บท
ตั้งค่า

บทที่2.2

ยามราตรีที่ลมเย็นพัดผ่านโถงทางเดินหินอ่อนที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา เยี่ยนหมิงเทียนก้าวเดินเนิบนาบโดยไร้ซึ่งเกี้ยวประจำตำแหน่ง ท่วงท่าที่ดูไม่รีบร้อนนั้นมิใช่ความสุนทรีย์ ทว่ากลับแฝงไปด้วยความเย็นชา การที่โอรสสวรรค์เลือกเดินเท้ามายังตำหนักของสนมที่ถูกส่งมาเป็นหมากเชื่อมสัมพันธ์เช่นนี้ ย่อมเป็นการส่งนัยบอกแก่คนทั้งวังว่า... นางมิได้มีความสำคัญพอที่เขาต้องเร่งรีบไปหานั่นเอง

ฮ่องเต้หนุ่มหยุดฝีเท้าเป็นพัก ๆ ทอดมองปลาในสระบัวและยอดไม้ที่ไหวเอนราวกับจงใจถ่วงเวลา มันเชื่องช้าจนเกาเต๋อเฉิงที่เดินตามหลังเริ่มกระสับกระส่าย ก่อนจะเอ่ยเตือนเมื่อทนไม่ไหว

“ฝ่าบาท... ลมดึกเริ่มแรงขึ้นแล้วนะพ่ะย่ะค่ะ หากเร่งฝีเท้าอีกเพียงนิดก็จะถึงตำหนักเป่าเย่วแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

เยี่ยนหมิงเทียนเพียงปรายตาคมกริบกลับมามอง รอยยิ้มเย็นชาปรากฏที่มุมปากก่อนจะแสร้งก้าวเดินให้ช้าลงกว่าเดิมเสียอย่างนั้น “อากาศคืนนี้ดีนัก กงกงจะรีบไปไหนกัน”

ทว่าสุดท้ายเขาก็มาหยุดอยู่เบื้องหน้าตำหนักเป่าเย่วที่สว่างไสวด้วยโคมแดงมงคล ทันทีที่ร่างสูงสง่าก้าวข้ามธรณีประตู สายตาของเขาก็ปะทะเข้ากับร่างบางที่ยืนคอยต้อนรับ แสงโคมสลัวอาบไล้ดวงหน้าโฉมงามที่สะคราญตาจนพยัคฆ์ร้ายแห่งเฉียนเป่ยถึงกับชะงักไปชั่วอึดใจ... นางงามกว่าที่เขาเคยจินตนาการไว้มากนัก ทว่าเพียงเสี้ยวเวลา ใบหน้าหล่อเหลากลับคืนสู่ความเรียบเฉยดุจเดิม

สำหรับเขา สตรีงามก็เปรียบเสมือนภาพวาดประดับกำแพง สิ่งที่น่าดึงดูดใจมากกว่าคือฎีกาและอำนาจในมือต่างหาก

เยี่ยนหมิงเทียนก้าวเดินนำเข้าไปภายในตำหนักโดยมีเกาเต๋อเฉิงติดตามมาไม่ห่าง สิ่งแรกที่ปะทะจมูกมิใช่กลิ่นเครื่องหอมฉุนของธูปหรือกำยานราคาแพงที่สนมนางอื่นมักประโคมใช้เพื่อเอาใจเขา แต่มันกลับเป็นกลิ่นหอมบางเบาที่ลอยละล่องอยู่ในอากาศ

...เป็นกลิ่นหอมสดชื่นของดอกไม้ที่ผลิบานเฉพาะยามรัตติกาลชวนให้จิตใจที่แบกรับราชกิจมาทั้งวันเริ่มผ่อนคลายลงอย่างไม่รู้ตัว

เมื่อเขาทรุดตัวลงนั่งบนตั่งไม้หนา ชิงเยว่ก็ขยับกายเข้าไปปรนนิบัติรินน้ำชาอย่างรู้หน้าที่ ทว่าในจังหวะที่นางโน้มกายลงนั้น สาบเสื้อที่ดูเหมือนจะปกปิดมิดชิดกลับเลื่อนถลันออกเล็กน้อยคล้ายเป็นเรื่องบังเอิญ เผยให้เห็นผิวพรรณขาวผ่องดุจหยกสลักที่ปรากฏแก่สายตาโอรสสวรรค์อย่างไม่ตั้งใจ ทักษะการบริหารเสน่ห์แบบเหมือนไม่อ่อยแต่อ่อยของนางร้ายตัวแม่ถูกงัดออกมาใช้ได้อย่างแนบเนียนที่สุด

“นี่คือชารากบัวผสมเกสรดอกไม้เพคะ ช่วยให้หลับสบายและคลายความเหนื่อยล้าได้ดีนัก” นางเอ่ยแนะนำพร้อมรอยยิ้มบางเบา ซึ่งเป็นมารยาพื้นฐานที่สนมนางอื่นก็มักทำเพื่อเอาใจเขา ทว่าน้ำเสียงของนางกลับนิ่งสงบกว่าที่เขาคาดไว้

เยี่ยนหมิงเทียนยกถ้วยชาขึ้นจิบช้า ๆ หลังเกากงกงใช้เข็มตรวจพิษเรียบร้อยแล้ว กลิ่นหอมของเกสรดอกไม้ที่อบอวลช่วยให้หัวคิ้วที่เคยขมวดมุ่นของเขาคลายออกเล็กน้อย ทว่าแววตาคมกริบยังคงจับจ้องท่าทีของสตรีตรงหน้าไม่วางตา

“อยู่ที่นี่สบายดีหรือไม่ แคว้นเฉียนเป่ยของข้าคงหนาวกว่าบ้านเกิดของเจ้านัก” เขาเอ่ยถามทำนองชวนคุยตามมารยาทไร้ความพิเศษอันใด

“ขอบพระคุณที่ทรงเป็นห่วงเพคะ แม้เฉียนเป่ยจะหนาวเย็น แต่ในตำหนักเป่าเย่วกลับอบอุ่นและสุขสบายดีเพคะ” ชิงเยว่ตอบพร้อมรอยยิ้มละมุนละไมพลางรินน้ำชาเติมให้เขาอย่างนุ่มนวล

เยี่ยนหมิงเทียนยกดื่มและวางถ้วยชาลงจนเกิดเสียงกระทบกันเบา ๆ คล้ายเป็นสัญญาณว่าเวลาแห่งการพักผ่อนสิ้นสุดลงแล้ว สายตาคมกริบเลื่อนไปสบดวงตาหงส์ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ

“ดึกมากแล้ว ข้าไม่อยากเสียเวลาไปมากกว่านี้... เจ้าไปรอที่เตียงเถิด”

สิ้นคำสั่ง เขาโบกมือเป็นสัญญาณให้เกาเต๋อเฉิงเตรียมดับโคมไฟเพื่อเริ่มภารกิจบนเตียงตามหน้าที่ ทว่าชิงเยว่กลับนิ่งเฉย นางมิได้เดินไปยังเตียงนอนตามที่เขาคาด แต่กลับส่งรอยยิ้มหวานล้ำที่ทำให้ชายหนุ่มต้องชะงัก

“ช้าก่อนเพคะฝ่าบาท... ก่อนจะพักผ่อน หม่อมฉันมีของบางอย่างที่ตั้งใจเตรียมไว้ถวายพระองค์เพคะ”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel