บท
ตั้งค่า

บทที่ 3.2

หวานแสบไส้บ้าอะไร!

อรรัมภาจำได้ว่าตอนชงกาแฟก็ใส่ตามสูตรที่เขาบอกมาทุกอย่างไม่ผิดเพี้ยน แล้วเมื่อชิมก็พบว่ารสชาติไม่ได้แตกต่างอะไรเลย แบบนี้มันหาเรื่องกันชัดๆ

“ต้องการกาแฟใหม่ไหมคะ” หญิงสาวหันมาถามทำเหมือนกาแฟแก้วนี้มีปัญหาจริงๆ

“เอามาซิ” เขาพูดโดยไม่มองหน้าเธอ

บอกแล้วไงชีวิตที่หายไปของเมฆินทร์ อรรัมภาต้องชดเชยให้

ดังนั้นต่อให้กาแฟกี่แก้ว อาหารกี่จาน น้ำก็แก้ว หรืออะไรก็แล้วแต่ เธอต้องทำให้อย่างโดยไม่มีข้อแม้

“กาแฟชงได้อีกแค่แก้วเดียวนะคะ เพราะผงกาแฟไม่มีแล้ว ดื่มให้หมดเลยค่ะ” อรรัมภายกมาวางให้ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว แล้วนั่งลงกินข้าวต้มในชามของตัวเองต่อ

เมฆินทร์ยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ ยังไม่ทันจะกลืนลงคอเขาก็หันขวับมามองหน้าเธอด้วยท่าทีไม่พอใจอีกครั้ง

“นี่กาแฟหรือน้ำตาล หวานขนาดนี้”

“เมื่อกี้ก็บอกว่าหวานทั้งที่เป็นรสชาติที่คุณกินทุกวัน แก้วนี้ซิคะ หวานจริงๆ ฉันใส่น้ำตาล นมไปอย่างละห้าช้อน ทีนี้จะเอาแบบไหนอีกคะ คุณเมฆินทร์” หญิงสาวพูดไปขำไป

“เธอ นี่มัน”

ให้ตายซิ อรรัมภาไม่ได้อ่อนแอหรือขี้กลัวอย่างที่คิด ตรงกันข้ามร้ายกว่าที่คาดหลายเท่าด้วยซ้ำ เห็นทีว่าเมฆินทร์ต้องเตรียมรับมือกับเจ้าหล่อนใหม่เสียแล้ว

“ผงกาแฟหมดแล้วนะคะ ตอนนี้คุณมีทางเลือกแค่แก้วเก่าหรือแก้วใหม่เท่านั้น ถ้าไม่ทั้งสองก็คงต้องพึ่งเดลิเวอร์รี่แล้ว อ้อ ท่าทางในไร่แบบนี้คงไม่มีใครมาส่งแน่ งั้นก็อดไปนะคะ”

อรรัมภายกชามข้าวต้มที่กินหมดเดินไปล้างในครัวด้วยท่าทีเบิกบานใจ ปล่อยให้คนที่อดกินกาแฟแต่ทำอะไรไม่ได้นั่งโมโหต่อไป

ฝากไว้ก่อนเถอะ!

เมฆินทร์เข้าไปในไร่ตามปกติ ส่วนนางแช่มหลังจากรับคำสั่งของเขาเสร็จก็รีบเตรียมตัวเข้าเมืองไปจัดเตรียมหาซื้อข้าวของเครื่องใช้ในครัวมาให้ครบ โดยมีอรรัมภาเป็นผู้บอกว่าจะทำอะไรในแต่ละวันให้เจ้าของไร่หนุ่มกินบ้าง

“ให้ไปช่วยดูไหมคะ ป้าแช่ม” อรรัมภาเอ่ยถามด้วยความหวังดี เพราะรู้สึกเกรงใจที่สั่งของหลายอย่าง

“คุณอยู่บ้านดีกว่าค่ะ นายไม่ได้สั่งให้คุณไปเดี๋ยวมีปัญหาอีกนะคะ” นางแช่มบอกด้วยความหวังดี

นางก็ไม่รู้หรอกว่าอรรัมภาคือใคร นายเมฆินทร์บอกแค่ว่าจะมีผู้หญิงมาดูแล ให้นางแช่มคอยสอดส่องดูแลพฤติกรรมของหญิงสาวด้วย นางแช่มทั้งงงทั้งสงสัยแต่ก็ไม่กล้าถามอะไร ได้แต่รับคำเหมือนเคย

“ถ้างั้นเดี๋ยวฉันหุงข้าวไว้รอนะคะ แล้วก็ เอ่อ ที่ซักผ้าอยู่ตรงไหนคะ” หญิงสาวถาม

หน้าที่เบื้องต้นที่เมฆินทร์มอบให้คือดูแลทุกเรื่องของเขา นางแช่มมีหน้าที่แค่ช่วยแนะนำและจัดหาข้าวของเครื่องใช้ให้ เขาสั่งเด็ดขาดว่าห้ามเธอใช้นาง หรือห้ามนางให้ความช่วยเหลือเด็ดขาด

โทษของคนใช้นางแช่มคือ สัญญาใช้หนี้จะยืดไปอีก

โทษของคนช่วยเธอคือ นางแช่มจะถูกไล่ออก

สรุปแล้วก็คือทั้งสองได้แต่เป็นกำลังใจให้กันและกัน และเฝ้ามองกันอย่างห่างๆ

“ในครัวมีเครื่องซักเครื่องอบพร้อม คุณไม่ต้องซักมือให้เหนื่อยหรอกค่ะ ของใช้ส่วนตัวของนายอยู่ในห้องทั้งหมด คุณค่อยๆ ดูได้เลย ถ้ามีอะไรก็ถามได้นะคะ” นางแช่มเอ่ยด้วยรอยยิ้ม

“ได้ค่ะ งั้นฉันไปดูก่อนนะคะ” ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนจะแยกย้ายไปตามหน้าที่ของตน

อรรัมภาค่อยๆ สังเกตห้องนอนของเมฆินทร์อย่างช้าๆ เขาเป็นมีรสนิยมและเป็นระเบียบไม่น้อย ข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างวางไว้เป็นระเบียบ

ซองเอกสารสีน้ำตาลที่เมื่อวานเธอยื่นให้วางอยู่บนโต๊ะทำงานอย่างไม่ไยดี หญิงสาวจัดวางมันใหม่จงใจให้เห็นเต็มตาเพื่อเตือนเรื่องสำคัญที่ต้องการให้เขาจัดการ

ตู้เสื้อผ้ามีข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวของผู้ชาย ทุกอย่างเป็นกลิ่นสะอาดและวางเป็นระเบียบเรียบร้อยเช่นกัน นางแช่มบอกว่าเมฆินทร์จัดการกับข้าวของส่วนตัวของตนเองทุกชิ้น จึงน่าแปลกที่เขาสั่งให้เธอเข้ามายุ่มย่ามทั้งที่เป็นคนอื่น

แต่ช่างเถอะ เรื่องพวกนี้ก็ใช่ว่าไม่เคยทำเสียเมื่อไร หลังจากบิดามารดาเสียชีวิตไป อำพลพี่ชายต้องรับหน้าที่ดูแลทุกอย่างของบริษัท ในเวลาที่สถานการณ์การเงินไม่ค่อยสู้ดีนัก สองพี่น้องจึงดูแลกันและกันเองกันมาตลอด

อำพลทุ่มเทกับงานนอกบ้าน ส่วนเธอยามที่เรียนมหาวิทยาลัยก็แบ่งเวลาจัดการงานบ้านไม่ให้ขาดตกบกพร่อง แม้ตอนนี้เรียนจบแล้วและเข้ามาช่วยงานของบริษัท

แต่อรรัมภาและอำพลก็ชินกับการดูแลกันและกันเช่นนี้ มากกว่าที่จะจ้างคนมาดูแลแทน

แม้ช่วงหลังสถานการณ์การเงินของบริษัทจะดีขึ้น อำพลอยากให้น้องสาวมีเวลาได้พักผ่อน เขาจึงคิดหาคนทำงานมาบ้านมาเพิ่มอีกสองคน แต่อรรัมภาก็ยืนกรานว่าจะดูแลเรื่องของพี่ชายเช่นเดิมและพูดแหย่เสมอว่า

‘ไว้มีพี่สะใภ้เมื่อไร ค่อยให้พี่สะใภ้ทำนะคะ’

ดังนั้นเรื่องที่เมฆินทร์มอบหมายให้ทำจึงเป็นเรื่องง่ายๆ สำหรับอรรัมภาและทำได้โดยไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น อีกทั้งเธออยากทำให้ดีที่สุดเพื่อให้หมดภาระของคำว่า 'ชดใช้หนี้'

“เอาล่ะ เปลี่ยนผ้าปูที่นอนแล้วกัน”

งานแรกที่อรรัมภาจะทำวันนี้คือเปลี่ยนผ้าปูที่นอน เมื่อคืนเพื่อหยุดยั้งความเอาแต่ใจของเขา เธอจึงเอาตัวเองเข้ามานอนบนเตียงนี้อย่างสบายอารมณ์

ส่วนเขาเพราะไม่ทันตั้งตัวและดึกมาแล้วจึงไม่ได้เรียกนางแช่มให้เอากุญแจสำรองมาให้ ทำให้เมื่อเมฆินทร์ได้นอนดูดาวชมจันทร์อย่างสบายอารมณ์ตรงไหนไม่อาจรู้ได้

“เห็นแก่ที่เมื่อคืนฉันนอนหรอกนะถึงเปลี่ยนให้ เดี๋ยวจะจำไม่ได้ว่านี่ที่นอนตัวเอง”

อรรัมภาจัดการทุกอย่างด้วยความคล่องแคล่ว แถมด้วยการเก็บผ้าขนหนูของเขาไปซักอีก แดดแรงแบบนี้รับรองว่าบ่ายก็เรียบร้อยแน่นอน

นางแช่มยังไม่กลับมา อรรัมภาจัดการทุกอย่างลงเครื่องซักผ้ารอเวลาตากเท่านั้น เธอเห็นว่าไม่มีอะไรทำจึงหยิบไม้กวาดที่ข้างบ้านมาช่วยกวาดใบไม้ดอกไม้ ที่ร่วงหล่นที่พื้นเป็นการฆ่าเวลา

อรรัมภาทำงานบ้านอย่างเพลิดเพลินและใช้เวลานี้สำรวจบริเวณรอบบ้านไปพร้อมๆ กัน ไม่รู้ว่าเมฆินทร์หรือนางแจ่มเป็นผู้ออกไอเดียการจัดแต่งต้นไม้ เพราะรอบบ้านเต็มไปด้วยความร่มรื่นน่าอยู่อย่างมาก

อีกทั้งเมื่อมองไปไกลๆ เธอก็เห็นรถกระบะวิ่งเข้าออก เดาว่าน่าจะเส้นทางไปไร่ของชายหนุ่มแน่ อำพลเคยบอกว่าตลอดสิบปีมานี้เมฆินทร์เป็นผู้ดูแลไร่แทนคุณลุงสันต์

เขาเปลี่ยนแปลงหลายอย่างและสร้างชื่อเสียงให้กับครอบครัวมากมาย เมฆินทร์ยังคงทำไร่ข้าวโพดและมันสำปะหลัง และขยายเนื้อที่เพิ่มทำผักปลอดสารพิษจนมีชื่อเสียง ซึ่งจะว่าไปอรรัมภาก็เป็นหนึ่งในลูกค้าผักปลอดสารพิษของเขาด้วยนั่นเอง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel