บทที่ 1.4
“แม่ทัพเว่ยอย่าได้กังวล ไทเฮาเพียงอยากปลอบขวัญฮูหยินน้อยเท่านั้น คราแรกยังคิดจะให้เว่ยฮูหยินเข้าวังไปด้วยแต่เห็นชัดว่าที่นี่กำลังมีเรื่องยุ่ง”
หวังกงกงมองไปในจวนด้วยสายตาตำหนิ แม้เขาเป็นขันทีคนสนิทของฮ่องเต้ ถึงอย่างนั้นเขาไหนเลยกล้ากล่าวอะไรออกมาต่อหน้าแม่ทัพเว่ย
เมื่อกู้ชิงเยว่มองไปก็เห็นว่าบัดนี้เว่ยฮูหยินเองก็ตามเว่ยเสวียนที่พาหลี่จื่อเว่ยเข้าไปด้านใน
เห็นชัดว่าบุตรในครรภ์ของหลี่จื่อเว่ย ทำให้เว่ยฮูหยินตระหนกลืมตัวจนเสียมารยาท แม่ทัพเว่ยถอนหายใจออกมาพร้อมกับมองกู้ชิงเยว่
“เจ้าไปเถิด ตระกูลเว่ยผิดต่อเจ้าจริงๆ” ประโยคหลังเขากล่าวให้นางได้ยินเบาๆ
กู้ชิงเยว่ยอบกายให้พ่อสามีจากนั้นก้มลงมองเสื้อผ้าที่ตนสวม เมื่อเช้าสวมชุดทางการออกมาคารวะพ่อกับแม่สามี ดังนั้นหากจะเข้าวังจึงไม่นับว่าเสียมารยาท ตรงกันข้ามการปล่อยให้หวังกงกงรอต่างหากจึงจะนับว่าล่วงเกินอีกฝ่าย
“รบกวนหวังกงกงแล้ว”
ดังนั้นในตอนที่นางเดินออกไปขึ้นรถม้า เว่ยเสวียนที่วิ่งออกมาเพราะพ่อบ้านตามไปรายงาน จึงมองเห็นเพียงแผ่นหลังของฮูหยินในชุดสีน้ำเงินปักลายเท่านั้น...
“ท่านพ่อ”
“ไปเตรียมตัวเถิด เราต้องออกเดินทางทันที เรื่องที่นี่กลับมาค่อยจัดการ”
“นาง...” เว่ยเสวียนมองไปยังรถม้าที่กำลังออกตัว
“บ้านเมืองสำคัญกว่า...” แม่ทัพเว่ยสบตากับบุตรชาย “ในเมื่อเลือกแล้ว นึกสงสารเห็นใจตอนนี้ไม่คิดว่าสายไปหรอกหรือ” กล่าวจบก็เดินนำเข้าไปด้านในจวน ทิ้งบุตรชายให้ยืนมองตามรถม้าไปจนลับตา
เขา...มองเห็นเพียงนางที่นั่งก้มหน้าขณะคุกเข่า และเห็นเพียงแผ่นหลังที่กำลังเดินขึ้นรถม้า...เท่านั้น
“ยังไม่รีบตามเข้ามาอีก!”
เสียงบิดาทำให้เว่ยเสวียนถอนหายใจออกมาด้วยความหนักอึ้ง เขารู้สึกผิดในใจยิ่งทว่าบิดาของเขากล่าวไม่ผิด ในยามนี้บ้านเมืองย่อมสำคัญกว่าสิ่งใด
ค่ายทหารเต็มไปด้วยความฮึกเหิม กองทัพต้าฉินด้วยการนำของแม่ทัพเว่ย สองวันต่อมาก็กรีฑาทัพขึ้นเหนือท่ามกลางความหวาดหวั่นของสตรีที่ออกมาส่งทัพนอกกำแพงเมือง
สงครามแดนเหนือเคยมีตระกูลกู้คอยรับมือ บัดนี้แม่ทัพน้อยตระกูลกู้เหลือเพียงหนึ่งเดียว ตอนนี้ยังขอกำลังเสริมมาอีก ดังนั้นทุกคนจึงนึกถึงเรื่องร้ายมากกว่าเรื่องดี
เมื่อกลับมาถึงจวนตระกูลเว่ย กู้ชิงเยว่ได้แต่ลอบถอนใจเมื่อบรรยากาศกลับเงียบงันจนวังเวง นางรู้มาจากพ่อบ้านว่าแม่ทัพเว่ยกับเว่ยเสวียนออกไปรวบรวมคนที่ค่ายทหาร หากนางอยากออกไปส่งกองทัพก็จะได้พบทั้งสองในอีกสองวัน
หญิงสาวพยักหน้าและถามถึงเว่ยฮูหยิน พ่อบ้านมีท่าทีเคร่งเครียดก่อนกล่าว “ฮูหยินรองของแม่ทัพน้อยอาการไม่ใคร่จะดี ตอนนี้เว่ยฮูหยินกำลังพาท่านหมอไปตรวจดูอาการขอรับ ท่านหมอมาช้ามากเพราะหลี่ฮูหยินมารดาของฮูหยินรองเจาะจงมาว่าต้องเป็นหมอมือดี”
ได้ยินดังนั้นหญิงสาวจึงรีบเดินกลับไปยังเรือนตะวันออก ห้องของนางอยู่ปีกขวาซึ่งเป็นห้องเดิมของเว่ยเสวียน ส่วนห้องของหลี่จื่อเว่ยอยู่ปีกซ้าย ด้านนอกมีสาวใช้มากมายยืนอยู่ เสียงร้องไห้ตัดพ้อของหลี่จื่อเว่ยดังลอดออกมา
แม่นมหลินเห็นหญิงสาวเดินเข้ามาจึงรีบกล่าวขึ้น ดูเหมือนกู้ชิงเยว่จะได้ยินชื่อของนางแว่วๆ ดังออกมาจากในห้อง ดูเหมือนแม่นมผู้นี้กำลังเตือนคนในห้องให้รู้ตัว
“ฮูหยินน้อยกลับมาแล้วหรือเจ้าคะ”
กู้ชิงเยว่พยักหน้า “นางเป็นอย่างไรบ้าง”
เสียงร้องไห้ยังคงดังลอดออกมา สีหน้ากู้ชิงเยว่ยังคงเยือกเย็น แม่นมหลินเดาไม่ออกว่าอีกฝ่ายได้ยินมากน้อยเท่าไร
“ท่านหมอมาดูอาการเพิ่งกลับไปเจ้าค่ะ ตอนนี้นายหญิงกำลังอยู่เป็นเพื่อน ฮูหยินน้อยเพิ่งกลับจากวังหลวงรีบพักผ่อนเถิดเจ้าค่ะ ท่านพ่อบ้านคงรายงานแล้ว หากอยากออกไปส่งทัพอีกสองวันที่กำแพงเมือง”