บทที่ 1.2
เสียงงานเลี้ยงยังคงคึกคักด้านนอกทำให้กู้ชิงเยว่ที่นั่งอยู่บนเตียงถอนหายใจ ในที่สุดนางก็ถูกส่งตัวเข้ามาในห้องหอแล้ว เสี่ยวซูสาวใช้ที่ติดตามนางมากำลังยื่นขนมเปี๊ยะชิ้นเล็กๆ เข้ามา นางรู้สึกหิวอยู่บ้างแต่ก็ไม่ถึงกับทนไม่ได้
“ข้ายังรอได้”
อาหารเลิศรสมากมายส่งกลิ่นผ่านเข้ามาในผ้าคลุมสีแดงสด แต่ตามธรรมเนียมนางจะต้องนั่งรอจนเจ้าบ่าวเข้ามาเปิดผ้าคลุมหน้า จากนั้นดื่มสุรามงคล
แม่สื่อเดินเข้ามาในห้องหอพร้อมกับไล่สาวใช้ออกไปก่อน ตอนนี้ผู้อาวุโสหลายคนล้วนผลัดกันอบรมสั่งสอนเจ้าสาวว่าต้องทำอะไรบ้าง แนะนำหญิงสาวว่าต้องทำอย่างไรจึงจะปรนนิบัติสามีได้อย่างถูกต้อง ทำอย่างไรจึงจะมีบุตรในเร็ววัน
นานมาก... กู้ชิงเยว่ลอบหาว
กระทั่งในที่สุดทุกคนก็จากไปพร้อมกับเสียงที่เงียบลง แต่ไม่นานก็มีเสียงฝีเท้าเดินใกล้เข้ามา ดังนั้นหญิงสาวจึงรีบยืดหลังตรงอย่างสงบเสงี่ยม
“คุณหนู” นั่นคือเสียงของเสี่ยวซู “พวกเขาทำเช่นนี้เกินไปแล้ว!”
“เสี่ยวซู มีเรื่องใดหรือ”
“ท่านรู้หรือไม่ว่าวันนี้ประตูข้างเรือนยังมีเกี้ยวอีกหลังถูกส่งเข้ามา” น้ำเสียงของสาวใช้คับแค้นใจเป็นอย่างยิ่ง
ได้ยินเรื่องนี้แม้ไม่ประหลาดใจ แต่หัวใจของหญิงสาวก็หล่นวูบ แม้ทำใจมาบ้างแล้วแต่เจ้าสาวคนใดบ้างยังสามารถเยือกเย็นได้
ในวันแต่งงานอันยิ่งใหญ่สามีเองก็รับผู้อื่นเข้ามา แม้ไม่มีใจแต่นางเองก็รู้สึกคล้ายถูกคนหมิ่นเกียรติ
ทว่า...คิดๆ ดูแล้วนางจะทำอย่างไรได้ จวนแม่ทัพยิ่งใหญ่เกรียงไกร แม่ทัพน้อยแต่งฮูหยินเข้าจวน การรับอนุเข้ามาก็นับว่าเป็นเรื่องปกติ
ถึงอย่างนั้นหัวใจของกู้ชิงเยว่ก็ยังบีบรัด
หาก...บิดาของนางยังมีชีวิตอยู่ นางจะถูกเหยียดหยามเช่นนี้หรือไม่ เว่ยเสวียนจะกล้ารับอนุเข้าจวนวันเดียวกับนางหรือ
ไม่...เป็นไปไม่ได้แล้ว
...ท่านพ่อของนางสิ้นใจไปแล้ว พี่ใหญ่ของนางเองก็กำลังจะออกเดินทางไปชายแดน
อีกอย่าง...หากทุกคนยังอยู่นางก็คงไม่แต่งให้เว่ยเสวียน บิดาของนางจะต้องถามความเห็นนาง ยิ่งหากทุกคนรู้ว่าเว่ยเสวียนมีสตรีในดวงใจ แม้มีสัญญาเก่าก่อนแต่ตระกูลกู้ไม่มีทางให้นางแต่งออกมา
ด้านนอกเกิดเสียงฝีเท้าวุ่นวายขึ้น กู้ชิงเยว่ยกผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวขึ้น “เสี่ยวซูเจ้าออกไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น”
“เจ้าค่ะ” เสี่ยวซูรีบทำตามคำสั่งจากนั้นกลับเข้ามาด้วยใบหน้าซีดขาว “คะ...คุณหนู”
“มีเรื่องอะไรหรือ”
“สาวใช้พวกนั้น...พวกนางพูดว่าแม่นางหลี่มีอาการแพ้ท้องอย่างรุนแรง นาง...กำลังตั้งครรภ์”
กู้ชิงเยว่เผลอกุมมือตัวเองแน่น หัวใจของนางสะดุดแม้แต่ลมหายใจก็เผลอกลั้นเอาไว้ ใบหน้าซีดขาวนิ่งงันพูดไม่ออกอยู่นานมาก “เสี่ยวซู”
“คุณหนู” เสี่ยวซูน้ำตาคลอ “ทำไมพวกเขาใจร้ายเช่นนี้ มิใช่ว่าทายาทต้อง...ต้องมาจากฮูหยินเอกก่อนหรอกหรือ นี่พวกเขา พวกเขา...พวกเขารับนางเข้ามาวันเดียวกันไม่พอ ท่านเขยไม่มาที่เรือนของท่านก่อน ไหนจะเรื่องที่สตรีนางนั้นตั้งครรภ์...” เสี่ยวซูเห็นใบหน้าซีดขาวของผู้เป็นนาย ขอบตาร้อนผ่าวน้ำตากลิ้งออกมาอาบแก้ม
กู้ชิงเยว่มองเห็นก็ยิ้มอย่างฝาดเฝื่อน “ไม่เป็นไรหรอก ข้าไม่เป็นไร...พวกเขาเติบโตมาด้วยกัน ข้าต่างหากที่เป็นฝ่ายก้าวเข้ามาแทรก” นางสูดลมหายใจเข้าลึก จากนั้นดึงผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวลงพับเก็บเอาไว้
“คุณหนูท่านจะทำอะไรเจ้าคะ” เสี่ยวซูตาโต
กู้ชิงเยว่ลุกขึ้นจากนั้นเดินไปนั่งลงพร้อมหยิบตะเกียบ “เขาไม่มาหรอก ข้าหิวแล้ว”
กล่าวจบก็รู้สึกตีบตันในลำคอ ถึงอย่างนั้นก็ยังคงฝืนใช้ตะเกียบหยิบอาหารเลิศรสเข้าปาก เคี้ยวโดยไม่รู้รสชาติจากนั้นกลืนเข้าไปให้ได้มากที่สุด
นางพยายามนึกถึงเพียงใบหน้าของผู้เป็นพี่ชาย ป่านนี้เขาคงออกเดินทางพ้นประตูเมืองแล้ว...
เขา...ไม่มาจริงๆ เว่ยเสวียนไม่ก้าวเข้ามาในห้องหอกระทั่งรุ่งสาง หญิงสาวให้เสี่ยวซูช่วยล้างหน้าหวีผม นางแต่งตัวออกจากเรือนแต่เช้าเพื่อไปคารวะพ่อและแม่สามีตามหน้าที่
ระหว่างทางทุกคนล้วนลอบมองกู้ชิงเยว่ด้วยสายตาหลากหลาย เกรงว่าเรื่องที่เว่ยเสวียนไม่เข้าไปในเรือนหอคงล่วงรู้กันทั้งจวนแล้ว