
บทย่อ
"ชาติก่อนถูกตราหน้าว่านางมาร ตายอย่างอนาถในตำหนักเย็น... ชาตินี้ข้าจะขยี้ดอกบัวขาวด้วยความอ่อนหวาน และทวงคืนบัลลังก์หงส์ให้ย่อยยับ!" หลี่จื่อเหว่ย บุตรสาวสายตรงของเสนาบดีซ้าย ผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นนางมารร้ายเพราะนิสัยดุดัน แข็งกร้าว แต่แท้จริงแล้วเธอทำเพื่อปกป้องตัวเองจากอนุภรรยาและน้องสาวต่างแม่ที่จ้องจะทำลายเธอ ชาติก่อนเธอต้องตายอย่างอนาถในตำหนักเย็น ส่วนลูกสาวเพียงคนเดียวถูกส่งไปแต่งงานกับ "อ๋องทรราช" เพื่อดัดนิสัย เมื่อสวรรค์ให้โอกาสเธอหวนคืนมาในวัย 15 ปี วันที่เธอตกน้ำพร้อมน้องสาว เธอจึงตัดสินใจละทิ้งความเกรี้ยวกราด แล้วใช้ "ความอ่อนหวาน" เป็นอาวุธคืนสนองคนชั่วให้ย่อยยับ
ตอนที่ 1 โดดเดี่ยวในตำหนักเย็น
ความหนาวเหน็บที่เสียดแทงเข้าถึงกระดูกมิใช่เพียงเพราะหิมะที่โปรยปรายลงมานอกหน้าต่างตำหนักที่ผุพัง แต่มันคือความเหน็บหนาวที่กัดกินหัวใจของสตรีผู้หนึ่งซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกขนานนามว่าเป็นบุตรีผู้สูงศักดิ์ที่สุดในเมืองหลวง
หลี่จื่อเหว่ย นอนหายใจรินรินอยู่บนเตียงไม้ไผ่ที่แข็งกระด้าง ร่างกายที่เคยงดงามอ้อนแอ้นบัดนี้ซูบผอมจนเห็นกระดูก ผิวพรรณที่เคยขาวผ่องราวมุกเนื้อดีกลับซีดเซียวและเต็มไปด้วยรอยแผลจากความลำบากในตำหนักเย็นแห่งนี้มาตลอดสามปี
“ฮองเฮา... ฮองเฮาเสด็จ!” เสียงขันทีประกาศก้องด้วยน้ำเสียงแหลมสูงที่คุ้นเคย
ประตูตำหนักเย็นที่ถูกปิดตายมานานถูกผลักออกอย่างแรง แสงสว่างจากภายนอกส่องเข้ามาจนจื่อเหว่ยต้องหยีตาลง สตรีในชุดอาภรณ์สีทองอร่าม ปักลวดลายหงส์ทะยานฟ้าอย่างประณีตเยื้องกรายเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่อ่อนหวาน... รอยยิ้มที่จื่อเหว่ยเคยหลงเชื่อว่ามันคือความจริงใจ
หลี่รั่วหลาน น้องสาวต่างแม่ของเธอ บัดนี้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งฮองเฮาเคียงคู่กับองค์รัชทายาทที่จื่อเหว่ยเคยรักจนหมดหัวใจ
“พี่หญิง ท่านยังไม่ตายอีกหรือ?” รั่วหลานเอ่ยเสียงเบา พลางใช้ผ้าเช็ดหน้าซับจมูกคล้ายรังเกียจกลิ่นอับชื้นในห้อง “ข้าอุตส่าห์นำข่าวดีมาบอก... วันนี้ฝ่าบาททรงมีราชโองการ ให้ส่งตัว ‘อาหลัน’ ลูกสาวของท่านไปแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ที่ชายแดนแล้วนะเจ้าคะ”
หัวใจของจื่อเหว่ยกระตุกวูบ เธอพยายามยันกายลุกขึ้นด้วยแรงทั้งหมดที่มี “เจ้าว่าอะไรนะ... อาหลันยังเด็กนัก... นางเพิ่งจะสิบขวบ...”
“ก็เพราะนางร้ายกาจเหมือนท่านอย่างไรเล่า!” รั่วหลานแผดเสียงขึ้นชั่วครู่ก่อนจะกลับมาแย้มยิ้มตามเดิม “ฝ่าบาททรงตรัสว่า ในเมื่อมารดาเลี้ยงดูจนนางมีนิสัยก้าวร้าว มุทะลุ และอิจฉาริษยาไม่ต่างจากนางมารในตำหนักเย็น ก็ควรส่งไปให้ ‘อ๋องทรราช’ ที่ชายแดนช่วยดัดนิสัยเสียหน่อย บางทีความลำบากอาจจะทำให้ลูกสาวของพี่หญิงรู้สำนึกขึ้นมาบ้าง”
“พวกเจ้ามันสารเลว!” จื่อเหว่ยกรีดร้องออกมาพร้อมกับกระอักเลือดสีดำคล้ำลงบนพื้นเย็นเฉียบ
ความเจ็บปวดจากการถูกหักหลังพุ่งพล่านไปทั่วร่าง ในอดีตเธอมันโง่เขลาที่คิดว่าความร้ายกาจจะปกป้องตนเองได้ เธอแสดงออกอย่างตรงไปตรงมา ตบคือตบ ด่าคือด่า เพราะต้องการปกป้องศักดิ์ศรีของบุตรีสายตรงและมารดาที่ล่วงลับ แต่ความมุทะลุนั้นกลับกลายเป็นอาวุธให้สองแม่ลูกนั่นใช้ทิ่มแทงเธอ รั่วหลานใช้ความอ่อนแอจอมปลอม บีบน้ำตาเรียกร้องความสงสารจากรัชทายาท จนสุดท้ายเขาเห็นจื่อเหว่ยเป็นเพียงสตรีที่น่ารังเกียจ
“พี่หญิง... ชาตินี้ท่านแพ้ข้าแล้ว และจะแพ้ตลอดไป” รั่วหลานกระซิบข้างหูเธอก่อนจะหันหลังกลับอย่างผู้ชนะ
จื่อเหว่ยนอนมองเพดานตำหนักที่ผุพังด้วยดวงตาที่พร่าเลือน ความทรงจำครั้งสุดท้ายคือใบหน้าของลูกสาวที่ร้องไห้โฮขณะถูกลากตัวขึ้นรถม้า และภาพบิดาที่ยืนดูอยู่ห่างๆ โดยไม่แม้แต่จะยื่นมือมาช่วยเพราะเชื่อคำยุยงว่าลูกสาวของเธอคือตัวกาลกิณี
หากชาติหน้ามีจริง... ข้าจะไม่ยอมเป็นนางมารที่โง่เขลาเช่นนี้อีก... ข้าจะฉีกหน้ากากพวกเจ้าด้วยความอ่อนหวานที่พวกเจ้าเคยใช้ฆ่าข้า...
ลมหายใจสุดท้ายของหลี่จื่อเหว่ยขาดช่วงไปพร้อมกับความแค้นที่สลักลึกลงในจิตวิญญาณ
