บทที่2.1
มีของพิเศษให้ฝ่าบาท
ชิงเยว่ชะงักเท้าก่อนจะย่อกายลงอย่างแช่มช้าตามธรรมเนียมที่สนมตำแหน่งต่ำกว่าควรทำ
“ถวายพระพรพี่หญิงเต๋อเฟยเพคะ”
“หึ ฟื้นขึ้นมาได้ก็รีบเสนอหน้ามาหาฮองเฮาเชียวหนอองค์หญิงสาม” เต๋อเฟยแค่นหัวเราะพลางเยื้องกรายเข้าหาแสดงออกอย่างไม่ปิดบังว่ากำลังหาเรื่อง “อืม เสียใจด้วยนะที่เมื่อคืนฝ่าบาทไม่ได้เสด็จไปหาเจ้า แต่กลับทรงเลือกไปหาฮองเฮาที่ตำหนักแทน... เจ้าเป็นคนต่างแคว้น ทางที่ดีควรอยู่เงียบ ๆ เจียมเนื้อเจียมตัวไว้เสียดีกว่า...”
ชิงเยว่นิ่งฟัง แววตาที่จ้องมองสตรีตรงหน้านั้นลุ่มลึกและสงบนิ่ง นางมองเห็นความอคติที่เต้นเร่าอยู่ในดวงตาของเต๋อเฟย ความปากร้ายที่เปิดเผยเช่นนี้สำหรับชิงเยว่แล้วมันช่างจัดการง่ายกว่าพวกที่ซ่อนเข็มไว้ใต้รอยยิ้มหลายเท่าตัว
“ขอบพระคุณพี่หญิงเต๋อเฟยที่เมตตาสั่งสอนเพคะ” ชิงเยว่เงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่ดูใสซื่อทว่าแฝงเล่ห์กล “น้องเพิ่งมาใหม่ ยังดีที่มีพี่หญิงผู้เปี่ยมด้วยบารมีคอยชี้แนะ หากวันหน้าน้องมีเรื่องสงสัยหรือทำตัวไม่ถูก หวังว่าจะได้รับความเมตตารบกวนพี่หญิงนะเพคะ”
เต๋อเฟยชะงักไปครู่หนึ่ง ใบหน้าที่เดิมทีเตรียมมาจะด่าทอพลันค้างเติ่ง นางไม่คิดว่าองค์หญิงต่างแคว้นที่ดูท่าทางหยิ่งทะนงจะยอมอ่อนน้อมถ่อมตนเช่นนี้
ชิงเยว่เห็นโอกาสจึงขยับเข้าใกล้พลางลดเสียงลงในระดับที่ได้ยินกันเพียงสองคน
“น้องเห็นว่าผิวพรรณของพี่หญิงงดงามยิ่งนัก ทรงงานหนักในวังหลังเช่นนี้คงล้าไม่น้อย ที่แคว้นชิงอวิ๋นมีน้ำมันสูตรลับที่ช่วยให้ผิวผุดผ่องราวกับหยกสลัก ข้าเห็นว่าเหมาะกับผู้ที่งามเด่นที่สุดในอุทยานแห่งนี้อย่างพี่หญิงยิ่งนัก เดี๋ยวข้าจะให้คนจัดส่งไปถวายที่ตำหนักนะเพคะ”
เต๋อเฟยกระแอมไอแก้เก้อ แววตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อถูกเยินยอ อีกทั้งแผลในใจของนางที่ไม่เคยบอกใครก็คือเรื่องผิวพรรณที่ดูคล้ำกว่าสนมนางอื่นด้วยเพราะอดีตนางออกเที่ยวและขี่ม้ากับบิดาที่เป็นถึงแม่ทัพนั่นเอง
“อะ...อืม เห็นว่าเจ้ามีน้ำใจหรอกนะ ข้าจะยอมรับไว้ก็ได้”
ชิงเยว่ยิ้มพรายในใจ นางปรายตาแค่มองตามหลังเต๋อเฟยที่เดินจากไปพร้อมท่าทางที่ดูผ่อนคลายขึ้น นักแสดงตัวแม่รู้ดีว่าไม่มีสตรีคนใดปฏิเสธความสวยความงามได้หรอก แล้วยิ่งเป็นอาชีพสนมที่ต้องพึ่งความงดงามอีกยิ่งหนีไปไหนไม่รอด เต๋อเฟยผู้นี้แหละจะคือพันธมิตรของนางคนแรกในวังหลังแห่งนี้
ทันทีที่เท้าเหยียบเข้าเขตตำหนักเป่าเย่ว ชิงเยว่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็น ขันทีกลุ่มหนึ่งรออยู่
“ถวายพระพรพระสนมพ่ะย่ะค่ะ” เกากงกง ขันทีของฮ่องเต้แคว้นโน้มกายลงคารวะ “กระหม่อมนำความจากฝ่าบาทมาแจ้ง... ค่ำคืนนี้จะเสด็จมาประทับที่ตำหนักเป่าเย่ว ขอพระสนมทรงเตรียมองค์ให้พร้อมพ่ะย่ะค่ะ”
ชิงเยว่พยักหน้ารับแสดงสีหน้าเรียบเฉยทว่าในใจกลับกระหยิ่มยิ้มเพราะเวลาที่นางรอคอยนั้นมาถึงแล้ว และยามเมื่อเกากงกงพ้นสายตาไป ตำหนักที่เคยสงบก็พลันวุ่นวาย จางมามารีบสั่งการให้ขันทีนำ โคมไฟสีแดงมงคลออกมาแขวนเรียงรายที่หน้าตำหนักและตลอดโถงทางเดิน แสงสีส้มแดงที่สว่างไสวเป็นสัญญาณตามธรรมเนียมว่า ‘นายหญิงพร้อมรับใช้โอรสสวรรค์แล้ว’
“เร็วเข้าเพคะพระสนม! ไปเตรียมตัวผลัดผ้าแช่น้ำปรุงดอกไม้เถิดเพคะ” จางมามาละล่ำละลักกระตุ้น แต่เจ้าตัวกลับไม่รีบเร่งขนาดนั้น
“มามา ข้าฝากให้เจ้าเตรียมบางอย่างให้ข้าหน่อยสิ”
ชิงเยว่ยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนกระซิบบอกความต้องการของตนไป...