บท
ตั้งค่า

บทที่9.2

ท่ามกลางกระแสของผู้คนที่หลั่งไหลออกมาชมความงามของโคมไฟนับหมื่นดวงในคืนเทศกาลหยวนเซียว ชิงเยว่เดินรั้งท้ายสุดของขบวนครอบครัวสกุลโจวของเต๋อเฟยด้วย แววตาของนางบัดนี้เป็นประกายตื่นเต้นนักเข้าได้ดีกับชุดธรรมดาแสนเรียบง่าย

“พี่อวี้หราน ดูนั่นสิเจ้าคะ โคมไฟรูปกระต่ายนั่นช่างประณีตนัก ฝีมือช่างทำโคมที่นี่เก่งกาจกว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีก” ชิงเยว่กระซิบเรียกเต๋อเฟยด้วยนามจริงอย่างสนิทสนม

ทว่าเสียงชื่นชมของนางกลับถูกขัดด้วยเสียงแค่นหัวเราะในลำคอของบุรุษหนุ่มข้างกาย โจวจิ่งจื้อ น้องชายของเต๋อเฟยปรายสายตามองนางด้วยความระแวดระวังและอคติที่ปิดไม่มิด

“เพียงแค่โคมไฟดาษดื่น ไม่เห็นจะมีอันใดน่าอัศจรรย์ใจถึงเพียงนั้น หรือว่าที่แคว้นชิงอวิ๋นของเจ้าไม่มีแม้แต่ช่างทำโคมที่พอใช้ได้ จึงต้องมาทำท่าทีตื่นใจเยี่ยงนี้”

ชิงเยว่ชะงักฝีเท้า นางหันมาเลิกคิ้วมองเด็กหนุ่มผู้หวงพี่สาวเกินเหตุ แต่ก่อนที่นางจะทันได้ลับฝีปากตอบโต้ อวี้หรานก็รีบก้าวเข้ามาแทรกกลางพลางเอ่ยปรามน้องชายเสียงเข้ม

“จิ่งจื้อ! อย่าเสียมารยาท ชิงเยว่เป็นแขกของข้า และนางก็เป็นถึง... เพื่อนสนิทที่ข้าไว้ใจ เจ้าควรสำรวมวาจาและให้เกียรตินางมากกว่านี้”

“ท่านพี่! ท่านเข้าข้างนางคนต่างแคว้นนี่ถึงเพียงนี้เชียวหรือ?” จิ่งจื้อหน้านิ่วด้วยความน้อยใจและเดือดดาล “ข้าเตือนเพราะหวังดี กลัวว่าท่านจะถูกความอ่อนหวานจอมปลอมของนางลวงใช้จนเสียคน แต่อยากจะทำสิ่งใดก็เชิญเถิด ข้าไม่อยู่ขัดหูขัดตาพวกท่านแล้ว!”

พูดจบบุตรชายคนรองแห่งสกุลโจวก็สะบัดหน้าเดินแยกตัวออกจากกลุ่มไปอย่างรวดเร็ว ชิงเยว่มองตามพลางถอนหายใจและหันไปหาอวี้หรานด้วยสีหน้าลำบากใจ

“ขออภัยนะเจ้าคะพี่อวี้หราน เป็นเพราะข้าแท้ ๆ ที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องต้องขุ่นมัว”

“อย่าใส่ใจเลย...นิสัยจิ่งจื้อก็เป็นเช่นนี้แหละ ถูกตามใจมาแต่เด็กจนเคยตัวเดี๋ยวหายโมโหก็คงกลับมาเอง”

อวี้หรานเอ่ยปลอบพลางดึงมือนางให้เดินไปยังซุ้มทายปริศนาโคมไฟที่กำลังคึกคัก

ในขณะที่อวี้หรานและบ่าวรับใช้กำลังเพลิดเพลินกับการถอดรหัสปริศนาอักษรบนโคมอย่างออกรส สายตาของชิงเยว่กลับพลันไปสะดุดเข้ากับแผ่นหลังของบุรุษผู้หนึ่งในชุดผ้าสีน้ำเงินเข้ม รูปร่างสูงสง่าและท่วงท่าการเดินที่แฝงไปด้วยอำนาจนั้นดูคุ้นตาจนนางใจกระตุก

แผ่นหลังเช่นนั้น... เยี่ยนหมิงเทียนไม่ผิดแน่!

ชองเยว่หันไปมองอวี้หรานที่กำลังหัวเราะร่าอยู่กับบ่าว จึงตัดสินใจไม่รบกวนและลอบสาวเท้าตามบุรุษผู้นั้นไปเอง เท้าเล็กเร่งฝีเท้าฝ่าฝูงชนจนเข้าถึงตัวเป้าหมายในที่สุด นางยื่นมือไปคว้าชายแขนเสื้อเข้มนั้นไว้แน่นพลางกระตูกและเอ่ยขึ้นอย่างผู้ชนะ

“นี่ฝ่าบาท! แอบเสด็จมาเที่ยวคนเดียวเยี่ยงนี้...เอ๊ะ!”

ทว่าคำพูดของนางกลับหยุดชะงักฉับพลันเมื่อบุรุษผู้นั้นหันกลับมา ใบหน้าของเขาแม้จะดูดีแต่กลับไม่ใช่เยี่ยนหมิงเทียน ชิงเยว่เบิกตากว้างพลางเพ่งมองด้วยความไม่เชื่อสายตา

ด้านหลังดูคล้ายนักแต่กลับไม่ใช่ใบหน้าของเยี่ยนหมิงเทียน เอ...หรือจะเป็นวิชาแปลงโฉม ใส่หน้ากากหนังมนุษย์มางั้นหรือ?

ความสงสัยผสานกับสัญชาตญาณความอยากรู้ทำให้มือของนางไวเท่าความคิด ชิงเยว่เอื้อมมือไปคว้าที่แก้มของชายผู้นั้นแล้วออกแรงดึงอย่างแรงหวังจะลอกหน้ากากออก ทว่าสิ่งที่ติดมือมากลับเป็นผิวเนื้อจริงๆ ที่ยืดตามแรงดึงพร้อมกับเสียงร้องโวยวายด้วยความเจ็บปวด

“โอ๊ย! แม่นาง เจ้าวิปลาสไปแล้วหรือไร เหตุใดอยู่ดี ๆ จึงมาทำร้ายผู้อื่นกลางตลาดเช่นนี้!”

ชิงเยว่หน้าเสียทันที นางรีบชักมือกลับและก้มหัวขอโทษขอโพยรัวเร็ว “ขะ... ขออภัยเจ้าค่ะ! ข้าทักคนผิด ข้านึกว่าท่านเป็นคนรู้จัก รูปร่างท่านเหมือนเขามาก ข้าไม่ได้ตั้งใจเจ้าค่ะ!”

ชายผู้นั้นมองนางด้วยสายตาประหลาดใจกึ่งตกใจชั่วครู่ก่อนจะรีบหมุนตัวเดินหนีหายไปในฝูงชนอย่างรวดเร็วราวกับกลัวจะถูกนางจู่โจมอีก ชิงเยว่ยืนเก้ออยู่กลางถนน ความอายแล่นขึ้นมาจนหน้าแดงก่ำ แม้รูปร่างความสูงจะคล้ายจนน่าตกใจแต่สุดท้ายก็ไม่ใช่เขา ฮ่องเต้แคว้นเฉียนเป่ยผู้นั้น

ทว่าปัญหาที่ใหญ่กว่าความอับอายคือเมื่อนางหันกลับไปมองรอบตัว... ซุ้มปริศนาโคมไฟหายไปไหนแล้ว? เต๋อเฟยอยู่ตรงไหน? นางพยายามมองหาเส้นทางเดิมเพื่อเดินกลับแต่ถนนทุกสายกลับเต็มไปด้วยผู้คนและซุ้มขายของก็ดูหน้าตาเหมือนกันไปหมด

...นางกำลังหลงทางเสียแล้วหรือนี่

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel