจากทั้งพ่อและแม่ในอโยธยา ช่างอบอุ่นไม่ต่างจากความรักของพ่อและแม่ที่เธอจากมา ความรักของพวกท่านช่างมากมากมายนัก เธอจะจมอยู่ในความทุกข์ไม่ได้อีกแล้ว ต่อจากนี้ไป ไม่ว่าวันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น เพราะเธอไม่สามารถหยั่งรู้อนาคตได้ เธอรู้แค่วันนี้ ตอนนี้มีพ่อและแม่อยู่ตรงหน้า พวกท่านรักเธอมาก คนที่เรือนนี้ก็รักเธอ เมตตาเธอ ดังนั้น เธอจะเป็น แม่หญิงช่อฟ้าแห่งอโยธา และจะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่อย่างมีความสุข
“คุณแม่เจ้าขา ลูกจะไม่ทุกข์แล้วเจ้าค่ะ ต่อไปในทุก ๆ วัน ลูกจะเป็นรอยยิ้มให้คุณแม่นะเจ้าคะ ลูกรักคุณแม่เจ้าค่ะ”
ได้ฟังคำของบุตรสาวแล้วแม่นายเฟื่องฟ้าได้แต่ยิ้มรับทั้งปากและตา
“ดีนักหนาลูกเอ๋ย เมื่อใดที่ลูกแม่มีความสุขแม่จักสุขเสียยิ่งกว่า ความสุขของลูกจักทำให้แม่มีรอยยิ้มเป็นแน่แท้”
