บทที่ 1.2
ดวงตาดื้อดึงฉายแววรู้สึกผิดขึ้น ในยามที่มองไปยังองครักษ์ข้างกาย เซี่ยเฉิงอวี่ยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ
เฉียนซีหลิวเติบโตนอกวังหลวง กฎระเบียบอันเคร่งครัด บวกกับเรื่องราวการเปลี่ยนแปลง รวมไปถึงภาระมากมายที่ต้องแบกรับ ทำให้แม้จะมีความทระนงในสายเลือด แต่อย่างไรก็ยังคงมีความวู่วามและคึกคะนองตามวัย ถึงอย่างนั้นก็มิใช่สิ้นคิดเสียทีเดียว
แม้เอาแต่ใจบ้างแต่ก็ไม่ใช่ไม่อาจรับมือ…
“เรื่องการคัดเลือกฮองเฮาอย่างไรเสียก็ต้องเกิดขึ้น วังหลังจะไร้ซึ่งผู้ปกครองไม่ได้ ทรงตระหนักเรื่องนี้ดีมิใช่หรือ”
เฉียนซีหลิวถอนหายใจออกมาคราหนึ่ง “อาจารย์อา ท่านว่าหากข้าตัดสินใจตามท่านกลับหวงซานตั้งแต่วันนั้น ข้าจะเสียใจในภายหลังหรือไม่”
เขาให้นึกสงสัยนักว่าในวันนั้นที่เสด็จพ่อให้เขาเลือก ระหว่างรั้งอยู่ที่เมืองหลวง กับตามเซี่ยเฉิงอวี่กลับหวงซาน หากเขาเลือกอย่างหลังจะเกิดอะไรขึ้น
“สายน้ำไม่อาจไหลย้อนกลับฉันใด เรื่องที่ผ่านไปแล้วย่อมไม่อาจเปลี่ยน ทำได้เพียงก้าวเดินไปข้างหน้า”
เฉียนซีหลิวหันไปมองทิวทัศน์โดยรอบของวัดหนิงอัน เขาเลือกมาที่นี่เพราะเงียบสงบ แต่กลับพบว่าวัดนี้มีคนพลุกพล่านกว่าที่เคย
“ที่นี่เปลี่ยนไปมาก”
“คงเพราะข่าวลือกระมัง” เห็นอีกฝ่ายเปลี่ยนอารมณ์โดยสิ้นเชิง เซี่ยเฉิงอวี่เองก็ไม่ได้รีบร้อนกล่าวอะไรออกมาอีก “ได้ยินมาว่าวัดแห่งนี้เริ่มมีชื่อเสียงเมื่อเดือนสองเดือนมานี้”
“ชื่อเสียงเรื่องใดหรือ”
“ขอพรเลือกคู่”
เฉียนซีหลิวเลิกคิ้วมองอาจารย์อาของตนอย่างไม่อยากจะเชื่อ “เหลวไหล”
เซี่ยเฉิงอวี่หัวเราะ “จะไปดูหน่อยหรือไม่ ไม่แน่อาจมีเรื่องสนุกก่อนกลับเข้าวังหลวง”
“ก็ยังดีที่ท่านไม่ได้ทุบข้าให้สลบแล้วให้องครักษ์แบกข้ากลับเข้าวังหลวง”
“ข้าน้อยมิบังอาจ”
เฉียนซีหลิวไม่ใคร่จะเห็นด้วยกับประโยคนั้นนัก
มองดูเฮยโม่และไป๋หลิง คนสนิทของอดีตจักรพรรดิซึ่งอยู่ข้างกายเซี่ยเฉิงอวี่ เขายังเคยคิดเล่นๆ ว่าหากอาจารย์อาอายุน้อยกว่านี้สักสามสี่ปี บางทีอาจารย์อาอาจจะเป็นโอรสของเสด็จพ่อไม่ใช่เขา
มีอย่างหรือองครักษ์มากฝีมือถึงสองคน กลับถูกส่งไปอยู่ข้างกายกุนซือ แทนที่จะมอบให้เป็นองครักษ์องค์ชายอย่างเขา
ยังมี...สองคนนั้นก็ดูเลื่อมใสในตัวเซี่ยเฉิงอวี่จนน่าเจ็บใจ!!!
“เช่นนั้นข้าก็ไม่อาจออกมาเสียเที่ยว เราลองไปดูหน่อยก็แล้วกัน ไม่แน่ว่าคู่ครองของท่านอาจอยู่แถวนี้”
เซี่ยเฉิงอวี่เพียงยิ้มที่มุมปาก ในดวงตาฉายแววไม่เชื่อถือในเรื่องนี้ “ที่แน่ๆ พวกนางคงมิใช่สตรีสูงศักดิ์ที่ทรงหมายพระทัยให้แต่งเข้าจวนมหาเสนาบดีพ่ะย่ะค่ะ”
“บอกท่านไปแล้วว่ามิใช่ข้า เป็นเสด็จแม่ต่างหาก”
“อ้อ” เซี่ยเฉิงอวี่เดินตามจักรพรรดิไปด้วยท่าทีระอา
เขาไหนไม่รู้ว่าเฉียนซีหลิวต้องการรั้งเขาเอาไว้ในเมืองหลวง ดังนั้นจึงหวังให้เขาแต่งบุตรีขุนนางสักคนมาเป็นฮูหยิน ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังคงไม่เปลี่ยนใจ
เขาเติบโตที่หลงซาน และไม่คิดจะปักหลักที่ใดนอกจากที่นั่น ถึงวันนี้มีฐานะที่เรียกได้ว่าอยู่ใต้เพียงหนึ่งคน แต่อยู่เหนือคนนับหมื่น เขาก็ยังคงยืนยันจะกลับหลงซานหากราชสำนักมั่นคง
“ให้องครักษ์ของท่านตามเข้าไปก็แล้วกัน ที่เหลือให้รอด้านนอก ขืนยังเดินตามกันเข้าไปในอารามมีหวังผู้คนได้แตกตื่นกันพอดี”
เรื่องนี้เซี่ยเฉิงอวี่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นนอกจากเฮยโม่และไป๋หลิงแล้ว องครักษ์ที่เหลือจึงกระจายกันออกไป
ภายในวัดหนิงอันมีผู้คนพลุกพล่านมากกว่าทุกครั้ง ก็เพราะมีข่าวว่าไต้ซือไป๋เย่ได้รับคำเชิญให้เข้าร่วมการก่อตั้งวัดแห่งใหม่ยังต่างเมือง ทั้งนี้ก็เพราะศิษย์อาวุโสจากวัดหนิงอัน กำลังจะย้ายไปเป็นเจ้าอาวาสที่นั่น
ข่าวลือว่ากันว่าเจ้าอาวาสวัดหนิงอันอาคมแก่กล้า ถึงขั้นที่ว่าสามารถมองเห็นอนาคต ยิ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับชะตาคู่ครองก็ยิ่งแม่นยำ ดังนั้นก่อนเจ้าอาวาสไปจากเมืองหลวงชาวบ้านจึงอยากจะพบและสนทนากับเขาสักครั้ง