บท
ตั้งค่า

บทที่ 5 ซูเยว่ฉาง

ตอนที่หานถิงยกกล่องใส่ชุดเครื่องเขียนเข้ามาซูเยว่อิงก็เปิดกล่องตรวจสอบชุดเครื่องเขียนที่ทำจากหยกอีกครั้ง พู่กันขนหมาป่าด้ามของพู่กันทำจากหยกแกะสลักอย่างประณีต ยังมีแท่นฝนหมึกและที่ทับกระดาษ ล้วนเป็นหยกน้ำดีที่ได้รับการคัดสรรมาอย่างดีแล้ว ซูเยว่ฉางที่นั่งอยู่ด้านข้างของนางอดเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความชื่นชมไม่ได้

“ในที่สุดเจ้าก็คิดได้เสียทีว่าควรจะแสดงความกตัญญูต่อท่านปู่และท่านย่าให้ดี ชุดเครื่องเขียนที่อยู่ในกล่องนี้ทั้งล้ำค่าและแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจที่เจ้ามีต่อท่านปู่” คำพูดของเขาทำให้ซูเยว่อิงยิ้มออกมาในทันทีเมื่อคิดได้ว่าแท้จริงแล้วเครื่องเขียนที่ทำมาจากหยกชุดนี้เจ้าของร่างเดิมตั้งใจจะมอบให้กู้หมิง ส่วนของขวัญที่นางตั้งใจจะนำมามอบให้ซูหย่วนผิงผู้เป็นท่านปู่ของนางก็คือภาพวาดฝีมือของตนเอง เจ้าของร่างเดิมต้องการจะโอ้อวดความสามารถของตนเองโดยไม่รู้เลยว่าซูเยว่หรูก็มอบภาพวาดเช่นเดียวกัน

ฝีมือการวาดภาพของซูเยว่หรูที่ถูกอบรมเลี้ยงดูโดยนายท่านผู้เฒ่าและฮูหยินผู้เฒ่าย่อมจะโดดเด่นจนกลบความสามารถของเจ้าของร่างเดิมได้อย่างไม่ทิ้งฝุ่น ยังมีเรื่องงามหน้าที่นางทำในคอกม้ากับคนเลี้ยงม้าของจวนอีก ต่อให้จวนสกุลซูพยายามจะปกปิดสักเท่าใดก็ไม่สามารถปกปิดเอาไว้ได้มิด

เช้าวันรุ่งขึ้นเรื่องที่นางทำในคอกม้ารวมไปถึงของขวัญที่นางส่งไปมอบให้เป็นของขวัญให้ท่านปู่ก็ถูกผู้คนเกือบทั้งเมืองหลวงเอ่ยถึงด้วยความดูแคลน ทำให้ซูเยว่อิงไม่อาจจะทนแบกรับความอับอายเอาไว้ได้ไหว แม้ว่าซูเหวินจางและซูเยว่ฉางจะพยายามปลอบใจนางเช่นไรก็ไม่ได้ผล ยิ่งเมื่อนางได้รับถ้อยคำตำหนิจากผู้เฒ่าทั้งสองของจวนอีกทำให้นางลงมือปลิดชีพด้วยปิ่นของตนเองต่อหน้าผู้เฒ่าทั้งสอง

แม้ว่านางจะไม่ใช่หลานสาวที่ผู้เฒ่าทั้งสองโปรดปรานแต่ก็เป็นหลานสาวแท้ๆ ของพวกเขา การตายของนางทำให้ผู้เฒ่าทั้งสองล้มป่วยด้วยอาการตรอมใจ แล้วหลังจากนั้นก็จมอยู่กับความเสียใจเรื่องการตายของนางและถ้อยคำตำหนิที่เคยเอ่ยกับนางก่อนที่นางจะตายไปตลอดชีวิตที่เหลือของพวกเขา...

“พี่ใหญ่! ข้าได้ยินมาว่าค่ำคืนนี้พี่หญิงหร่วนมาเป็นแขกในงานเลี้ยงด้วย ท่านช่วยดูแลและต้อนรับนางอย่างดีได้หรือไม่ สถานะของสกุลหร่วนในช่วงนี้จะต้องทำให้นางถูกรังแกอย่างแน่นอน ถึงอย่างไรนางก็เป็นคู่หมายของท่าน รบกวนท่านช่วยออกหน้าปกป้องนางด้วย” เมื่อซูเยว่อิงเอ่ยออกมาเช่นนี้ซูเยว่ฉางก็พลันนิ่วหน้าแล้วเอ่ยถามออกมาเสียงเบา

“เจ้าเคยไม่ชอบหร่วนเจียอีมิใช่หรือ บอกกับข้าว่านางทะเยอทะยานเห็นแก่เงินทองจนต้องเปิดเผยหน้าตาออกมาค้าขาย อีกทั้งเจ้ายังเคยบอกกับข้าว่ากลัวว่านางจะอาศัยชื่อเสียงจวนเราไปหาผลประโยชน์มิใช่หรือ” คำพูดของซูเยว่ฉางทำให้ซูเยว่อิงรีบส่ายหน้าในทันที

“ตอนนั้นข้าโง่เขลา พี่ใหญ่! ท่านอย่ามองคนด้วยสายตาตื้นเขินเช่นข้า ตอนที่ข้าซื้อชุดเครื่องเขียนเหล่านี้ข้าก็รู้แล้วว่ามีเกียรติเป็นเรื่องดีแต่จะดีกว่าถ้ามีเงินด้วย จวนเราอาศัยเกียรติของท่านพ่อในการหาเงิน แต่จวนสกุลหร่วนถูกลดฐานะเช่นนี้เกียรติยศที่เคยได้รับก็ถูกลืมเลือน คนทั้งเรือนไม่อาจจะอาศัยลมจากทิศตะวันออกมากินให้อิ่มท้องได้ ทางเดียวที่จะมีชีวิตรอดก็คือต้องหาเงิน ตอนนี้ข้าไม่รังเกียจนางเพราะเรื่องที่นางเปิดเผยหน้าตาออกมาค้าขายแล้ว แต่ข้านับถือนางที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ครอบครัวของตนเองอยู่รอด หากเป็นข้า ข้าก็ยังไม่แน่ใจว่าตนเองจะทำได้ดีเช่นนาง” เมื่อซูเยว่อิงเอ่ยออกมาเช่นนี้ซูเยว่ฉางก็ยื่นมือมาสัมผัสหน้าผากของนางแล้วก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“ตัวก็ไม่ร้อนนี่ สงสัยว่าน้ำในสระคงจะเข้าไปในศีรษะของเจ้ามากจนเกินไป เจ้าจึงได้มานั่งพูดคุยกับข้าด้วยคำพูดแปลกๆ เช่นนี้” คำพูดของซูเยว่ฉางทำให้ซูเยว่อิงขึงตาใส่เขาแล้วจึงได้เอ่ยออกมาเสียงเบา

“เอาเป็นว่าท่านเชื่อข้าเถิดปกป้องนางให้ดี อย่าให้ผู้อื่นรังแกนาง ถึงอย่างไรยามนี้นางก็ยังเป็นคู่หมั้นของท่านอยู่ ท่านห้ามปล่อยให้นางถูกรังแกโดยไม่ช่วยเหลืออย่างเด็ดขาด” ...ที่สำคัญห้ามปล่อยให้ซูเยว่หรูออกหน้าช่วยเหลือหร่วนเจียอี

หากเป็นเนื้อหาในนิยายหร่วนเจียอีจะถูกรังแกในงานเลี้ยง ซูเยว่ฉางที่กำลังกังวลเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นในคอกม้าของน้องสาวของตนเองไม่มีความคิดที่จะสนใจนาง ถูกคู่หมั้นหมางเมิน ถูกผู้คนพูดจาดูถูกแล้วสุดท้ายก็ถูกกลั่นแกล้งจนทำให้นางหาทางออกไม่ได้ ซูเยว่หรูที่ออกหน้ามาช่วยเหลือนางจึงเปรียบเหมือนพระโพธิสัตว์ที่ยังมีชีวิตในความรู้สึกของหร่วนเจียอี แล้วหลังจากนั้นหร่วนเจียอีจึงทำทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือซูเยว่หรู รวมถึงช่วยให้ซูเยว่หรูมีช่องทางในการหาเงินจนกลายเป็นสตรีที่มีความร่ำรวยไม่ต้องคอยมองสีหน้าของบิดาของตนเองอีกต่อไป

“เจ้าวางใจเถิด ถึงอย่างไรนางก็ยังเป็นคู่หมายของข้า ข้าจะไม่ปล่อยให้นางต้องเผชิญหน้ากับการกลั่นแกล้งของบรรดาสตรีในเรือนหลังอย่างเด็ดขาด” เมื่อซูเยว่ฉางเอ่ยออกมาเช่นนี้ซูเยว่อิงก็พยักหน้าแล้วเอ่ยกับเขาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม

“ท่านรีบไปเถิด ไม่ต้องเป็นห่วงข้า หลังจากนี้ข้าจะพักผ่อนให้ดีวันรุ่งขึ้นจะได้มีแรงไปรอฟังเรื่องของท่านและพี่หญิงหร่วน” คำพูดของนางทำให้ซูเยว่ฉางส่ายหน้าแต่เมื่อคิดถึงสตรีที่เขาเคยรู้สึกดูแคลนว่าทั้งเนื้อทั้งตัวเต็มไปด้วยกลิ่นเงินแล้วเขาก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ ช่วงนี้ไม่ว่าจะขยับตัวทำสิ่งใดล้วนต้องใช้เงิน แม้แต่หมึกและกระดาษก็ยังต้องใช้เงิน แล้วเขาถือดีอย่างไรไปรังเกียจคนหาเงิน

“เช่นนั้นข้าไปล่ะ เจ้าก็พักผ่อนให้ดีเถิด” เมื่อเอ่ยจบซูเยว่ฉางก็ขยับกายลุกขึ้นสั่งให้หานผู่รับกล่องเครื่องเขียนจากซูเยว่อิงแล้วเดินออกจากเรือนจื่อเถิงของซูเยว่อิงด้วยจิตใจที่ผ่อนคลายขึ้น

น้องสาวของเขาไม่เพียงปลอดภัยดี แถมยามนี้ยังมีความคิดเป็นห่วงไปถึงคู่หมายที่ยังไม่ทันจะได้แต่งเข้าจวนของเขาอีกด้วย ซูเยว่อิงที่เป็นเช่นนี้ทำให้ความห่วงใยและความกังวลของเขาพลันสลายไป ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก่อนที่นางจะตกลงไปในสระน้ำ ขอแค่นางไม่ได้รับอันตรายจนถึงชีวิตเขาก็พึงพอใจแล้ว หลังจากนี้เขาในฐานะที่เป็นพี่ชายตั้งใจว่าจะดูแลนางให้ดี จะไม่ปล่อยให้นางได้รับอันตรายเช่นนี้อีก

“เจ้ามานี่สิ” ซูเยว่อิงเอ่ยพลางกวักมือเรียกสาวใช้ที่อยู่รอรับใช้อยู่ไม่ไกลให้เข้ามาหา เมื่อพวกนางมาถึงแล้วซูเยว่อิงมอบเงินให้พวกนางคนละหนึ่งตำลึงแล้วเอ่ยออกมาเสียงเบา

“พวกเจ้าสองคนไปสังเกตสถานการณ์ในงานเลี้ยงให้ข้า คนหนึ่งจับตามองคุณชายใหญ่ ส่วนอีกคนจับตามองคุณหนูรอง จงจำเอาไว้ว่าห้ามคลาดสายตาอย่างเด็ดขาดแล้วหลังจากนั้นก็กลับมาเล่าให้ข้าฟัง ยิ่งละเอียดมากเท่าไรพวกเจ้าทั้งสองก็จะได้รับเงินมากขึ้นเท่านั้น จงจำเอาไว้ว่าอย่าทำสิ่งใดโดยพลการแค่จับตามองให้ข้าเพียงอย่างเดียว”

“เจ้าค่ะ” เมื่อสาวใช้ทั้งสองขานรับแล้วซูเยว่อิงก็โบกมือไล่พวกนางหลังจากนั้นนางจึงมอบเงินอีกหนึ่งตำลึงให้แก่หานถิง

“ขอบใจเจ้ามากที่ช่วยดูแลข้าเป็นอย่างดี เงินนี่คือรางวัล ต่อไปหากเจ้าแสดงให้เห็นแล้วว่าภักดีแค่เพียงข้า ข้าสัญญาว่าจะไม่ปล่อยให้เจ้าต้องขาดแคลนเงินทอง”

“เจ้าค่ะ บ่าวจะจงรักภักดีแค่เพียงคุณหนู ไม่มีทางที่บ่าวจะหักหลังคุณหนูอย่างเด็ดขาด” คำพูดของหานถิงทำให้ซูเยว่อิงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ

“หานเซียงกล้าทรยศหักหลังข้า หากนางกล้ากลับมาอีกเจ้าก็ให้คนจับตัวของนางเอาไว้ให้ข้า ข้ารับรองได้เลยว่าจะมีรางวัลตอบแทนเจ้าอย่างแน่นอน” เมื่อซูเยว่อิงเอ่ยออกมาเช่นนี้หานถิงก็รีบขานรับอีกครั้ง

“มาช่วยประคองข้ากลับเข้าห้องไปพักผ่อนเถิด ข้าอยากจะนอนแล้ว” เมื่อซูเยว่อิงเอ่ยออกมาเช่นนี้หานถิงก็รีบเข้ามาประคองนางแล้วพานางเข้าไปในห้องนอน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel