บทที่ 7
มินนี่แสยะยิ้มอย่างร้ายกาจ “เธอเห็นโพสต์ของฉันแล้วใช่ไหมล่ะ? นึกว่าจะยังแกล้งทำตัวสูงส่งต่อไปซะอีก ตอนก่อนอยากให้ฉันตายแทบขาดใจ แต่ตอนนี้กลับยอมทุกอย่างเพื่อจะได้แต่งเข้าตระกูลโกราโย”
ลุลาจ้องสร้อยที่แกว่งอยู่ในมือของมินนี่ไม่ละสายตา
เธอจิกเล็บลงในฝ่ามือแน่น ก่อนจะกัดฟันพูด “เอาสร้อยของฉันคืนมา!”
มินนี่ขยับมันออกไปนอกขอบหน้าต่างมากขึ้น “ถ้าอยากได้คืน ก็ไปคุกเข่ากราบฉันสิ ยอมรับมาว่าเธอเป็นพวกเสแสร้งน่าสมเพช”
“ไม่มีวัน!” ลุลาสั่นไปทั้งตัวด้วยความโกรธ “อย่าบีบฉันให้เกินไปนะ มินนี่!”
มินนี่หัวเราะอย่างเย็นชา “นี่เพิ่งรู้เหรอว่าฉันบีบเธอได้ไกลแค่ไหน? นิสัยดื้อหัวแข็งของเธอที่ไม่ยอมก้มหัวให้ใครนี่แหละที่ฉันเกลียดที่สุด ถ้าตอนนั้นเธอยอมคุกเข่า ฉันก็คงไม่ตามเล่นงานเธอเป็นปี ๆ แบบนี้
เธอก็เห็นแล้วนี่ว่าฉันสำคัญกับคิรันแค่ไหน เอาแบบนี้ไหม—คลานมากราบขอความเมตตาจากฉัน ฉันไม่แค่คืนสร้อยให้ แต่จะช่วยให้เธอยืนในตระกูลโกราโยได้อย่างมั่นคงด้วย”
“ฉันไม่คุกเข่า!” ลุลากำหมัดแน่น เดินเข้าหามินนี่ทีละก้าวอย่างไม่ลังเล “ที่ผ่านมาเธอทำลายฉันไม่ได้ ต่อไปก็ไม่มีวันทำได้ ฉันจะไม่มีวันก้มหัวให้คนต่ำทรามอย่างเธอ!”
“เธอ—” มินนี่หัวเราะอย่างหงุดหงิด “งั้นก็ดี ในเมื่อไม่อยากได้สร้อย งั้นก็ทิ้งมันไปซะเลยแล้วกัน!”
นิ้วของมินนี่สะบัดลง แสงเงินวาบขึ้น สร้อยหลุดจากมือแล้วร่วงลงอย่างรวดเร็ว
“เอาคืนมานะ!” ลุลาตะโกน พลางพุ่งตัวไปคว้า
แต่เธอช้าเกินไป
สร้อยร่วงลงจากความสูงกว่าสิบชั้นต่อหน้าต่อตา
ดวงตาของเธอแดงก่ำทันที
เธอหันตัวจะวิ่งลงไปข้างล่าง แต่มินนี่คว้าเสื้อเธอไว้แน่น ดึงรั้งไม่ให้ไป
อีกฝ่ายทำเสียงเหมือนจะร้องไห้ “ฉันขอโทษนะลุลา ฉันจะไม่เข้าใกล้คิรันอีกแล้ว ได้โปรดอย่าผลักฉันลงไป…”
ในขณะเดียวกัน เสียงตะโกนโกรธเกรี้ยวก็ดังขึ้นจากด้านหลัง “ลุลา เธอทำอะไรอยู่!”
มือหนึ่งคว้าข้อมือของลุลาไว้แน่น บีบแรงจนแทบกระดูกแหลก
วินาทีถัดมา เธอก็ถูกเหวี่ยงออกไป
ก้นกบกระแทกพื้นอย่างแรง
ใบหน้าซีดเผือดจากความเจ็บ เหงื่อไหลท่วมแผ่นหลัง
คิรันกับอาเธอร์รีบวิ่งไปหามินนี่ มองตรวจดูเธออย่างร้อนใจ “มินนี่ เป็นอะไรไหม?”
มินนี่ร้องไห้อย่างอ่อนแอ “ขอโทษนะ ทั้งหมดเป็นความผิดของฉัน คิรัน ต่อไปเราควรเลิกติดต่อกัน…”
“พูดอะไรของเธอ?” คิรันดึงมินนี่เข้ามากอด “ไม่ต้องกลัวนะ ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอต้องทนอยู่คนเดียวแบบนี้หรอก”
พูดจบ เขาก็หันไปมองลุลา ดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธเดือดพล่าน “ฉันไม่อยากเชื่อเลยนะว่าผ่านมาตั้งกี่ปีแล้ว เธอยังตามรังแกมินนี่อยู่อีก ลุลา!”
ใบหน้าของลุลาไร้สีเลือดจากความเจ็บ เหงื่อซึมเต็มหน้าผาก เสียงสั่นเครือ “ฉันไม่ได้… เธอเป็นคนโยนสร้อยฉัน แล้วฉัน—”
“พอได้แล้ว!” คิรันตะคอกตัดบท เขาจ้องเธอด้วยแววตาผิดหวัง “ขนาดตอนนี้เธอยังจะหาข้อแก้ตัวอีก มินนี่ออกจะอ่อนโยน ขี้อาย จะไปกลั่นแกล้งใครได้ยังไง? คนผิดคือเธอ! คนอื่นรังแกเธอ แล้วเธอก็มาลงกับมินนี่!”
ลุลาตาเบิกกว้าง ทุกอย่างเหมือนเชื่อมต่อเข้าด้วยกันในวินาทีนั้น “ฉันไม่ได้! เธอต่างหากที่รังแกฉัน เธอทำกับฉันมาตลอด—”
เพียะ!
ฝ่ามือฟาดลงบนใบหน้าของเธออย่างแรงก่อนที่เธอจะพูดจบ
แก้มขวาชาไปทั้งแถบ รสเลือดคาวโลหะเอ่อขึ้นเต็มปาก
“เธอยังไม่ยอมสำนึกอีกเหรอ!” ความโกรธและความรังเกียจลุกโชนอยู่ในดวงตาคมของคิรัน “ถ้าไม่สั่งสอนตอนนี้ ใครจะไปรู้ว่าเธอจะทำอะไรอีก วันนี้กล้าผลักคนตกหน้าต่าง พรุ่งนี้จะไปฆ่าคนเลยหรือไง!”
เขากับอาเธอร์คว้าข้อมือเธอคนละข้าง แล้วลากเธอออกจากห้อง
“พวกนายจะทำอะไร!” ความหวาดกลัวถาโถมขึ้นในใจลุลา ใบหน้าซีดเผือดขณะดิ้นรนสุดแรง
ไม่มีใครตอบ
ไม่ว่าเธอจะขัดขืนแค่ไหน คิรันกับอาเธอร์ก็ยังลากเธอไปข้างหน้าเงียบ ๆ กรามที่ขบแน่นเต็มไปด้วยความโกรธ
ก่อนจะถูกลากออกไปจากห้องผู้ป่วย ลุลาเหลียวกลับไปมองเป็นครั้งสุดท้าย
สายตาของเธอประสานกับมินนี่
ในนั้นมีทั้งความเย้ยหยัน ความโหดร้าย และชัยชนะ
