บท
ตั้งค่า

บทที่6

กับดักร้ายที่เขาก้าวเข้าไปเอง

“ขอบพระทัยไทเฮาที่ทรงพระเมตตาเอ่ยชมเพคะ...”

ชิงเยว่กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าเล็กน้อยให้ดูราวกับคนฝืนเข้มแข็ง “ทูลตามตรง... ชุดนี้มิใช่ผ้าไหมจากบ้านเกิดของหม่อมฉันหรอกเพคะ หม่อมฉันเดินทางมาตัวเปล่ามิมีสิ่งใดติดตัวมามากมาย แต่โชคดีที่ได้รับความเมตตาจากเหล่าพี่น้องพระสนมที่พร้อมใจกันมอบชุดและเครื่องประดับเหล่านี้ให้เป็นของรับขวัญน้องใหม่อย่างหม่อมฉัน...”

นางหยุดหายใจครู่หนึ่งพลางกวาดสายตามองเหล่าสนมที่เริ่มหน้าถอดสี

“แม้ของเหล่านี้จะดูผ่านกาลเวลามาเนิ่นนานหรือชำรุดไปบ้าง แต่มันคือน้ำใจชิ้นแรกที่คนต่างถิ่นอย่างหม่อมฉันได้รับในวังหลังแห่งนี้ หม่อมฉันซาบซึ้งใจจนมิอาจเก็บไว้เฉย ๆ จึงต้องนำออกมาสวมใส่เพื่อประกาศให้ทุกคนในงานมงคลวันนี้ได้รู้ว่า... พี่น้องสนมแคว้นเฉียนเป่ยนั้นช่างใจกว้างและเมตตาต่อคนต่างแคว้นเพียงใดเพคะ”

ความเงียบงันประหนึ่งสุสานเข้าปกคลุมโถงจัดเลี้ยงทันที! คำพูดที่ดูเหมือนยกยอนั้นกลับกลายเป็นการประจานความใจแคบและพฤติกรรมต่ำทรามของคนแคว้นเฉียนเป่ยที่รุมรังแกสตรีตัวคนเดียวอย่างเจ็บแสบที่สุด ขุนนางต่างฝ่ายต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ทูตจากต่างเมืองเริ่มซุบซิบถึงความเสื่อมเสียที่แคว้นชิงอวิ๋นปฏิบัติต่อองค์หญิงต่างแคว้นเช่นนี้

“นี่มัน...” ไทเฮาถึงกับน้ำท่วมปาก ใบหน้าที่เคยเย่อหยิ่งบัดนี้แดงก่ำด้วยความอับอายที่ถูกเด็กวานซืนตลบหลังจนหน้าหงาย

“ตรวจสอบให้ดีเล่า ข้าไว้ใจเจ้านะ สวี่หลัน” เสียงเย็นเยียบของเยี่ยนหมิงเทียนดังแทรกขึ้น เขาที่นั่งนิ่งมาตลอดหันไปปรายตามองฮองเฮาผู้เป็นเจ้าของนามด้วยสายตาเรียบเฉยแต่แฝงการกดดัน “ชื่อเสียงของข้าและแคว้นเฉียนเป่ย มิควรถูกทำลายลงเพราะความละเลยของเจ้า”

ฮองเฮาหน้าเสียเอ่ยรับคำเสียงแผ่ว “เพคะฝ่าบาท”

จากนั้นเยี่ยนหมิงเทียนจึงเลื่อนสายตาคมกริบกลับมาจ้องมองร่างบางที่ยืนอยู่กลางห้อง แววตาของเขาดูราวกับจะมองให้ทะลุเข้าไปถึงวิญญาณของนาง เขาดูออกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้คือแผนการที่ถูกวางมาอย่างแนบเนียน เป็นการตบหน้าคนทั้งวังหลังในคราวเดียว แม้ในใจจะรู้ว่านางกำลังเสแสร้งแสดงงิ้วบทผู้ถูกรังแก แต่ลึก ๆ เขากลับรู้สึกทึ่งและชอบใจในความเฉลียวฉลาดที่เต็มไปด้วยพิษสงของสนมจากต่างแคว้นผู้นี้

...และนอกเหนือจากผลลัพธ์ที่ประจักษ์ต่อหน้า เรื่องที่คืนนี้เขาถูกบังคับกลาย ๆ ว่าหากไม่อยากให้ชื่อเสียงว่าคนแคว้นเฉียนเป่ยรังแกองค์หญิงจากต่างแคว้นเป็นจริง เขาก็ต้องไปหานางเพื่อปลอบขวัญนางถึงตำหนักด้วยก็คงอยู่ในแผนการนางเช่นกัน

ยามวิกาลอันเงียบสงัด เยี่ยนหมิงเทียนก้าวผ่านธรณีประตูตำหนักเป่าเย่วเข้ามาอย่างเงียบเชียบราวกับพยัคฆ์ที่ลอบล่าเหยื่อในความมืด เขาโบกมือไล่เหล่านางกำนัลและขันทีที่เฝ้าอยู่หน้าห้องบรรทมออกไปจนสิ้น แววตาคมกริบฉายประกายลุ่มลึกที่ยากจะอ่านออก แม้จะรู้เต็มอกว่าสตรีผู้นี้ช่างมากเล่ห์และเพิ่งจะปั่นหัวคนทั้งวังหลังมา เมื่อความปรารถนาที่จะรู้ว่านางจะมีแผนการอันใดต่ออีกมากกว่าเหตุผลก็ได้นำพาเขามาหยุดที่นี่

ทันทีที่ก้าวเข้าไปในห้องบรรทมของชิงเยว่ กลิ่นหอมกรุ่นของดอกไม้แสนคุ้นเคยผสมผสานกับไอน้ำอุ่นก็พุ่งเข้าปะทะโสตประสาท เลือดในกายเริ่มเดือดพล่านอย่างที่เขาไม่คาดคิดว่าไฟในกายจะจุดติดง่ายเพียงนี้ ...เสียงน้ำกระเพื่อมไหวแผ่วเบาดังมาจากหลังฉากกั้นไม้ฉลุลายวิจิตรบ่งบอกว่าคนที่เขาต้องการพบกำลังทำอันใดอยู่ได้เป็นอย่างดี

เยี่ยนหมิงเทียนยิ้มมุมปากทันใด “มากเล่ห์นัก...”

รู้ทั้งรู้ว่าเป็นกับดักแต่เขาก็เดินเข้าไปใกล้ฉากกั้นนั้น ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือแผ่นหลังเปลือยเปล่าขาวเนียนละเอียดดุจหยกสลักชั้นเลิศที่บัดนี้เปียกปอนไปด้วยหยาดน้ำใสพราวระยับเกาะตามผิวเนียน ชิงเยว่กำลังเกยไหล่มนไว้กับขอบถังไม้ พลางสะบัดเรือนผมสีดำขลับที่เปียกชุ่มจนหยดน้ำไหลหยดลงบนร่องหลังงดงาม นางเอ่ยขึ้นโดยมิได้หันมามอง ทว่าน้ำเสียงกลับแฝงความออดอ้อนและเอาแต่ใจเล็กน้อย

“จางมามาหรือ... เจ้าหยิบผ้าขนหนูมาขัดหลังให้ข้าหน่อยสิ นวดแรง ๆ หน่อยนะ ข้าเหนื่อยล้ามาทั้งวันแล้ว”

เยี่ยนหมิงเทียนนิ่งงันไปครู่หนึ่ง จ้องมองหยดน้ำที่ไหลพาดผ่านร่องกระดูกสันหลังที่งดงามก่อนจะจมหายไปในผิวน้ำเบื้องล่าง ลำคอของเขาแห้งผากขึ้นมาทันที ส่วนชิงเยว่เมื่อเห็นว่าคนรับใช้ยังนิ่งเฉยนางจึงมั่นใจสิ่งที่ตนเองคิดไปใหญ่จึงสวมบทบาทต่อด้วยการขมวดคิ้วมุ่นพลางขยับกายจนน้ำในถังกระเพื่อมไหว

“ทำไมถึงยังไม่มาอีก... ข้าบอกให้ขัด...”

พูดไม่ทันจบ ร่างบางก็หมุนกายกลับมาหมายจะเอ็ดตะโร ทว่าการหมุนตัวอย่างกะทันหันนั้นกลับเป็นการจงใจอวดโฉมปทุมถันอวบอิ่มชูชันพ้นขอบน้ำขึ้นมาท้าทายสายตา ยอดถันสีหวานสั่นระริกยามปะทะกับอากาศเย็นชืดภายนอก ชิงเยว่เบิกตากว้าง ทำทีเป็นตกใจสุดขีดเมื่อเห็นว่าผู้ที่ยืนค้ำศีรษะนางอยู่มิใช่มามาคนสนิท แต่เป็นโอรสสวรรค์ที่จ้องมองนางด้วยสายตาราวกับจะกลืนกินเข้าไปทั้งตัว

“ว้าย! ฝ่าบาท!”

นางอุทานเสียงหลง รีบยกมือน้อย ๆ ขึ้นมาปกปิดความเต่งตึงที่ใหญ่เกินกว่าจะซ่อนมิด พลางถดกายลงไปในน้ำจนเสียงน้ำแตกกระเซ็นเปียกไปทั่วพื้น ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปถึงลำคอและแผ่นอกขาวนวล ท่าทางที่ดูตื่นตระหนกและไร้เดียงสานั้นถูกแสดงออกมาได้อย่างแนบเนียนไร้ที่ติจนน่าใจหาย

เยี่ยนหมิงเทียนส่งเสียง หึ ในลำคอก่อนหรี่ตาคมกริบมองแม่กระต่ายแสนกลที่สั่นระริกอยู่ในถังน้ำด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยไฟกามอารมณ์ที่ถูกจุดขึ้น

“เลิกเล่นงิ้วเสียที... รีบแต่งตัวแล้วออกมาหาข้า อย่าให้ข้าต้องเป็นคนลงไปลากเจ้าขึ้นมาเอง”

รับสั่งเสร็จเขาก็หมุนกายเดินจากไปทันที ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายความกดดันที่ทำให้บรรยากาศในห้องร้อนระอุขึ้น เยี่ยนหมิงเทียนทิ้งตัวลงนั่งรออยู่บนเตียงกว้าง แผ่นหลังพิงกับหัวเตียงพลางสูดลมหายใจลึกเพื่อข่มอารมณ์ดิบที่เริ่มพลุ่งพล่านจนมังกรใต้ร่มผ้าเริ่มตื่นตัว...

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel