ตอนที่ 4 หน้ากากที่ถูกกระชาก
ภายในห้องนอนของ หลี่จื่อเหว่ย อบอวลไปด้วยกลิ่นยาสมุนไพรรสขมปี๋ ฮูหยินผู้เฒ่าหลี่นั่งกุมมือหลานสาวอยู่ข้างเตียงไม่ยอมห่าง ใบหน้าที่มีร่องรอยแห่งกาลเวลาเต็มไปด้วยความกังวลและรู้สึกผิดที่ตนเองละเลยหลานสาวคนนี้ไปเสียนาน ในขณะที่เสนาบดีหลี่ได้แต่ยืนเก้ๆ กังๆ อยู่ที่มุมห้อง ไม่กล้าสบสายตาแม่ของตน
เมื่อจื่อเหว่ยค่อยๆ ลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่เธอทำไม่ใช่การตัดพ้อบิดา แต่เป็นการพยายามจะลุกขึ้นมาคำนับท่านย่าด้วยร่างกายที่อ่อนแรง
"ท่านย่า... ลูกหลานอกตัญญู ทำให้ท่านต้องลำบากแล้ว..." เสียงของเธอนั้นแหบพร่าจนแทบเป็นเสียงกระซิบ
"นอนลงเดี๋ยวนี้! เจ้ายังป่วยหนักขนาดนี้จะลุกขึ้นมาทำไม" ฮูหยินผู้เฒ่ารีบประคองให้นางนอนลงตามเดิม "บอกย่ามา จื่อเหว่ย... วันนั้นที่สระบัว เกิดอะไรขึ้นกันแน่? ย่าไม่เชื่อว่าเด็กที่โตมากับย่าจะใจคอเหี้ยมโหดถึงขั้นฆ่าแกงน้องสาวตัวเอง"
จื่อเหว่ยชะงักไป ดวงตาของเธอเริ่มคลอไปด้วยหยาดน้ำตา เธอเหลือบมองไปที่เสนาบดีหลี่ครู่หนึ่งก่อนจะหลบสายตาอย่างหวาดกลัว ท่าทางนั้นทำให้ฮูหยินผู้เฒ่ากริ้วจัด
"ไม่ต้องกลัวบิดาของเจ้า! วันนี้ย่าอยู่ที่นี่ ใครก็รังแกเจ้าไม่ได้!"
จื่อเหว่ยเม้มริมฝีปากจนห่อเลือด ก่อนจะเริ่มเล่าด้วยน้ำเสียงสั่นสะอื้น "วันนั้น... น้องรองชวนลูกไปเดินเล่นที่สระบัว นางบอกว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยเกี่ยวกับท่านแม่... แต่นางกลับพูดว่า... พูดว่าดีแล้วที่ท่านแม่ตายไปเสียได้ เพราะตำแหน่งฮูหยินเอกจะได้เป็นของท่านแม่นางเสียที..."
"บังอาจ!" ฮูหยินผู้เฒ่าทุบโต๊ะเสียงดังสนั่น
"ลูกโกรธจนตัวสั่นเจ้าค่ะ แต่ลูกก็พยายามเดินหนี แต่น้องรองกลับดึงแขนลูกไว้ นางกระซิบบอกลูกว่า... ต่อให้ลูกฟ้องท่านพ่อ ท่านพ่อก็ไม่เชื่อ เพราะท่านพ่อรักนางมากกว่า... จากนั้นนางก็ยิ้มให้ลูก แล้วก็นำมือของลูกไปวางบนไหล่นาง ก่อนจะทิ้งตัวลงน้ำไปพร้อมกับฉุดลูกลงไปด้วย..."
เสนาบดีหลี่ฟังถึงตรงนี้ก็หน้าซีดเผือด "จื่อเหว่ย นี่เจ้าพูดจริงหรือ? แต่รั่วหลานบอกว่าเจ้าผลักนาง..."
"ท่านพ่อเจ้าคะ..." จื่อเหว่ยเงยหน้าขึ้นมองบิดาด้วยสายตาที่แตกสลาย "ลูกอาจจะเป็นคนอารมณ์ร้อน ชอบโวยวาย แต่ลูกเคยโกหกท่านพ่อสักครั้งไหมเจ้าคะ? ที่ลูกต้องทำตัวแข็งกร้าว ก็เพราะถ้าลูกไม่ทำ... จะมีใครในจวนนี้ปกป้องลูกกับดวงวิญญาณของท่านแม่บ้าง?"
คำถามนั้นเหมือนสายฟ้าฟาดกลางใจเสนาบดีหลี่ เขาเริ่มนึกย้อนไปถึงความจริงที่ว่าทุกครั้งที่มีเรื่อง จื่อเหว่ยจะเป็นฝ่ายที่ออกหน้าโวยวายเสมอ ในขณะที่รั่วหลานจะนิ่งเงียบและบีบน้ำตา ซึ่งมันเข้าล็อคกับแผนการที่จื่อเหว่ยเพิ่งเล่ามาทุกประการ
ทันใดนั้นเอง อนุเฟิ่งและหลี่รั่วหลานที่เพิ่งทราบข่าวว่าจื่อเหว่ยฟื้นแล้ว ก็รีบเดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทางอ่อนน้อม
"ท่านแม่ ท่านพี่... จื่อเหว่ยฟื้นแล้วหรือเจ้าคะ? รั่วหลานเป็นห่วงพี่หญิงจนนอนไม่หลับเลย" อนุเฟิ่งเอ่ยเสียงหวาน
แต่ยังไม่ทันที่นางจะเดินถึงเตียง ฮูหยินผู้เฒ่าก็ตวาดขึ้น "หยุดอยู่ตรงนั้น! ใครอนุญาตให้เจ้าเข้ามา!"
รั่วหลานชะงักไป ใบหน้าซีดลงเล็กน้อย นางรีบใช้ทักษะเดิมทันที "ท่านย่า... รั่วหลานผิดไปแล้วเจ้าค่ะ รั่วหลานไม่โกรธพี่หญิงเลยที่ผลักรั่วหลานตกน้ำ รั่วหลานขอโทษแทนพี่หญิงด้วย..."
"หุบปาก!" ฮูหยินผู้เฒ่าลุกขึ้นยืน "เจ้าเด็กคนนี้... ต่อหน้าย่าเจ้ายังกล้าปั้นน้ำเป็นตัว! จื่อเหว่ยเล่าความจริงหมดแล้ว ว่าเจ้าพูดจาดูหมิ่นอดีตฮูหยินเอกและจงใจฉุดนางตกน้ำเพื่อใส่ร้าย!"
รั่วหลานหน้าถอดสี รีบหันไปหาเสนาบดีหลี่ "ท่านพ่อ... ไม่ใช่นะเจ้าคะ พี่หญิงคงจะสับสนเพราะพิษไข้..."
"พอที!" เสนาบดีหลี่ตวาดเสียงต่ำ ความสงสัยที่มีบัดนี้เปลี่ยนเป็นความผิดหวัง "รั่วหลาน... พ่อให้โอกาสเจ้าพูดความจริงเพียงครั้งเดียว"
รั่วหลานตัวสั่นเทา นางมองไปที่จื่อเหว่ยที่บัดนี้กำลังนอนมองนางอยู่บนเตียง... จื่อเหว่ยไม่ได้โกรธแค้น ไม่ได้ด่าทอ แต่กลับส่ง "ยิ้มอ่อนโยน" ที่แฝงไปด้วยความเยือกเย็นมาให้ เป็นยิ้มที่รั่วหลานเคยใช้เยาะเย้ยจื่อเหว่ยในชาติก่อนเป๊ะๆ!
รั่วหลานรู้ทันทีว่า บัดนี้พี่สาวของนางไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป หน้ากากที่นางเคยใช้ บัดนี้ถูกจื่อเหว่ยกระชากออกมาและนำไปสวมแทนได้อย่างแนบเนียนกว่าหลายเท่า
