บท
ตั้งค่า

บทที่9.1

เที่ยวเทศกาลเจอคนคุ้นเคย

ภายในตำหนักของเต๋อเฟยยามบ่ายวันนี้ถูกปกคลุมด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของสมุนไพรและเช่นเดิมมีสองสตรีนอนทอดกายเคียงกันบนตั่งนุ่ม ใบหน้าและผิวพรรณถูกฉาบไว้ด้วยโคลนดำสนิทอันเป็นสูตรลับที่ชิงเยว่คุยนักคุยหนาว่าดีต่อผิวพรรณยิ่ง

ลมฤดูใบไม้ผลิพัดโชยมาเอื่อยๆ ชวนให้เคลิ้มหลับ ท่ามกลางความสลัวนั้น เต๋อเฟยก็เปรยขึ้นด้วยน้ำเสียงกึ่งหวั่นใจ

“ชิงเยว่... ช่วงกลางเดือนอ้ายนี้ ข้าคงไม่อยู่คุยเล่นเป็นเพื่อนเจ้าที่วังหลังสักพักนะ”

ชิงเยว่ที่กำลังหลับตาพริ้มขยับเปลือกตาเล็กน้อยแต่ยังไม่ได้ลืมตาขึ้น “ท่านพี่จะหนีข้าไปเที่ยวที่ไหนหรือเพคะ?”

“บิดาของข้าตรากตรำทำศึกจนได้รับชัยชนะและกำลังจะเดินทางกลับมาถึงเมืองหลวงในช่วงนั้นพอดี ข้าจึงได้รับอนุญาตให้กลับไปเยี่ยมบ้านเดิม และตั้งใจว่าจะถือโอกาสออกไปเดินเที่ยวชมเทศกาลหยวนเซียวกับครอบครัวเสียหน่อย” เต๋อเฟยเอ่ยพลางนึกถึงแสงสีของโคมไฟภายนอกกำแพงวังที่นานปีจะมีโอกาสได้เห็นสักครั้ง

พอได้ยินคำว่า เทศกาลหยวนเซียว วิญญาณสาวจากยุคปัจจุบันที่รักอิสระเป็นชีวิตจิตใจก็ดีดตัวลุกขึ้นนั่งทันที ดวงตาของนางเป็นประกายระยิบระยับ

“เทศกาลโคมไฟหรือเพคะ! ข้าขอตามท่านพี่ออกไปเดินเที่ยวด้วยคนได้ไหมเพคะ ในวังนี่ช่างน่าเบื่อนัก ข้าอยากเห็นชีวิตภายนอกของแคว้นเฉียนเป่ย”

เต๋อเฟยถอนหายใจยาวหลังจากได้ฟังก่อนจะหันมามองคนข้างกายด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเอ็นดูกึ่งเวทนา

“เจ้าคิดว่ากำแพงวังหลังนี่มันข้ามออกไปได้ง่ายหรืออย่างไร? สตรีของโอรสสวรรค์หากไม่มีเหตุจำเป็นอันหนักแน่นพอ ย่อมไม่มีสิทธิ์ย่างกรายออกไปข้างนอกได้ตามใจชอบหรอก ส่วนใหญ่ก็ได้แต่นั่งแขวนโคมไฟประดับตำหนักตัวเอง แล้วมองดูแสงไฟที่สว่างไสวบนท้องฟ้าจากในกรงทองแห่งนี้เท่านั้นแหละ”

ชิงเยว่นิ่งไปครู่หนึ่ง นางอยู่ที่นี่นานแต่แล้วก็ไม่ชินเสียที คำว่ากรงทองสะกิดใจนางอย่างรุนแรงนัก

“พี่หญิง... ท่านไม่รู้สึกอึดอัดบ้างหรือที่ต้องใช้สามีร่วมกับสตรีอื่นมากมายเช่นนี้?”

ชิงเยว่นั้นเพิ่งเข้ามาอยู่ก็ยังแอบคิดบ้างเลย หรืออาจเป็นเพราะนางมีหัวคนยุคสมัยใหม่เลยอึดอัดก็อาจเป็นได้ แต่คำพูดนี้ก็ทำให้เต๋อเฟยนิ่งงันไปชั่วอึดใจเช่นกัน แววตาสั่นไหววูบหนึ่งก่อนจะกลับมาสงบนิ่งดังเดิม

“ในที่แห่งนี้ ความรักคือสิ่งเพ้อฝันที่จับต้องไม่ได้ ชิงเยว่เอ๋ย... ข้าทำใจยอมรับชะตากรรมตั้งแต่รู้ว่าต้องเข้าวังมาเป็นสตรีของฝ่าบาทแล้ว หน้าที่ของข้าคือรับใช้โอรสสวรรค์และการรักษาเกียรติของตระกูล ส่วนเรื่องหัวใจ... ข้าพับเก็บมันทิ้งไปนานแล้วล่ะ”

ชิงเยว่มองใบหน้าที่ดูปลงตกนั้นแล้วรู้สึกท้อใจแต่แล้วสิ่งที่สำคัญกว่าคืออย่างไรนางก็ต้องออกไปเปดหูเปิดตาข้างนอกให้ได้ ชิงเยว่จึงเริ่มขยับกายเข้าไปชิดเต๋อเฟยมากขึ้น ใช้ดวงตากลมโตออดอ้อนจ้องมองผ่านโคลนพอกหน้า มือเรียวคว้าหมับเข้าที่แขนของพี่สาวพลางเขย่าเบา ๆ อย่างเอาใจ

“ท่านพี่เต๋อเฟยผู้แสนงดงามและเปี่ยมด้วยเมตตา ท่านลองไปทูลขอฝ่าบาทให้ข้าหน่อยไม่ได้หรือเพคะ? บอกว่าให้ข้าไปในฐานะผู้ติดตามของท่านก็ได้ ข้าสัญญาว่าจะไม่ก่อเรื่องให้ท่านลำบากใจเด็ดขาดนะเพคะ... นะพี่หญิงนะ”

เจอท่าไม้ตายอ้อนเข้าใส่อย่างไม่ทันตั้งตัวเต๋อเฟยถึงกับเสียอาการ แม้ใบหน้าจะมีโคลนสีดำบดบังไว้มิดชิด แต่รอยแดงซ่านที่ลามไปถึงใบหูก็ชัดเจนว่านางกำลังพ่ายแพ้ต่อเสน่ห์ของสตรีตรงหน้าเข้าเต็มเปา

“โอย... พอได้แล้วชิงเยว่! อย่าทำท่าทางเช่นนี้” เต๋อเฟยพยายามเบือนหน้าหนีแต่ก็ไม่อาจต้านทานลูกตื้อได้ “เอาเถิด ข้าจะลองหาจังหวะทูลขอฝ่าบาทให้ดูสักครา แต่จะได้หรือไม่นั้น ข้าไม่รับรองนะ!”

“เพคะ พี่เหญิงดีที่สุด!”

ชิงเยว่ยิ้มกว้างจนโคลนบนหน้าแตกร่วงหล่นลงแต่ก็ไม่ทำให้สะเทือนเท่านางโผเข้ากอดเต๋อเฟยเต็มแรง อยู่ในวังหลังเบื่อแสนเบื่ออย่างไรนางก็ต้องออกไปเที่ยวข้างนอกในเทศกาลหยวนเซียวให้ได้

...

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel