บทที่ 3.1
อรรัมภากำลังจะล้มตัวลงนอน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเสียก่อน หญิงสาวคว้านาฬิกาเรือนเล็กที่ถอดวางข้างเตียงมามอง เที่ยงคืนกว่าแล้ว ใครกันมาเคาะ ไม่รู้จักคำว่าเกรงใจกันบ้างหรือไร
“มีอะไรคะ” อรรัมภาถามด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่ายเต็มทีเมื่อเห็นหน้าคนที่เคาะประตูห้องนอน
ใช่ใครเสียที่ไหน ก็คนห้องตรงข้ามนั่นไง ป่านนี้ยังจะมีเรื่องอะไรกับเธออีก ตั้งแต่หัวค่ำเขาก็เรียกร้องให้ทำโน่นทำนี่ไม่หยุดหย่อน ในขณะที่ตัวเองนั่งชี้นิ้วสั่งอย่างสบายใจ
เมฆินทร์เห็นเธอเป็นทาสในเรือนเบี้ยจริงๆ หรือไง ถึงได้ทำราวกับคนอื่นไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
“ฉันนอนไม่หลับ ออกมานั่งเป็นเพื่อนหน่อย” พูดจบเขาก็เดินนำไปก่อน ทิ้งให้อรรัมภายืนตาค้างด้วยความงุนงง
นี่เขานอนไม่หลับก็เป็นหน้าที่ที่เธอต้องมาถ่างตาอยู่เป็นเพื่อนด้วยหรือ ...
มันจะเกินไปหน่อยไหมพ่อคุณ ไม่รู้จักเวล่ำเวลากันเสียบ้างเลย
อรรัมภาได้แค่คิดในใจเท่านั้น แล้วก็ต้องก้าวเท้าเดินตามไปเงียบๆ โดยไม่ปริปากถามหรือบ่นสักคำ รู้ดีว่าขืนพูดไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น เผลอๆ เมฆินทร์จะหาเรื่องมากขึ้นไปอีก
ระเบียงไม้ด้านหน้าคือสถานที่ที่เมฆินทร์หยุดเดินแล้วเงยหน้าขึ้นมองบนฟ้า สีหน้าเขาดูผ่อนคลายลงกว่าเมื่อครู่ ร่างสูงทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์ ในขณะที่คนเดินตามหลังมาได้แต่ยืนอยู่ห่างๆ
“นั่งซิ” เขาชี้ไปที่เก้าอี้ที่อยู่ใกล้กัน
อรรัมภานั่งลงเงียบๆ ใช้เพียงสายตามองไปรอบๆ คืนนี้อากาศดีมีลมพัดโชยมาเป็นระยะ เสียงจิ้งหรีดเรไรส่งเสียงร้องเบาๆ ไม่รบกวนการพักผ่อน
หญิงสาวเงยหน้ามองดวงดาวที่อยู่บนฟ้าอย่างสนใจ นอกจากอากาศดีแล้วยังสามารถมองเห็นดาวได้อย่างชัดเจนอีกด้วย
“คุณนอนไม่หลับอย่างนี้ทุกคืนหรือเปล่าคะ” อรรัมภาเอ่ยถาม
“เปล่า ปกติหัวถึงหมอนก็หลับแล้ว” เมฆินทร์พูดตามความจริง
“แล้วทำไมคืนนี้คุณถึง เอ่อ นอนไม่หลับคะ”
“ก็ไม่มีอะไร แค่ไม่ชินที่มีคนมาอยู่เพิ่ม แล้วก็กำลังใช้ความคิดว่าจะให้งานอะไรทำดี ถึงจะคุ้มค่ากินค่าอยู่ที่นี่” เขาปรายตามองเล็กน้อยแล้วเอ่ยต่อว่า
“ให้ทำงานในไร่ก็คงไม่ไหว แต่ถ้าทำงานบ้านอย่างเดียวก็ไม่คุ้มค่า ผมก็เลยต้องคิดว่าหาอะไรให้ทำดีถึงจะได้กำไรบ้าง”
อรรัมภาเม้มปากแน่น คิดไม่ถึงเลยว่าสาเหตุการนอนไม่หลับก็คือการคิดเรื่องเธอ คิดว่าจะทำอะไรกับเธอถึงจะคุ้มกำไรขาดทุน
แบบนี้ไม่ต้องคิดให้เหนื่อยเปลืองสมองก็ได้ คนอย่างเธอไม่ได้เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อขนาดนั้น สั่งอะไรมาก็ทำได้หมดนั่นแหล่ะ
“ฉันคิดว่าคุณไม่น่าต้องเสียเวลาคิดนะคะ” หญิงสาวหันหน้ามาหาแล้วพูดต่อว่า
“คุณให้ฉันทำอะไร ฉันก็ทำทั้งนั้น รับรองไม่เกี่ยงแน่ และจะทำทุกอย่างให้ดีคุ้มค่าที่อยู่ที่กินแน่นอนค่ะ” พูดจบอรรัมภาก็ลุกขึ้นเตรียมจะหันหลังเดินกลับห้อง
“เดี่ยว จะไปไหน ผมยังไม่ได้สั่งให้ไปนะ” เมฆินทร์เสียงแข็ง
“ฉันรู้ค่ะ แต่ฉันคงไม่ต้องอยู่ช่วยคุณคิดหรอกมั้งคะ ฉันจะรีบไปนอนเพื่อจะได้ตื่นแต่เช้ามาทำงานตามที่คุณสั่ง รับรองว่าไม่อู้คุ้มแน่นอนค่ะ” ว่าแล้วเธอก็เดินกลับเข้าไปทันที
“ลืมข้อตกลงแล้วหรือไง” ชายหนุ่มลุกเดินตามมาขวางทางไม่ให้อรรัมภาเข้าห้องได้
“นี่มันกี่โมงแล้วคุณเมฆินทร์ ไม่ว่าคุณจะให้ฉันอยู่ตำแหน่งไหนทำอะไร ฉันไม่เกี่ยงไม่มีปัญหาอยู่แล้ว แต่คนเราต้องมีเวลาพักผ่อน แล้วฉันก็คิดว่านี่คือเวลาส่วนตัวของฉันแล้ว” อรรัมภาตอบอย่างไม่เกรงกลัว
“แต่ผมสั่งอะไรคุณต้องทำตาม ผมยังไม่ได้บอกให้คุณพักได้ คุณจะไปได้ไง” เขาเอาตัวขวางประตูไว้
“ถ้าไม่ให้ฉันนอน แล้วพรุ่งนี้จะมีแรงทำงานให้ได้อย่างไรคะ กรุณาถอย ฉันเหนื่อยอยากจะพักเต็มทนแล้ว” อรรัมภาไม่สนว่าเขาจะว่าอย่างไรแล้ว ตอนนี้เหนื่อยอยากพักเต็มที
“ผมยังไม่ง่วง งานคุณยังไม่จบ ห้ามนอน” เขาประกาศชัดเจนว่าห้ามนอนเสียงดังลั่น แต่นาทีนี้ความง่วงทำให้อรรัมภาไม่สนอะไรอีกต่อไป
“เชิญคุณยืนดูดาวหรือเฝ้ามองจันทร์ต่อไปคนเดียวเถอะ เอาที่สบายใจฉันจะนอน”
ในเมื่อไม่ให้เข้าห้อง สิ่งที่อรรัมภาทำก็คือหันหลังกลับไปเปิดประตูห้องนอนของเขา แล้วพูดสั้นๆ ว่า
“ถ้าต้องการพักผ่อน เคาะประตูเรียกได้เลยนะคะ ฉันพร้อมย้ายกลับห้องตัวเองตลอด”
เมฆินทร์ยังไม่ทันตั้งตัว อรรัมภาก็ปิดประตูลงกลอนใส่หน้าชนิดที่เรียกว่าไม่ใว้หน้ากันเลยทีเดียว เขาทำได้แค่ยืนตีอกชกลมกับความไม่เกรงกลัวของเธอ
คอยดูเถอะ …
พรุ่งนี้จะได้รู้ว่า อย่าได้คิดเอาชนะเมฆินทร์คนนี้ !
แม้จะนอนดึกแต่อรรัมภาก็ตื่นแต่เช้า แล้วมาเข้าครัวเตรียมอาหารตามหน้าที่ได้อย่างทันเวลา สีหน้าคนที่เดินเข้ามาในครัวบึ้งตึงแต่เช้า
ทว่าเธอก็ไม่สนใจ วางกาแฟ ขนมปังและไข่ดาวให้อีกฝ่ายตามปกติ ส่วนตัวเองแยกมานั่งห่างไปอีกโต๊ะตักข้าวต้มเข้าปากอย่างสบายใจ
“ทำไมต้องทำอะไรหลายอย่าง” เมฆินทร์ถามคำแรกด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
นาทีนี้ต่อให้อรรัมภาเป็นนางฟ้าลงมาจากสวรรค์ เขาก็พร้อมจะพิฆาตแม่นางฟ้าคนนี้ให้แหลกคามือได้
“ก็คุณสั่งว่าจะกินกาแฟขนมปังไข่ดาวตอนเช้า ฉันก็ทำให้ตามที่คุณสั่งแล้วไงคะ”
“แล้วทำไมเธอไม่กินเหมือนกัน” เขาพาลไปหมดทุกเรื่อง
“ก็ฉันไม่ชอบ ฉันอยากกินข้าวต้มนี่คะ” หญิงสาวพูดหน้าตาเฉยตักข้าวต้มเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย
“อยู่กันแค่สองคน ทำไมต้องเรื่องมากด้วย ต่อไปเธอจะทำอะไรก็ทำให้เหมือนกัน จะได้ไม่ต้องเสียเวลา”
“ไม่เสียเวลาเลยค่ะ อีกอย่างรสนิยมการกินการอยู่ก็เป็นเรื่องเฉพาะบุคคล ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันก็ได้นี่คะ”
ยอกย้อน ได้ อยากทำมากนักใช่ไหม
เดี๋ยวเขาจะให้ทำจนหนำใจแน่ …
เมฆินทร์หยิบถ้วยกาแฟขึ้นมาดื่มยังไม่ทันได้กลืนลงคอ เขาก็กระแทกถ้วยลงบนโต๊ะอาหารแล้วหันมาหาเรื่องอีกว่า
“หวานแสบไส้ขนาดนี้ ใครจะกินลง” เมฆินทร์มองหน้าคนทำอย่างเอาเรื่อง
“ฉันก็ใส่ตามสูตรที่คุณสั่งแล้วนะ” อรรัมภาแปลกใจรีบยกกาแฟแก้วเจ้าปัญหาไปดูว่ามีอะไรผิดปกติ
