บท
ตั้งค่า

บทที่ 7 แววตาที่เปลี่ยนแปลงไป

ซูหย่วนผิงจ้องมองหลานชายของตนเองและหร่วนเจียอีที่ยืนเคียงคู่กันท่ามกลางผู้คนในงานเลี้ยงด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ แล้วสุดท้ายเขาจึงได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเสียดาย

“สตรีที่ทั้งงดงามและมีความสามารถเช่นเจ้า กลับถูกข้าจับจองหมั้นหมายเอาไว้ให้เจ้าคนที่ไม่ค่อยจะเอาไหนอย่างเยว่ฉาง เฮ้อ ช่างเหมือนข้ากำลังเอาดอกไม้ไปปักลงมูลวัวเสียจริง” คำพูดของซูหย่วนผิงทำให้ซูเยว่ฉางกระแอมออกมาในทันที

“อ่ะแฮ่ม! ท่านปู่ ท่านพูดเสียงดังจนมูลวัวเช่นข้าได้ยินแล้วนะ” เมื่อเขาเอ่ยออกมาเช่นนี้ซูหย่วนผิงก็หัวเราะออกมาเสียงดัง

“เจ้าก็อย่าทำตัวเป็นมูลวัวสิ รีบๆ สร้างความสำเร็จให้แก่ตนเองยามที่รับคุณหนูหร่วนเข้าจวนมานางจะได้สามารถโอ้อวดผู้อื่นได้ว่าสามีของนางเป็นคนมีความสามารถ”

“หลานน้อมรับคำสอนของท่านปู่แล้ว ท่านปู่วางใจเถิดข้าจะไม่ทำให้นางต้องอับอายผู้ใดหรอก” เมื่อเขาเอ่ยจบซูหย่วนผิงก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ

“ยังนับว่าเจ้าเป็นคนที่สามารถพัฒนาได้อีกผู้หนึ่ง เจ้าพาหร่วนฮูหยินและแม่หนูหร่วนไปนั่งพักเถิด อย่าลืมดูแลพวกนางให้ดีด้วยเล่า” เมื่อซูหย่วนผิงเอ่ยออกมาเช่นนี้ซูเยว่ฉางก็ขานรับแล้วพาสองแม่ลูกสกุลหร่วนไปนั่งที่โต๊ะที่จัดเตรียมเอาไว้ให้ซูเยว่อิง งานเลี้ยงยังคงดำเนินต่อด้วยความครึกครื้น เมื่อเจ้าภาพของงานอย่างซูหย่วนผิงให้ความสำคัญกับสองแม่ลูกสกุลหร่วน แถมยังมีซูเยว่ฉางคอยดูแลพวกนางด้วยตนเองจึงไม่มีผู้ใดกล้าดูแคลนและคิดจะลงมือกลั่นแกล้งพวกนางอีก

ส่วนภาพวาดของซูเยว่หรูแม้ว่าจะได้รับความชื่นชมเป็นอย่างมาก แต่เพราะไม่มีภาพวาดอีกภาพมาคอยเปรียบเทียบ บรรดาผู้คนภายในงานก็แค่ชื่นชมฝีมือการวาดภาพของนางเพียงเท่านั้นแล้วก็ไม่ได้เอ่ยถึงนางในเรื่องอื่นอีก ถึงอย่างไรนางก็เป็นบุตรสาวที่ถือกำเนิดจากอนุ ต่อให้ได้รับความสำคัญจากผู้เฒ่าทั้งสองในจวนสกุลซูแต่ก็ไม่อาจจะเทียบเท่ากับคุณหนูที่ถือกำเนิดจากภรรยาเอก

ต่อให้ไม่มีซูเยว่อิง ก็ยังมีคุณหนูที่ถือกำเนิดจากบ้านสายรองอย่างซูเยว่ชิงมาเปรียบเทียบ ในสายตาของผู้คนจึงมองเห็นความสนิทสนมที่ซูเยว่หรูและกู้หมิงมีต่อกันเป็นแค่ความพยายามของลูกอนุที่อยากจะป่ายปีนขึ้นสู่ที่สูงข้ามหน้าข้ามตาคุณหนูที่ถือกำเนิดจากภรรยาเอกเพียงเท่านั้น ถ้อยคำนินทาของคนเหล่านี้ทำให้ซูเยว่หรูรู้สึกอึดอัดใจ พอเห็นว่าภายในงานเลี้ยงไม่มีผู้ใดสนใจนางแล้วนางก็ลอบออกมาหาสถานที่สงบเพื่อปรับสภาพจิตใจของตนเอง

กู้หมิงย่อมจะสังเกตเห็นความอึดอัดใจของซูเยว่หรูได้ พอเขาเห็นนางเดินออกจากโถงของงานเลี้ยงก็รีบติดตามนางออกมาเพื่อพูดจาปลอบใจนางในทันที “ถึงอย่างไรฝีมือภาพวาดของเจ้าก็นับว่าโดดเด่น ท่านพ่อของข้าพูดกับข้าแล้วว่าหากไม่ติดเรื่องชาติกำเนิดของเจ้า เจ้าก็เหมาะสมที่จะเป็นนายหญิงของจวนอิงกั๋วกง”

“ท่านติดตามข้าออกมาเช่นนี้ หากผู้อื่นพบเห็นว่าพวกเราอยู่ด้วยกันตามลำพัง ถ้อยคำครหาเหล่านั้นคงจะหล่นลงมาทับศีรษะของข้าจนตายแน่” ซูเยว่หรูเอ่ยพลางขยับกายเว้นระยะห่างจากกู้หมิง เขาเหลือบสายตาไปทั่วบริเวณยามนี้เขาและนางอยู่ด้วยกันตามลำพังในศาลากลางสวน มีเพียงบ่าวที่ติดตามรับใช้ข้างกายของเขาคอยดูต้นทางให้

“เจ้าวางใจเถิด แม้ว่าภายนอกจะดูเหมือนว่าข้าชอบทำทุกสิ่งตามอำเภอใจ แต่ข้าก็รู้ขอบเขตดีไม่มีทางทำสิ่งใดที่ก่อให้เกิดผลกระทบกับชื่อเสียงของเจ้า” คำพูดของกู้หมิงเต็มไปด้วยความอ่อนโยน วันนี้หากไม่ใช่เพราะเขาและนางล่วงรู้แผนการของซูเยว่อิง ยามนี้นางก็คงจะถูกคนเลี้ยงม้าผู้นั้นลงมือย่ำยีไปแล้ว

“เรื่องในวันนี้เจ้าจะปล่อยให้ผ่านไปเช่นนี้หรือ พี่สาวของเจ้าคิดจะเล่นงานเจ้าถึงเพียงนั้น เจ้าไม่คิดจะแก้แค้นนางบ้างเลยหรือ” เมื่อกู้หมิงเอ่ยออกมาเช่นนี้ซูเยว่หรูก็ส่ายหน้า

“นางตกลงไปสระน้ำเช่นนั้นน่าจะเพราะฤทธิ์ยาของนางเป็นแน่ ในเมื่อวันนี้นางเกือบจะตายไปแล้วก็ช่างเถิด” คำพูดของซูเยว่หรูทำให้กู้หมิงส่ายหน้า

“แต่ข้ากลับคิดว่าหากนางไม่ตาย พวกเราก็คงยากจะได้ใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน เจ้าก็เห็นแล้วว่านางคือตัวปัญหา หากเจ้าไม่กำจัดนางเสียแต่เนิ่นๆ สักวันนางก็คงจะเล่นงานเจ้าแน่” คำพูดของกู้หมิงทำให้ซูเยว่หรูพยักหน้า

“นางเป็นคนที่มีจิตใจชั่วร้ายแต่กำเนิด หากวันนี้หานเซียงไม่มาบอกให้ข้ารู้ความบริสุทธิ์ของข้าก็คงจะสูญเสียไปแล้ว” ซูเยว่หรูเอ่ยออกมาด้วยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง คำพูดดูหมิ่นของผู้คนในวันนี้ล้วนเป็นเพราะมีซูเยว่อิงคอยเปรียบเทียบ หากไม่มีซูเยว่อิงบิดาของนางก็คงจะรักใคร่นาง หากไม่มีซูเยว่อิงนางก็จะเป็นคุณหนูเพียงคนเดียวของเสนาบดีซู ไม่ว่าอย่างไรสิ่งที่อยู่ในหัวของนางในยามนี้ก็คือนางไม่อาจจะปล่อยให้ซูเยว่อิงมีชีวิตอยู่เพื่อกดข่มชีวิตของนางได้อีกต่อไปแล้ว

“ท่านวางใจเถิด ข้าจะไม่ปล่อยให้นางทำร้ายข้าได้อีกต่อไปแล้ว มีวิธีการมากมายที่จะกำจัดคนอย่างซูเยว่อิง” เมื่อซูเยว่หรูเอ่ยออกมาเช่นนี้กู้หมิงก็พยักหน้า

“หากเจ้าต้องการความช่วยเหลือก็สามารถบอกข้าได้” คำพูดของเขาทำให้ซูเยว่หรูยิ้มออกมา ยามนี้หานเซียงอยู่กับนางแล้ววันพรุ่งนี้คำให้การของหานเซียงจะต้องสามารถช่วยนางได้แน่

เช้าวันรุ่งขึ้นซูเยว่อิงถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาเพราะคนจากเรือนของฮูหยินผู้เฒ่ามาเชิญให้นางไปพบที่เรือนจื่อเวย ซูเยว่อิงยิ้มออกมาพลางคิดในใจว่าต่อให้ไม่มีคนพบเห็นนางในคอกม้าตอนทำเรื่องไม่ดี แต่นางเอกในนิยายคนนี้กลับไม่คิดจะปล่อยนางไป หากเป็นนิยายคุณธรรมทั่วไปนางเอก พระเอกของเรื่องจะต้องเป็นคนจิตใจดี ความดีที่พวกเขาทำจะส่งผลดีต่อพวกเขาในท้ายที่สุด แต่เท่าที่นางเห็นนิสัยของกู้หมิงและซูเยว่หรูไม่ใช่ตัวเอกที่มีจิตใจดีและยามนี้นางก็กำลังจะโดนนางเอกในนิยายลงมือเล่นงานเข้าให้แล้ว

ซูเยว่อิงจงใจแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีเรียบ บนใบหน้าไม่ได้ทาเครื่องประทินโฉมใดๆ ที่ริมฝีปากนางจงแต้มผงแป้งลงไปบางๆ เพื่อทำให้ริมฝีปากดูซีดเซียวมากยิ่งขึ้น เรือนจื่อเวยอยู่ไม่ห่างจากเรือนจื่อเถิงของนางเท่าใดนัก เดินแค่เพียงไม่นานก็ถึงแล้ว เมื่อเข้าไปด้านในเรือนก็พบว่าไม่ใช่แค่เพียงฮูหยินผู้เฒ่าแต่คนสกุลซูทั้งบ้านใหญ่และบ้านรองต่างก็อยู่ที่นี่ สีหน้าของแต่ละคนทำให้ซูเยว่อิงหลุบตาลง นางเดินเข้าไปด้านในเหลือบตาไปมองหานเซียงเพียงแวบหนึ่งแล้วเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“คารวะท่านปู่ ท่านย่า ท่านพ่อ ท่านอาและท่านอาสะใภ้” นางเอ่ยพลางทำการคารวะทุกคนตามธรรมเนียม เมื่อนางยืนขึ้นซูเยว่ฉางก็รีบเดินเข้ามาประคองร่างของนางในทันที

“เยว่อิงเจ้ามานั่งลงตรงนี้ก่อน สภาพร่างกายของเจ้าไม่ค่อยจะดีนักไม่ควรจะยืนนาน” เขาเอ่ยพลางประคองนางไปนั่งลงบนเก้าอี้ที่เขาพึ่งจะลุกขึ้นมา ส่วนตัวเขายืนอยู่ข้างกายของนางพลางจ้องมองหานเซียงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความขุ่นเคือง

“ซูเยว่อิงคุกเข่าลง” ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยพลางกระแทกไม้เท้าเสียงดัง ซูเยว่อิงจึงได้ขยับกายลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินไปคุกเข่าลงตรงหน้าฮูหยินผู้เฒ่าและนายท่านผู้เฒ่า

“ท่านย่า นางกำลังไม่สบายอยู่นะขอรับ” ซูเยว่ฉางพูดออกมาเหมือนในนิยายอย่างไม่มีผิดเพี้ยน สถานการณ์ในยามนี้แม้ว่าจะแตกต่างจากที่บรรยายเอาไว้อยู่บ้างแต่คำพูดของทั้งฮูหยินผู้เฒ่าและซูเยว่ฉางล้วนเหมือนในนิยายอย่างไม่มีผิดเพี้ยน แต่สิ่งหนึ่งที่แตกต่างออกไปในยามนี้ก็คือมีหานเซียงสาวใช้ผู้ทรยศหักหลังในห้องโถงของเรือนจื่อเวย และสายตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งร้ายอย่างปิดเอาไว้ไม่มิดของซูเยว่หรู

ซูเยว่อิงรู้ดีว่าไม่ว่านางจะถูกตำหนิหรือว่าถูกดุด่าสักเท่าใด คนอย่างนางก็ไม่มีทางคิดสั้นฆ่าตัวตายแน่ อีกทั้งยามนี้สิ่งที่ทำให้นางรู้สึกมั่นใจว่าจุดจบของตนเองจะไม่ใช่การฆ่าตัวตายเหมือนในนิยายที่นางเคยอ่านก็คือแววตาที่เปลี่ยนแปลงไปของนางเอกของเรื่องอย่างซูเยว่หรู..

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel