บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 ยมทูตแห่งกาลเวลา

“ฟ้าๆ มาถ่ายรูปมุมนี้ให้เราหน่อย” ฟ้ารดาและเพื่อนๆ ผลัดเปลี่ยนกันเป็นนางแบบและตากล้อง ทุกคนเตรียมตัวพร้อมมากทั้งเสื้อผ้าเหมือนแม่หญิงสมัยอยุธยา แต่มีสายสะพายกล้องถ่ายรูป และใส่แว่นกันแดดด้วย ทุกคนบอกว่ามันเป็นแฟชั่นร่วมสมัยกึ่งแฟนซี

กระทั่งตกเย็นพระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า ระหว่างที่ฟ้ารดากำลังถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกดิน ณ ซากปรักหักพังของโบราณสถานอย่างเพลิดเพลิน อยู่ๆก็เกิดลมพัดแรงและหอบสายฝนเทลงมาอย่างไม่ทันตั้งตัวจนเธอต้องวิ่งหลบฝนเข้าไปในซากโบราณสถานอีกครั้ง ตอนนี้ฝนตกหนักมากฟ้ารดาแทบมองไม่เห็นอะไรเลย เลยไม่รู้ว่าเพื่อนๆ ไปหลบฝนกันอยู่ตรงไหนบ้าง ในปราสาทก็มืดมากเธอจึงใช้ไฟฉายจากมือถือส่องไปรอบๆ กำลังจะเดินไปนั่งรอฝนหยุดตกแต่เสียงดังโครมครามเหมือนมีอะไรตกลงมาจากฟ้าทำให้ฟ้ารดาตกใจ ปราสาทกำลังจะพังลงมา อิฐหินค่อยๆ หล่นลงมา สติที่มีอยู่น้อยนิดบอกให้เธอก้าวขาวิ่งออกจากปราสาทแต่ไม่ทันเสียแล้วหินก้อนหนึ่งตกลงมาทับขาจนวิ่งต่อไปไม่ได้ โชคดีที่ก้อนหินมีขนาดไม่ใหญ่มาก แต่มันสร้างความเจ็บปวดที่ข้อเท้าราวกับกระดูกแตก ทำให้ได้แต่ร้องโอดโอย และตะโกนขอความช่วยเหลืออย่างสุดเสียง กระทั่งค่อยๆ หมดแรงและสลบไป

“รู้สึกตัวแล้วรึ”

“คุณลุงช่วยฟ้าด้วยค่ะฟ้าปวดข้อเท้าค่ะ” ฟ้ารดารู้สึกตัวตื่นมาเจอชายชราท่าทางใจดีเลยขอความช่วยเหลือ

ชายชรายื่นมาจับมือของเธอและค่อยๆ ดึงเธอให้ลุกขึ้น

“ไม่เจ็บไม่ปวดแล้วใช่ไหม เพราะอยู่ถูกที่ถูกเวลา ทำให้ไม่เจ็บไม่ปวดอีกแล้ว เดินได้แล้วนะ”

“หายแล้วจริงๆ ด้วย ขอบคุณลุงมากเลยนะคะ”

ฟ้ารดาไหว้ขอบคุณลุงใจดี และมองไปรอบๆ กลับพบว่าตอนนี้ตัวเองยืนอยู่ริมแม่น้ำสายหนึ่ง ที่นี่มีป่าริมน้ำ และนั่น ร่างหญิงสาวที่นอนฟุบอยู่ริมน้ำทำให้ฟ้ารดาตกใจมาก รีบวิ่งไปดูผู้หญิงที่นอนสลบอยู่ ตัวเธออุ่นแสดงว่ายังไม่ตาย ผมยาวปิดบังใบหน้า ฟ้ารดาค่อยๆ เอามือมาปัดผมออกอย่างเบามือ แต่เมื่อเห็นหน้าผู้หญิงคนนั้นเธอก็ต้องตกใจและปล่อยมือ

“ที่นี่ที่ไหนคะ เมื่อกี้ฟ้ายังอยู่ในปราสาทอยู่เลย ลุงช่วยพาฟ้าออกมาเหรอคะ แล้วนั่นผู้หญิงคนนั้น เธอหน้าเหมือนฟ้าเลย หรือฟ้าตายแล้วคะ ลุงเป็นใครฟ้าตายแล้วเหรอ ตอบหน่อยสิลุง ตอบหน่อย”

“ที่ปราสาทนั่นไม่ใช่ที่ของเจ้า ที่นี่ต่างหากคือที่ของเจ้า ที่ที่เจ้าควรเกิดและเติบโต ตอนนี้เจ้ากลับมายังที่ที่เจ้าควรอยู่แล้ว เจ้าจงอยู่ที่นี่ ใช้ชีวิตที่นี่ มีชีวิตที่ดี ปรับตัวให้ได้ ส่วนแม่หญิงคนนั้นก็จะไปอยู่ในที่ของนางเช่นกัน”

คำตอบของชายชราทำให้ฟ้ารดาตกใจเป็นอย่างมาก

“ไม่ฟ้าไม่อยู่ที่นี่ ฟ้าจะกลับบ้าน ไปหาแม่ ฟ้าคิดถึงแม่ พาฟ้ากลับบ้านเดี๋ยวนี้นะ”

ฟ้ารดาเดินเข้าไปเขย่าแขนชายชราอย่างแรงด้วยความโกรธและกลัว ชายชรากลับยิ้มและใช้มือลูบศีรษะของฟ้ารดา

“ข้าคือผู้กำหนดกาลเวลาแห่งชีวิตของทุกสรรพสิ่ง ข้าจะจัดแจงทุกอย่างให้เข้าที่เข้าทาง ถึงตอนนั้นแม่หญิงเพียงแค่ปรับตัว และดำเนินชีวิตไปอย่างปกติสุขก็เพียงพอ นี่แหละหนาเพราะโชคชะตาฟ้าลิขิต เมื่อเส้นทางแห่งกาลเวลาเกิดผิดพลาดข้าย่อมต้องแก้ไขให้มันถูกต้อง การพบและพรากจากนั้น โชคชะตาได้กำหนดไว้แล้ว ขอให้แม่หญิงอยู่ที่นี่อย่างมีความสุขเถิดหนา แม่หญิงจักได้รับความรักและความเมตตา เพราะที่นี่คือบ้านของแม่หญิงเป็นแน่แท้ มิมีสิ่งใดที่แม่หญิงต้องห่วงใยอีกแล้ว ส่วนแม่หญิงอีกคนข้าจักพานางกลับไปยังที่ของนางเช่นกัน ตอนนี้แม่หญิงจงหลับพักผ่อนให้สบายกายสบายใจ ข้าจะจัดการทุกอย่างให้เอง จงหลับเสียเถิดหนา”

สิ้นคำของชายชรา ฟ้ารดาก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลย ส่วนชายชราก็เดินไปหาแม่หญิงช่อฟ้าที่นอนสลบอยู่ริมน้ำ ยกมือแค่เพียงเบาๆ ร่างแม่หญิงช่อฟ้าก็ลอยขึ้น แล้วทั้งคู่ก็หายตัวไป เรือลำน้อยที่เคยเจอพายุฝนและเกิดพลิกคว่ำในแม่น้ำสายนี้กลับลอยมาเกยตลิ่ง ร่างของฟ้ารดาที่สลบไสลก็ลอยขึ้นสูงจากพื้นดินราวกับว่ามีใครสักคนอุ้มเธอเอาไว้ ร่างน้อยค่อยๆ ลอยไปนอนในเรือลำนั้น พร้อมกับคบไฟที่ติดขึ้น

“ฮือ ฮือ ฮือ แม่หญิงช่อฟ้าเจ้าขา แม่หญิงของพี่ลำดวน อยู่ที่ใดเจ้าคะ ฮือ ฮือ ฮือ แม่หญิง ได้ยินพี่ฤๅไม่เจ้าคะ”

ลำดวนและฝีพายหนุ่มเดินตามหาช่อฟ้าอยู่นานแต่ยังไม่มีวี่แววว่าจะเจอ ลำดวนจึงรู้สึกวิตกกังวลจึงได้แต่ร้องไห้ฟูมฟายเสียยกใหญ่

“แม่ลำดวนหยุดร้องไห้เถิดหนา อีกประเดี๋ยวพวกเราต้องเจอแม่หญิงช่อฟ้าเป็นแน่ แม่น้ำสายน้ำกว้างใหญ่ก็จริง แต่ตอนเจอพายุฝนข้าพายเรืออยู่ริมฝั่ง ไม่ลึกมากหรอกหนา แม่หญิงต้องว่ายน้ำขึ้นฝั่งมาได้เป็นแน่ เพลานี้มืดค่ำแล้วมิมีแสงไฟให้ความสว่างพวกเราจึงยังหาแม่หญิงมิเจอ ใจเย็นๆเถิดหนาแม่ รอสายลมพัดพาก้อนเมฆที่บดบังพระจันทร์ไปเสียก่อนเถิดหนาเราต้องมองหาแม่หญิงเจอเป็นแน่แท้”

ฝีพายได้แต่ปลอบใจนางบ่าว

“เอ็งแน่ใจนะพ่อฝีพาย ตอนนี้มืดเสียจริงข้ามองมิเห็นสิ่งใดเลย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เทวดาทั้งหลาย ขอให้พวกท่านโปรดเมตตาแม่หญิงช่อฟ้าของข้าด้วยเถิด ขอให้แม่หญิงปลอดภัยด้วยเถิด ฮือ ฮือ ฮือ”

เมื่อลำดวนอธิษฐานเสร็จ เกิดลมกรรโชกแรง สายลมพัดก้อนเมฆใหญ่น้อยที่บดบัดพระจันทร์ออกไป แสงสว่างพลันสาดส่องลงมาทำให้มองเห็นบริเวณริมน้ำอย่างชัดเจน เบื้องหน้าตอนนี้ ปรากฏเรือลำน้อยที่เคยโดยสารกลับมาเกยตื้นอยู่บริเวณริมน้ำ อยู่ในสภาพปกติ ราวกับว่าก่อนหน้านี้มิได้ผ่านพายุฝนและพลิกคว่ำมาก่อน อีกทั้งคบไฟยังติดไฟส่องแสงสว่างราวกับว่ามีใครมาจุดเอาไว้

“แม่ลำดวนข้าเจอแม่หญิงแล้วขอรับ” ฝีพายที่ก่อนหน้านี้รีบวิ่งไปสำรวจเรือส่งเสียงเรียก

“เพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นแน่แท้จึงดลบันดาลให้พวกเราเจอแม่หญิงช่อฟ้า”

ว่าพลางรีบก้าวเดินไปยังเรือลำน้อย แลเห็นแม่หญิงผู้เป็นนายนอนสลบอยู่จึงรีบเข้าไปประคองศีรษะนาง นางยังมีลมหายใจ ร่างกายมิได้มีบาดแผลใดๆ เพียงแค่ยังไม่รู้สึกตัวเท่านั้น ลำดวนพยายามเรียกเท่าไหร่นางก็มิฟื้นคืนสติเสียที

“แม่หญิง แม่หญิงเจ้าขา โถแม่หญิงของพี่ลำดวน ตกใจมากฤๅเจ้าคะ ทำไมไม่ฟื้นขึ้นมาเสียที ขอท่านเทวดารักษา ขอบุญรักษานะเจ้าคะ อย่าได้เจ็บไข้เลยหนา รีบฟื้นขึ้นมาเถิดหนาเจ้าคะพี่ลำดวนจักรีบพาแม่หญิงกลับเรือนไปหาแม่นายเฟื่องหนาเจ้าคะแม่หญิงมิได้สติเลยพ่อฝีพายเราต้องรีบพาแม่หญิงกลับเรือนจักได้ให้คนเรียกหมอมาดูอาการโดยไว รีบออกเรือเถอะ”

สิ้นคำของลำดวน ฝีพายก็เร่งออกเรืออย่างรวดเร็ว ใช้เวลาเพียงไม่นานก็ถึงเรือนที่หมาย

“ช่วยด้วยจ้าช่วยด้วย มีใครอยู่บ้าง ช่วยด้วยจ้า ช่วยมาพาแม่หญิงช่อฟ้าขึ้นเรือนทีเถิดหนา ใครก็ได้ช่วยข้าที เร็วเข้าเถิดหนาพวกเจ้า เร่งนำร่างแม่หญิงขึ้นเรือนแล้วให้ใครสักคนไปตามหมอมาด้วยนะ แม่หญิงช่อฟ้าตกน้ำสลบไปยังไม่ฟื้นคืนสติเลยรีบไปตามพ่อหมอมาเดี๋ยวนี้เลยนะ ไปไปรีบไปเถิดหนา”

เมื่อมีคนช่วยอุ้มร่างแม่หญิงขึ้นเรือนไปเรียบร้อยแล้ว ลำดวนซึ่งกำลังจะก้าวตามไป กลับสะดุดตากับวัตถุบางอย่างที่ร่วงลงมาจากร่างแม่หญิงผู้เป็นนาย เป็นวัตถุแปลกตาสองชิ้น นางไม่รู้ว่ามันคือสิ่งใด แต่เป็นของแม่หญิงเป็นแน่ นางจึงรีบหยิบวัตถุสองชิ้นนั้นติดตัวขึ้นเรือนไปด้วย 

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel