บท
ตั้งค่า

เล่าความจริง

บทที่3 เล่าความจริง

“ไม่จริงเจ้าค่ะ! เช่นนั้นข้าจะเล่าตั้งแต่ที่ท่านพ่อนำอนุหน้าไม่อายเข้ามาในบ้าน ความสุขสงบของข้ากับท่านแม่ก็ไม่เหลืออีกเลย ท่านพ่อคงเข้าใจว่าข้าอยู่อย่างสุขสบาย แต่ข้ากลับถูกใช้เยี่ยงทาส แม้กระทั่งเงินเดือนที่ท่านพ่อส่งให้ข้า ข้าไม่เคยได้รับแม้แต่สลึงเดียว ท่านคิดดูว่าบุตรสาวคนโตของท่านอยู่อย่างยากลำบากเพียงใด”

“ไม่จริง! ข้าสั่งให้สาวใช้นำเงินไปให้เจ้าทุก ๆ เดือน เจ้าจะมาบอกว่าขัดสน เป็นไปไม่ได้!” บิดาตะคอกเสียงแข็ง

บิดาลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางดุดัน เฟิ่งจูที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กลัวว่าความจริงจะเปิดเผย จึงรีบพูดขัดขึ้นมากะทันหัน

“ท่านพ่อ...ช่างเถิดเจ้าค่ะ ครั้งนี้ข้าไม่ถือสาพี่สาว อย่างไรเสียนางก็คือพี่สาวของข้า”

บิดาถอนหายใจและบ่นในใจว่าบุตรสาวคนเล็กนั้นใจดีเกินไป ไม่เหมือนพี่สาวคนโตที่เอาแต่สร้างเรื่อง

“เอาล่ะ ซูเหยา ข้าจะไม่ลงโทษเจ้า กลับไปที่พักของเจ้าเสียเถิด” บิดากล่าวโดยไม่มองและสบตาซูเหยา มีแต่ฝ่ามือที่โบกให้ออกไป

แต่ซูเหยาไม่ยอมแพ้ นางยืนยันว่าจะไม่ไปไหน แม้น้องสาวจะไม่ถือสา แต่นางถือสา นางจึงเอ่ยให้บิดาไปดูที่พักที่นางอาศัยอยู่ แต่เฟิ่งจูก็ลุกขึ้นยืนพูดขัดอีกครั้ง

“ท่านพ่อ...พี่สาวชอบโกหก ที่พักนางนั้นสวยมาก ของตกแต่งด้านในก็ล้วนราคาสูง ท่านพ่ออย่าไปเลยเจ้าค่ะ”

เมื่อเฟิ่งจูกล่าวจบ บิดาก็เริ่มอยากรู้แล้วว่าความจริงเป็นอย่างไรกันแน่ แต่ทว่าน้องสาวนั้นเกาะแขนบิดาแน่นเหมือนปลิงไม่ยอมปล่อย ซูเหยาเห็นแล้วขัดตายิ่งนัก จึงเดินเข้าไปแล้ว ผลักไหล่น้องสาวล้มลงกับพื้น

“โอ๊ย...พี่สาว! ข้าเจ็บนะ!”

“ซูเหยา! เจ้าชักจะเหิมเกริมมากขึ้นแล้ว!” บิดากำลังจะยกแขนขึ้นตบซูเหยา แต่ซูเหยาหลบทัน จึงตบไปโดนหน้าเฟิ่งจูแทน

ปัง!

“เฟิ่งจู! ลูกเจ็บมากหรือไม่? พ่อไม่ได้ตั้งใจ”

บิดารีบประคองน้องสาวขึ้นมาพร้อมส่งแววตาดุดันมาที่ซูเหยา ซูเหยาจึงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “หากเรื่องนี้ข้าแพร่งพรายออกไปว่าน้องสาวรังแกข้า ผู้คนจะมองท่านอย่างไร ถึงได้ลำเอียง ทั้ง ๆ ที่ข้าเป็นบุตรสาวภรรยาหลวง ท่านพ่อทำไมถึงปฏิบัติกับลูกไม่เท่าเทียมกัน!”

ประจานต่อหน้าสาธารณะ

ทันใดนั้น ซูเหยาก็รีบออกไปหน้าจวนตระกูลซาน เรียกชาวบ้านทุกคนให้เข้ามาฟังสิ่งที่นางจะเล่าทั้งน้ำตา

“ฮือ ๆ ๆ...เหตุใดหนอข้าถึงช่างอาภัพ แม้แต่ท่านพ่อก็ลำเอียงกับข้า ปล่อยให้น้องสาวทำร้ายร่างกายมานานหลายปี ดูสิทุกท่าน รอยแผลที่แขนทั้งแผลเก่าแผลใหม่ยังไม่หายดีเลย ส่วนเสื้อผ้าพวกนี้ก็เป็นเสื้อผ้าเก่า ๆ ทุกท่านดูเอาเถิด ข้าเป็นถึงคุณหนูตระกูลซาน แต่กลับถูกรังแกเช่นนี้ ช่างไม่สมเหตุสมผลเลย” ซูเหยาร้องไห้สะอึกสะอื้นเพื่อให้ทุกคนเห็นใจ

“แย่มากตระกูลซาน! ลูกอนุดีกว่าลูกเมียหลวง!”

“ใช่ ๆ ไม่คิดว่าลูกอนุจะต่ำตมเช่นนี้!”

“หึ นางก็ไม่ได้สวยมากนัก ไม่มีราศีความเป็นคุณหนูเลยสักนิด ก็อย่างว่าแหละ แม่นางนั้นหน้าด้านเหลือทน กล้ามาทำลายความสัมพันธ์ครอบครัว หึ...หึ”

บิดาและเฟิ่งจูได้ยินคำครหา ถึงกับแก้ตัวไม่ทัน เพราะชาวบ้านได้พูดแทนซูเหยาไปหมดแล้ว การประจานครั้งนี้ทำให้สองพ่อลูก อับอายขายหน้า จนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน

“หยุดได้แล้ว! ว่างนักรึที่มาวิจารณ์ข้ากับลูกสาว...มันไม่ใช่เรื่องจริง!” บิดาโมโห ไล่ชาวบ้านกลับไป แต่ก็ไม่วายมีคำพูดนินทาต่อเนื่อง

ข้อเสนอการแต่งงาน

บิดาจึงหันมาต่อว่าซูเหยาบุตรสาวคนโต พร้อมตำหนินางให้ชาวบ้านทุกคนได้ยินไปเลย

“นางลูกเนรคุณ! ทำให้ข้าอับอายนัก! ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าจะให้เจ้า แต่งงานออกเรือน ไปเสีย ข้าจะหาเจ้าบ่าวให้ หากเจ้าขัดขืน ข้าจะทำลายป้ายวิญญาณของแม่เจ้า! หึ!”

พูดจบ บิดาก็เดินกลับเข้าไปที่พักพร้อมเฟิ่งจู ส่วนซูเหยาที่รู้ว่าตนจะได้แต่งงานก็ดีใจจน ยิ้มแก้มป่อง

จะได้หลุดออกจากนรกเสียที!

แล้วเหตุใดนางถึงดีใจ? ก็เพราะว่าในชาติก่อน บิดาบังคับให้นางแต่งกับชายยากจน แต่หารู้ไม่ว่าชายยากจนผู้นั้นกลับเป็นถึง ฝ่าบาท ซูเหยาในชาติก่อนแต่งงานได้เพียงสามวันก็ถูกน้องสาวฆ่าตาย คนสุดท้ายที่เศร้าเสียใจก็คือฝ่าบาทที่เฟิ่งจูมองว่าต่ำต้อย

“คุณหนูเจ้าคะ...คุณหนูคิดอะไรอยู่เจ้าคะ?” จ้าวจ้าวเรียกซูเหยาสองรอบแต่นางไม่ได้ยิน จึงเรียกอีกรอบเป็นครั้งที่สาม

ทันใดนั้น ซูเหยาจึงสะดุ้งตัวเล็กน้อย

“ว่าอย่างไรหรือ?”

“เข้าไปด้านในเถิดเจ้าค่ะ”

หลังจากนั้น ซูเหยาก็กลับไปยังที่พัก เก็บข้าวของเก่ากองกันไว้เพื่อจะ เผาให้มอดไหม้ ทิ้งสิ่งไม่ดีไว้ก่อนที่จะออกเรือน ขณะที่นางจะไปเปิดตู้เสื้อผ้าที่มารดาเก็บไว้ให้ กลับเจอแต่ความว่างเปล่า

“หายไปไหน?” นางบ่นพลาง ๆ นึกไปนึกมา นางก็สงสัยว่าเป็นฝีมือของน้องสาวตัวร้ายแน่ ๆ

“จ้าวจ้าว ตามข้ามา!”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel