บทที่ 3 ความสงสัยของพี่ชาย
‘ดี! ในเมื่อนิยายเรื่องนี้คนทำดีต้องได้ดี ส่วนคนชั่วมักจะต้องตายอย่างอนาถ ถ้าอย่างนั้นข้าก็ผลักดันให้พวกเจ้ากลายเป็นคนชั่วที่สุดในนิยายเรื่องนี้ แล้วหลังจากนั้นพวกเราลองมาดูกันว่าใครกันแน่ที่จะต้องตาย’ ซูเยว่อิงคิดแค้นเคืองอยู่ในใจ แต่แล้วนางก็รู้สึกยินดีเมื่อเห็นว่าทั้งบิดาและพี่ชายของร่างนี้มาถึงขอบสระแล้ว
“ช่วยด้วย ช่วยข้าด้วย” เมื่อเอ่ยจบนางก็แสร้งจมลงไปในน้ำเป็นครั้งสุดท้ายทิ้งร่างลงไปใต้สระน้ำที่ทั้งลึกและขุ่นมัว โชคดีที่ยามนี้ไม่ใช่หน้าหนาวไม่เช่นนั้นนางที่กำลังแสร้งจมน้ำมานานถึงขนาดนี้คงได้กลายเป็นผีเฝ้าสระเพราะความหนาวเย็นแน่ๆ
คนที่กระโดดลงมามีทั้งซูเหวินจางผู้เป็นบิดาและซูเยว่ฉางผู้เป็นพี่ชาย คนทั้งสองช่วยกันพาร่างของนางขึ้นจากสระน้ำ สภาพร่างกายอันเปียกปอนของนางทำให้ซูเหวินจางรีบนำเสื้อคลุมของตนเองมาคลุมร่างของนางเอาไว้ ซูเยว่อิงก้มหน้าลงแสร้งไอแล้วคายน้ำออกมาท่าทางที่เต็มไปด้วยความอ่อนแอของนางเรียกความสงสารจากบิดาและพี่ชายได้เป็นอย่างดี
“เกิดอะไรขึ้นเหตุใดเจ้าจึงได้ตกลงไปในสระน้ำได้” คำถามของพี่ชายทำให้ซูเยว่อิงเงยหน้าขึ้นมาแล้วหันไปมองกู้หมิงและซูเยว่หรูด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยการตัดพ้อ คนทั้งหมดต่างก็หันไปตามสายตาของนางทำให้ซูเยว่หรูรีบเอ่ยออกมาในทันที
“พี่หญิง หลังจากข้าและท่านแยกกันหลังจบมื้ออาหารกลางวันในห้องโถงพวกเราก็ยังไม่ได้พบหน้ากันอีกเลยนะเจ้าคะ” คำพูดของซูเยว่หรูทำให้ซูเยว่อิงยิ้มออกมาอย่างเย้ยหยันกู้หมิงที่ยืนอยู่ด้านข้างของซูเยว่หรูรีบเอ่ยวาจาปกป้องนางในทันที
“คุณหนูรองเดินหมากกับข้าอยู่ในสวนตลอดทั้งบ่ายไม่มีทางทำให้คุณหนูใหญ่ตกลงมาในสระน้ำได้แน่” เมื่อกู้หมิงเอ่ยออกมาเช่นนี้ซูเยว่อิงก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอันสั่นพร่าในทันที
“ข้าได้เอ่ยออกมาแล้วหรือยังว่านางคือคนที่ทำให้ข้าตกน้ำ เหตุใดพวกท่านสองคนจึงได้ร้อนรนรีบแก้ตัวออกมาเช่นนี้” คำพูดของซูเยว่อิงทำให้สายตาทุกคู่ต่างก็จ้องมองกู้หมิงและซูเยว่หรูอย่างระแวงสงสัย ซูเยว่หรูรีบเงยหน้าขึ้นไปมองกู้หมิงเพื่อขอความช่วยเหลือในทันที
“ว่าแต่คุณหนูใหญ่ท่านตกลงไปในน้ำได้อย่างไร เท่าที่ข้ารู้สระน้ำแห่งนี้ไม่ใช่สถานที่ที่คุณหนูใหญ่เช่นท่านควรจะมามิใช่หรือ” คำถามของเขาทำให้ซูเยว่อิงขยับเสื้อคลุมมาห่มร่างของตนเองเอาไว้จนถึงคอแล้วเอ่ยกับเขาออกมาตามตรง
“เดิมทีข้าตั้งใจว่าจะชวนซื่อจื่อมาขี่ม้าด้วยกัน แต่จนใจที่ท่านไม่ยอมมาสาวใช้ที่ข้าให้ไปตามท่านก็หายเข้ากลีบเมฆ ข้าจึงได้เดินเล่นมาเรื่อยๆ พลางคิดทบทวนอยู่ในใจว่าสงสัยเรื่องงานหมั้นระหว่างสองสกุลคงจะไม่ใช่ข้าเสียแล้วที่จะได้เป็นคู่หมายของท่าน เมื่อครู่นี้ตอนที่ข้าร้องขอความช่วยเหลืออยู่กลางสระแล้วเห็นพวกท่านยืนเคียงคู่กันจ้องมองข้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเย็นชาข้าก็รู้แล้วว่าข้าคงจะเข้าไปแทรกกลางระหว่างพวกท่านไม่ได้” ซูเยว่อิงหลีกเลี่ยงที่จะเอ่ยถึงเรื่องที่นางตกลงไปในสระแต่กลับพูดถึงเรื่องการหมั้นหมายเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของผู้อื่น และก็เป็นเช่นนั้นคำพูดของนางสามารถดึงดูดความสนใจของทั้งกู้หมิงและซูเยว่หรูได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“หมายความว่าเจ้ายินดีที่จะให้ข้าและเยว่หรูได้หมั้นหมายและแต่งงานกันแล้วใช่หรือไม่” คำพูดของเขาทำให้ซูเยว่อิงยิ้มออกมา
“ข้าย่อมยินดีที่จะไม่ต้องหมั้นหมายกับท่าน แต่พวกท่านจะได้หมั้นหมายและแต่งงานกันหรือไม่ก็ไม่ใช่เรื่องของข้าแล้ว” เมื่อเอ่ยจบนางก็แสร้งบีบน้ำตาออกมาอีกครั้งแล้วเอ่ยกับบิดาของตนเองด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“ท่านพ่อข้าอยากจะกลับเรือนแล้ว” เมื่อนางเอ่ยจบซูเหวินจางก็พยักหน้าแล้วหันไปสั่งสาวใช้ที่ยืนอยู่บริเวณนั้นให้มาช่วยกันประคองนางกลับเรือน ส่วนตัวเขาหันไปเผชิญหน้ากับซื่อจื่อจวนอิงกั๋วกงและบุตรสาวที่ถือกำเนิดจากอนุของเขา
ฮูหยินของเขาล้มป่วยและเสียชีวิตไปหลังจากที่เขาพลาดพลั้งทำสตรีผู้หนึ่งตั้งครรภ์จนต้องรับสตรีนางนั้นเข้าจวนมาเป็นอนุ เขาเชื่อมาโดยตลอดว่าหากไม่ใช่เพราะเขารับสตรีนางนั้นเข้าจวนมา ฮูหยินของเขาก็คงจะไม่ตรอมใจจนล้มป่วยแล้วตายจากเขาและลูกทั้งสองไปเช่นนี้ ดังนั้นหลายปีมานี้เขาจึงทนมองเห็นสองแม่ลูกจากเรือนอนุคู่นั้นไม่ได้
ยามนี้ลูกอนุผู้นั้นไม่เพียงอาศัยความโปรดปรานจากฮูหยินผู้เฒ่ามาแย่งชิงสัญญาการหมั้นหมายของบุตรสาวที่เขารักเพียงเท่านั้น นางยังกล้ายืนจ้องมองสภาพย่ำแย่ของซูเยว่อิงโดยไม่คิดจะช่วยเหลืออีก
“นางลูกไม่รักดี! พี่สาวกำลังจะจมน้ำตาย แต่เจ้ากลับไม่มีความคิดจะช่วยเหลือ” เมื่อซูเหวินจางเอ่ยออกมาเช่นนี้ซูเยว่หรูก็พลันรู้สึกว่าตนเองกำลังได้รับความไม่เป็นธรรมจากบิดาอีกครั้ง ทั้งๆ ที่ซูเยว่อิงวางแผนจะวางยาเพื่อทำลายชื่อเสียงของนางแต่ยามนี้กลับเป็นนางที่กำลังถูกบิดาตำหนิ
“ท่านพ่อเป็นพี่หญิงที่...” ในขณะที่ซูเยว่หรูกำลังจะพูดแก้ต่างให้แก่ตนเองแต่กู้หมิงกลับส่ายหน้าห้ามปรามนาง ใช่แล้วยามนี้นางไม่มีหลักฐานเมื่อครู่นี้ตอนที่พาคนกลุ่มหนึ่งมาที่คอกม้าก่อให้เกิดความสงสัยจากผู้คนมากมาย แถมนางยังจงใจโวยวายว่าซูเยว่อิงหายตัวไปอยากให้ทุกคนช่วยกันตามหา หากยามนี้นางพูดถึงเรื่องการวางยาขึ้นมาจะไม่ใช่นางที่เป็นเหยื่อ แต่คนที่เป็นเหยื่อในวันนี้ก็คือซูเยว่อิงต่างหาก
“ต้องขออภัยท่านแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน วันนี้ที่จวนของข้าเกิดเรื่องจนทำให้ทุกท่านได้รับความตื่นตระหนก ดังนั้นในงานเลี้ยงค่ำคืนนี้ข้าจะขอชดเชยต่อพวกท่านด้วยเหล้าเจี้ยนหนานชุนของหอสุราเผิงไหล ยังมีอาหารเลิศรสจากพ่อครัวใหญ่ของภัตตาคารเหม่ยสือ ข้าขอเชิญทุกท่านมาร่วมเฉลิมฉลองด้วยกัน” เมื่อซูเหวินจางเอ่ยออกมาเช่นนี้ทุกคนก็ต่างขานรับ คนที่พยายามประจบประแจงก็พยายามพูดจายกยอเขา ส่วนคนที่ตั้งใจมาดูเรื่องสนุกพอเห็นว่าไม่มีอันใดแล้วก็หันหลังกลับไปหาความสำราญในงานเลี้ยงของจวนต่อ
กู้หมิงส่งสายตาปลอบโยนไปให้ซูเยว่หรูท่ามกลางผู้คน ท่าทีของคนทั้งคู่ทำให้หลายคนต่างคาดเดาได้ว่านางจะได้เป็นว่าที่ฮูหยินของซื่อจื่อจวนอิงกั๋วกง จึงตั้งใจว่าจะเข้าไปประจบประแจงนาง แต่กู้หมิงกลับไม่สนใจสายตาของผู้อื่นเอ่ยกับนางว่าต้องการจะเดินหมากกับนางต่อแล้วหลังจากนั้นคนทั้งคู่ก็เดินจากไปทิ้งให้ผู้คนมองการทำตัวสนิทสนมอย่างเกินความพอดีของคนทั้งคู่ โดยที่พวกเขาไม่คิดจะสนใจคำครหาของคนเหล่านั้นเลย
ท่าทีของคนทั้งคู่ทำให้ซูเยว่ฉางเม้มปากแน่น เรื่องที่น้องสาวของเขาตกน้ำไม่ใช่เรื่องที่สามารถปล่อยผ่านไปได้และเขามีข้อสงสัยมากมายที่ต้องการสอบถาม เพียงแต่ยามนี้น้องสาวของเขาคงจะได้รับความตื่นตระหนกมากจนเกินไปแล้วเขาจึงตั้งใจว่ารอให้นางหายตกใจก่อนแล้วจึงค่อยไปสอบถามนาง ก่อนที่จะตกลงไปในสระน้ำเกิดเรื่องใดขึ้นกับนางกันแน่
