บทที่ 3 แม่หญิงช่อฟ้าแห่งอโยธยา 1
ผ่านไปเจ็ดวันแล้วตอนนี้แม่หญิงยังไม่มีวี่แววว่าจะฟื้นขึ้นมา ทั้ง ๆ ที่ท่านหมอบอกว่านางไม่ได้เป็นอะไร แค่อาจจะตกใจแล้วสลบไปเพียงเท่านั้น เมื่อพร้อมนางจะฟื้นขึ้นมาเอง
“แม่หญิง แม่หญิงของพี่ลำดวน เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ ใยมิฟื้นขึ้นมาเสียที พี่ลำดวนรอนานแล้วหนาเจ้าคะ”
สิ้นคำของลำดวน แม่หญิงที่นอนหลับไหลอยู่บนเตียงก็ขยับตัว เอาหมอนมาปิดหู
“อย่าเสียงดังได้ไหมคนจะนอน เกรงใจกันบ้างสิ”
“แม่หญิงว่ากระไรเจ้าคะ รู้สึกตัวแล้วฤๅเจ้าคะ”
“เฮ้อ บอกว่าอย่าเสียงดังได้ยินไหมคนจะนอน เสียงดังแบบนี้ฟ้าจะนอนหลับลงได้ยังไงล่ะ”
ว่าแล้วฟ้ารดาก็ขยับตัวลุกขึ้นลืมตามาเห็นลำดวนนั่งยิ้มฟันดำอยู่ตรงหน้า ฟ้ารดาตกใจเธอถอยหลังชิดหัวเตียง สังเกตุรอบตัวในห้องนอนนี้ กับพี่คนนี้ไม่คุ้นเอาเสียเลย
“เฮ้ย พี่เป็นใคร แล้วที่นี่ที่ไหนเนี่ย”
“โถ แม่หญิงเจ้าขา ฟื้นแล้วฤๅเจ้าคะ พี่ลำดวนเองเจ้าคะ ตอนนี้เราอยู่ที่เรือนแล้วเจ้าค่ะ พี่ลำดวนดีใจจริงๆ นะเจ้าคะที่แม่หญิงฟื้นแล้ว รอสักครู่นะเจ้าคะ แม่นายเฟื่อง แม่นายเฟื่องเจ้าขา แม่หญิงฟื้นแล้วเจ้าค้า แม่หญิงฟื้นแล้ว”
เมื่อเห็นว่าช่อฟ้าฟื้นแล้ว ลำดวนวิ่งออกจากห้องไปตามแม่นายเฟื่องฟ้าผู้เป็นมารดา
“อะไรนะลำดวน ลูกข้าฟื้นแล้วฤๅ คุณพี่ คุณพี่ เจ้าขา เร็วเข้าเจ้าค่ะ ตอนนี้ลูกฟื้นแล้ว เร็วค่ะคุณพี่” แม่นายเฟื่องฟ้ารีบจูงมือสามีเร่งฝีเท้าเดินไปตามเส้นทางที่จะไปยังห้องนอนของลูกสาว
“ช่อฟ้า ลูกแม่ เป็นอย่างไรบ้างลูก พ่อกับแม่เป็นห่วงมากเลยรู้หรือไม่”
“เอ่อ แม่กับพ่อเล่นอะไรกันคะเนี่ย แต่งชุดไทยทำไมคะ นี่เล่นใหญ่กันทั้งบ้านเลยเหรอ เนื่องในโอกาสอะไรคะ รู้ไหม ตอนฟ้าตื่นขึ้นมาเจอพี่คนนั้น ฟ้าตกใจแทบแย่”
ฟ้ารดาเห็นหน้าพ่อกับแม่ก็ให้ยิ่งตกใจเล่นคอสตูมแน่นกันทั้งคู่ ใส่ชุดไทยจัดเต็มขนาดนี้ทั้งเสื้อฟ้าหน้าผม และยังมีตัวละครเอ็กซ์ตร้าเพิ่มมาอีก อย่าบอกว่าเล่นบทนี้เพื่อฉลองที่เธอเรียนจบ เอ้ หรือหมอดูจะบอกให้ทำอีกแล้ว เฮ้อ เธอล่ะเบื่อพ่อกับแม่จริงๆ พวกท่านเล่นใหญ่รัชดาลัยไปเสียทุกเรื่องเลย
“ช่อฟ้า ลูกพูดกระไร พ่อไม่เห็นเข้าใจ”
“ใช่แม่ก็ไม่เข้าใจ”
“พี่ลำดวนก็ไม่เข้าใจเจ้าค่ะ”
“ก็พ่อกับแม่แล้วก็พี่อะไรนะ พี่ลำดวนใช่ไหม เล่นแต่งองค์ทรงเครื่องกันขนาดนี้จะไม่ให้หนูแปลกใจได้ยังไงละคะ ว่าแต่เนื่องในโอกาสอะไรเหรอคะ แล้วเมื่อกี้พ่อเรียกหนูว่าช่อฟ้า อย่าบอกนะคะว่าหมอดูทักให้หนูเปลี่ยนชื่อเป็นช่อฟ้าน่ะค่ะ หนูว่าฟ้ารดาก็ดีอยู่แล้วไม่เห็นต้องเปลี่ยนชื่อเลยค่ะ”
พอฟ้ารดาพูดจบ ก็สร้างความตกใจให้กับทั้งสามคนเป็นอย่างมาก ทุกคนต่างก็หันมามองหน้ากัน ช่อฟ้าพูดถึงอะไร
“คุณพี่ช่วยลูกด้วยเถิดหนา ลูกพูดมิรู้ความเจ้าค่ะ ลำดวนไปตามหมอมาประเดี๋ยวนี้ ให้หมอมาตรวจ ไยลูกข้าถึงเป็นเยี่ยงนี้ไปได้”
“เจ้าค่ะแม่นาย ลำดวนจะไปตามหมอมาประเดี๋ยวนี้เจ้าค้า”
แม่นายเฟื่องฟ้าร้องไห้เสียยกใหญ่ เมื่อเห็นว่าผู้เป็นลูกดูผิดแปลกไปจากเดิม
“ช่อฟ้าลูก ลูกเป็นอะไรไป เจ็บตรงไหนอีกฤๅไม่ ฤๅตกใจกลัวสิ่งใด ลูกบอกพ่อได้ พ่อจักปกป้องคุ้มครองลูกเอง ขวัญเอยขวัญมานะลูก”
นายช่างแก้วผู้เป็นบิดาถามไถ่บุตรสาวด้วยความห่วงใยเป็นยิ่งนัก
“พ่อ แม่”
ฟ้ารดาเรียกท่านทั้งสองเสียงแผ่วเบา ให้ย้อนกลับไปคิดถึงคำของชายชราที่บอกว่าจะพามาอยู่ที่นี่ แล้วรู้สึกหน่วงในอก หรือว่าจะเป็นดั่งคำชายชราว่าไว้ นั่นไม่ใช่ความฝันหรอกหรือ
“แม่ ที่นี่ที่ไหนคะ”
ฟ้ารดาเอ่ยถามผู้เป็นแม่
“โถลูกก็เรือนของเราอย่างไรเล่า นี่ลูกจำมิได้ฤๅว่านี่คือเรือนของเรา ห้องหับนี่ก็เป็นห้องของลูก ฤๅว่ายังตกใจกลัวพายุฝนอยู่ ลูกจำได้ฤๅไม่ลูกกับลำดวนไปเยี่ยมคุณย่าที่เรือนโน้น ขากลับเกิดพายุฝนกระหน้ำเรือพลิกคว่ำลูกเลยจมน้ำสลบไปนั่นแลหนา”
“จมน้ำเหรอคะ ไม่ได้โดนก้อนหินทับขาเหรอ”
“ลูกเจ็บขารึ หรือเจ็บปวดตรงไหนบอกแม่ได้ ลำดวนไปตามหมอมาแล้ว พ่อกับแม่ก็อยู่นี่แล้ว ลูกเป็นเยี่ยงไรบอกมาเถิดหนาเผื่อแม่กับพ่อจักช่วยลูกได้”
“แม่กับพ่อชื่ออะไรคะ”
“ห๊า นี่ความจำเจ้าเลอะเลือนเพราะจมน้ำเช่นนั้นรึ ไยลืมชื่อพ่อกับแม่กันเล่า นี่แม่เป็นแม่ของลูก แม่นายเฟื่องฟ้าอดีตสาวงามแห่งอโยธยาบัดนี้ก็เป็นที่นับหน้าถือตายิ่งในอโยธา ส่วนนี่ก็พ่อของลูก นายช่างแก้ว เป็นช่างทองหลวงผู้มีฝีมือไม่เป็นสองรองใครในอโยธยา และลูกคือแม่หญิงช่อฟ้าหญิงงามแห่งอโยธยาลูกสาวคนเดียวของพ่อกับแม่อย่างไรเล่า ลูกค่อยๆทบทวนเถิดหนา ลูกอาจตกใจจนหลงลืมไปบ้าง ขวัญเอยขวัญมานะลูกรักของแม่”
แม่นายเฟื่องฟ้าเข้าไปโอบกอดลูกสาวอย่างห่วงใย
“เอ่อ ฟ้าขออยูคนเดียวสักครู่ได้ไหมคะ ฟ้าอยากนอนแล้ว”
“ได้สิจ๊ะ งั้นลูกพักผ่อนก่อนหนา เดี๋ยวท่านหมอมาพ่อกับแม่จะให้เข้ามาตรวจอีกครั้ง”
พ่อกับแม่ออกไปแล้ว ฟ้ารดารู้สึกสับสนเป็นอย่างมาก
“นายช่างแก้วช่างทองหลวงแห่งอโยธยา แม่นายเฟื่องฟ้า แม่หญิงช่อฟ้าอย่างนั้นเหรอ นี่เราไม่ได้ฝันไปใช่ไหม ลุงคนนั้น ต้องเป็นลุงคนนั้นแน่ ๆ ซวยแล้วไอ้ฟ้าเอ้ยนี่แกหลงยุคกลับมาสมัยอโยธยาจริงๆเหรอเนี่ย ไม่ได้ๆ ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ ใช่ๆ เราต้องพิสูจน์เพื่อความชัวร์ ไม่ใช่เราฝันอยู่ในฝันหรอกนะ เฮ้อ”
เมื่อฟ้ารดาคิดทบทวน ก็ทำให้นึกถึงชายชราที่เคยเจอ และประติดประต่อเรื่องราวต่างๆแล้วก็ตัดสินใจเปิดประตูห้องและวิ่งออกไปข้างนอก วิ่งสำรวจเรือนเสียยกใหญ่ ที่นี่มีคนอยู่มากมาย ทุกคนล้วนแล้วแต่แต่งชุดไทยย้อนยุค
“พี่ พี่จ๊ะที่นี่อโยธยาเหรอ”
“โถ แม่หญิงถ้าที่ไม่ใช่อโยธยาแล้วที่นี่จะเป็นที่ใดไปได้อีกเล่าเจ้าคะ แล้วแม่หญิงหายเจ็บหายไข้แล้วฤๅเจ้าคะ”
เพียงได้ยินคำตอบฟ้ารดาก็น้ำตาร่วงเผาะ แต่ยังไม่ยอมลดละความพยายามวิ่งถามคนในเรือนไปทั่วว่าที่นี่คือที่ไหน คำตอบที่ได้คือเหมือนกันหมด ที่นี่คืออโยธยา
“ลองเปลี่ยนคำถามดูแล้วกันนะ”
“พี่ พี่คะ พี่รู้จักฉันไหม ฉันคือใครจ๊ะ”
“แม่หญิงช่อฟ้าเจ้าขา เล่นกระไรเจ้าคะ มีใครบ้างไม่รู้จักสาวงามแห่งอโยธยาอย่างแม่หญิงช่อฟ้า ลูกสาวเพียงคนเดียวของแม่นายเฟื่องฟ้า และนายช่างแก้ว ช่างทองหลวงฝีมือไม่เป็นสองรองใครแห่งอโยธยา”
ไม่ว่าจะไปถามใครทุกคนต่างตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าเธอคือแม่หญิงช่อฟ้า ยิ่งได้ฟังน้ำตาก็ยิ่งไหล ตอนนี้เธอคิดถึงบ้านใจจะขาด ถ้าต้องอยู่ที่นี่จะอยู่ได้ยังไง แล้วพ่อกับแม่ที่นี่จะรักเธอเหมือนกับพ่อกับแม่ที่โน่นไหม แต่เมื่อสักครู่ท่านทั้งสองก็แสดงออกว่ารักเธอปานแก้วตาดวงใจ และเธอเองก็ทั้งรู้สึกรักท่านเหมือนพ่อแม่ของเธอจริงๆ แต่เธอก็ยังเศร้า และใจหายอยู่ดี
