บทที่ 3
เมื่อรู้ว่ากำลังจะไปในที่อันตราย ลุลาจึงตัดสินใจจัดงานศพให้มารีอย่างสมเกียรติ
เธอซื้อจี้ใส่อัฐิ ใส่ปอยผมของมารีกับเถ้ากระดูกเล็กน้อยไว้ข้างใน แล้วนำส่วนที่เหลือไปฝังที่สุสาน
เธอคุกเข่าอยู่หน้าหลุมศพ มือกำจี้แน่นแนบอก “ยายไม่ต้องห่วงนะ ลุลากำลังจะไปทำในสิ่งที่อยากทำมาตลอด แล้วลุลาจะดูแลตัวเองให้ดี”
ตอนที่ลลากลับมาถึงวิลล่า ก็เป็นช่วงพลบค่ำแล้ว
ทันทีที่ก้าวเข้าไป เธอก็ได้ยินเสียงหัวเราะดังมาจากห้องนั่งเล่น
เธอชะงักไปทันที และคิรันก็เห็นเธอในเสี้ยววินาทีนั้น
เขาเดินเข้ามาหา แล้วดึงเธอเข้าไปใกล้ “มา เดี๋ยวฉันแนะนำเพื่อนสองคนให้รู้จัก”
ชายหนึ่งหญิงหนึ่งลุกขึ้นจากโซฟา หันมามองเธอ ในดวงตามีประกายบางอย่างที่ดูเหมือนจะเล่นสนุก…แต่แฝงความร้ายลึก ๆ
พวกเขาคือ มินนี่ และ อาเธอร์
ลุลาไม่อาจหยุดแรงสั่นสะท้านในร่างกายได้
มันเป็นปฏิกิริยาตามสัญชาตญาณทุกครั้งที่เธอต้องเผชิญหน้ากับมินนี่
คิรันพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริง “มินนี่เป็นเพื่อนสมัยเด็กของฉัน ส่วนอาเธอร์เป็นน้องชายฝาแฝด พวกเขาเพิ่งกลับมาจากเรียนต่างประเทศ แล้วก็กลับมาทันงานแต่งของเราพอดี”
มินนี่ยกมือโบก พร้อมรอยยิ้มหวาน “ลุลากับฉันรู้จักกันนะ เราเคยเป็นรูมเมตกันตอนมหาลัย”
เธอก้าวเข้ามาเกี่ยวแขนลุลา แล้วกระซิบข้างหู “ใช่ไหมลุลา?”
ภาพความทรงจำถาโถมเข้ามาในหัวของลุลาอย่างรุนแรง ทุกครั้งที่มินนี่รังแกเธอเสร็จ จะโน้มตัวเข้ามากระซิบข้างหู “ก็แค่เล่นสนุกกันระหว่างรูมเมตเองไง ใช่ไหมลุลา?”
ลุลาสะดุ้งเหมือนถูกไฟช็อต แล้วผลักมินนี่ออกไป
อีกฝ่ายล้มลงกับพื้น ใบหน้าเต็มไปด้วยความใสซื่อเหมือนถูกทำร้าย “ลุลา เธอยังไม่ชอบฉันอีกเหรอ? ฉันแค่อยากเข้ากับเธอให้ได้นะ”
สีหน้าของทั้งคิรันและอาเธอร์มืดลงทันที
คิรันรีบเข้าไปพยุงมินนี่ขึ้น สายตาที่มองลุลากลายเป็นเย็นชา
ขณะที่อาเธอร์ขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ “คิรัน คู่หมั้นนายอารมณ์แรงใช่เล่นนะ ยังไม่ได้เข้าบ้านเราด้วยซ้ำ ก็วางท่าซะขนาดนี้แล้ว”
คิรันดึงมินนี่มาไว้ด้านหลัง น้ำเสียงเย็นจัดปนโกรธ “ลุลา ขอโทษเดี๋ยวนี้!”
ลุลาจ้องทั้งสามคน มือกำแน่นอยู่ข้างลำตัว
ภาพที่เธอได้ยินเมื่อคืนผุดขึ้นมาในหัว ทำให้หัวใจเหมือนถูกฉีกออกเป็นแผลสด ๆ เจ็บจนแทบทนไม่ไหว
เธอหันหลังโดยไม่พูดอะไร แล้วก้าวเดินออกไป
ยังเดินไปได้ไม่ถึงสองก้าว มือข้างหนึ่งก็ถูกคว้าอย่างแรงจนแทบเซ
เธอเงยหน้าขึ้น มองเข้าไปในดวงตาของคิรันที่เต็มไปด้วยความเดือดดาล
“ใครอนุญาตให้เธอไป?”
อาเธอร์พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ตระกูลโกราโยเป็นตระกูลใหญ่ที่มีรากฐานมั่นคง เรื่องมารยาทสำคัญมาก นายควรสั่งสอนคู่หมั้นของนายหน่อยนะ คิรัน”
“นายพูดถูก” สายตาของคิรันเย็นเยียบ “ลุลา อีกไม่นานเธอก็จะเป็นคุณผู้หญิงของตระกูลโกราโยแล้ว ต้องระวังคำพูดกับพฤติกรรมให้ดี คิดทบทวนสิ่งที่เธอทำวันนี้ซะ”
เขาลากเธอลงไปที่ชั้นใต้ดิน แล้วผลักเธอเข้าไปในห้องหนึ่ง
ก่อนที่เธอจะตั้งตัวทัน ประตูก็ปิดกระแทกลงอย่างแรง
ประตูถูกปิดสนิท ตัดแสงทุกอย่างออกไปจนหมด
ตอนนั้นเอง ลุลาถึงได้รู้ว่านี่คือห้องมืดสนิทไร้หน้าต่าง
ลมหายใจของเธอเริ่มถี่ขึ้นในความมืดมิดนั้น ความตื่นตระหนกพุ่งสูงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้
เธอทุบประตูไม่หยุด แต่ไม่ว่าจะร้องเรียกแค่ไหน ก็ไม่มีใครตอบ
ความหวาดกลืนกินเธอทั้งตัว
ตอนเรียนมหาวิทยาลัย มินนี่เคยขังลุลาไว้ในห้องมืดสนิท ไม่มีทั้งเสียงและแสงนานถึงสามวัน
เวลาตอนนั้นยืดยาวเหมือนการทรมานที่ไม่มีวันสิ้นสุด
ลุลาเคยสติแตกไปแล้วครั้งหนึ่ง
ตั้งแต่นั้นมา เธอกลัวความมืด และยังเป็นโรคกลัวที่แคบตามมา
หลายปีมานี้ ตอนกลางคืนเธอต้องเปิดไฟไว้ตลอด แม้แต่ตอนนอนก็ยังต้องเปิดไฟ
ช่วงแรก คิรันยังปรับตัวไม่ได้
แต่พอเขารู้ว่าเธอเคยเจออะไรมา เขาก็กอดเธอไว้แล้วปลอบ “ไม่เป็นไรนะ ต่อไปเราจะเปิดไฟนอนกันที่บ้าน ไม่ต้องกลัว”
ตอนแรกเขานอนไม่ค่อยหลับ พลิกตัวไปมา ตื่นง่าย
แต่ทุกครั้งที่เธอเสนอว่าจะลองปิดไฟ เขากลับปฏิเสธ “ลุลา อย่าฝืนตัวเองเลย ฉันปรับตัวได้”
เขารู้ พวกเขาทุกคนรู้
แต่พวกเขาก็ยังเลือกใช้วิธีนี้ลงโทษเธอ เพียงเพราะเธอผลักมินนี่
ลุลาหดตัวอยู่มุมห้อง กอดตัวเองแน่น ร่างกายสั่นเทา ความเจ็บหน่วง ๆ เต้นอยู่ในอก
แน่นอนอยู่แล้ว
ความอ่อนโยนทั้งหมดนั้นเป็นแค่การแสดง
พวกเขาแค่เล่นละครเพื่อหลอกเธอ
แม้แต่ห้องมืดนี้ ก็คงถูกเตรียมไว้เพื่อเธอโดยเฉพาะ
