บท
ตั้งค่า

บทที่ 2.3

ท่าทางทะมัดทะแมงในการทำครัว บ่งบอกให้รู้ว่าอรรัมภาเชี่ยวชาญงานครัวแค่ไหน นางแช่มยืนมองเพลินจนลืมสังเกตไปว่ามีใครอีกคนมายืนดูอยู่ใกล้ๆ

“อุ๊ย” หญิงวัยกลางคนสะดุ้งเมื่อเห็นเมฆินทร์ยืนหน้าบึ้งบอกบุญไม่รับ

แต่ครั้นจะส่งเสียงบอกคนที่กำลังง่วนอยู่หน้าเตา ก็เจอสายตาพิฆาตของนายใหญ่จนต้องเดินตัวลีบออกไปจากห้องครัวเงียบๆ

“ทีนี้ต้องทำไงต่อคะป้า ต้องยกไปให้กินถึงที่เลยไหม” อรรัมภาปิดเตาแก๊สเรียบร้อย มองนาฬิกาข้อมือแล้วพบว่าทันเวลาพอดี

“ก็ตั้งโต๊ะซิ” น้ำเสียงราบเรียบดังขึ้นทำให้หญิงสาวต้องหันมอง เมฆินทร์ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้แต่สายตาจ้องอย่างเอาเรื่องเห็นได้ชัด

“ไหน ข้าวเย็นฉัน” เขาเอ่ยถาม

“นี่ค่ะ” อรรัมภาเลื่อนชามอาหารมาไว้ตรงหน้าเขา พร้อมกับเดินไปรินน้ำเย็นใส่แก้วมาวางให้

“อะไร” เมฆินทร์ถามทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่มีเนื้อสัตว์ไข่และผักเต็มชามสีสันน่ากิน กลิ่นก็หอมยั่วน้ำลายดีเหลือเกิน ความจริงหน้าตามันก็น่ากินอยู่หรอก เพียงแต่...

“ให้ฉันกินมาม่าเนี่ยนะ” สีหน้าเขาเอาเรื่องแววตามีประกายของความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด

“ค่ะ” อรรัมภาพยักหน้ารับเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นก่อนจะเอ่ยต่อว่า

“ก็คุณบอกว่าต้องได้กินภายในสิบห้านาที ฉันดูทุกอย่างในครัวแล้ว เมนูนี้ดีที่สุดค่ะ”

“ดีที่สุดยังไง อย่างอื่นก็มีให้ทำอีกตั้งมาก” ว่าแล้วเจ้าของบ้านก็ลุกขึ้นเปิดประตูตู้เย็นออก

“ไข่ หมู ผัก ทำอย่างอื่นที่ดีกว่านี้ไม่ได้หรือไง หรือว่ามีฝีมือทำเป็นแค่นี้” ปลายเสียงเขายิ้มเยาะเย้ยในที

“ทำได้ค่ะ แต่สิบห้านาทีหุงข้าวไม่ทัน ทอดไข่ได้อย่างเดียว คุณจะกินแต่ไข่ทอดไม่มีข้าวไหมล่ะ ฉันทำให้ใหม่ก็ได้” อรรัมภาย้อนกลับไปอย่างไม่เกรงกลัว

เมนูที่ทำให้ก็ไม่ได้ขาดสารอาหารเสียหน่อย แล้วเธอก็ไม่ได้ใส่ผงปรุงรสหมดซองด้วย กินไปเถอะน่า !

“โทษว่าฉันให้เวลาน้อยไปซินะ คงชินกับการโทษคนอื่นตลอดซิ”

“ฉันไม่ได้โทษใครทั้งนั้นค่ะ พูดตามความจริงเท่านั้น แล้วตกลงจะกินหรือไม่กิน ถ้าไม่กินฉันจะได้เก็บ” อรรัมภาถามอีกครั้งด้วยท่าทางเอาจริง

เธอพอเดาอารมณ์ของเมฆินทร์ได้ออก ท่าทางเขาไม่ใช่คนเรื่องมาก ออกจะกินอยู่ง่ายเสียด้วยซ้ำ แต่ที่เรื่องเยอะ ร้องจะเอาโน่นนี่ คงเพราะอยากจะหาเรื่องแกล้งเสียมากกว่า

ไม่มีทางเสียล่ะ ที่คนอย่างอรรัมภาจะถูกแกล้งง่ายๆ หมดเวลาขี้แยร้องไห้เพราะตอบโต้ไม่ได้แล้ว

“ก็ต้องกินซิ ป่านนี้แล้ว” เขากระแทกเสียงใส่แล้วเดินกลับมานั่งที่ตามเดิม

วินาทีนั้นไม่มีใครพูดอะไรออกมา เมฆินทร์นั่งมองอาหารในชามโดยไม่แตะต้องสักคำ ส่วนอรรัมภาก็ยืนลุ้นว่าเขาจะกินแล้วหาเรื่องว่าอะไรอีกไหม

“ไม่กินเหรอคะ” เธอเป็นฝ่ายถามก่อนเพราะเห็นเขานั่งนิ่งมาสักพักแล้ว

“กิน แต่เธอต้องกินด้วย” เขาชี้มือมาที่เก้าอี้ตัวตรงข้ามบอกให้รู้ว่าให้หญิงสาวนั่งลงตรงนั้น

“ทำไมคะ ฉันไม่หิวสักหน่อย” อรรัมภาไม่รู้สึกอยากกินอะไรนอกจากอยากดื่มน้ำเท่านั้น

“ฉันจะแน่ใจได้ไงว่าไม่มีอะไรแอบแฝงในอาหาร” เมฆินทร์สบตาหญิงสาว

“คุณกลัวฉันจะวางยางั้นเหรอคะ” หญิงสาวกลั้นยิ้มแทบไม่ทัน

โธ่ พ่อคุณ ดูละครมากไปหรือเปล่า ใครจะวางยาในอาหารให้กินกันเล่า ตลกสิ้นดี

“ฉันไม่กลัวถูกวางยา แต่ไม่อยากเป็นตัวตลกให้ใครหัวเราะสมน้ำหน้าที่แกล้งได้ต่างหาก ไปหยิบจานมากินด้วยกัน ไม่งั้นฉันก็ไม่กิน”

“ฉันไม่หิวค่ะ” อรรัมภาปฏิเสธ

“ไม่หิวก็ต้องกิน”

ว่าแล้วเมฆินทร์ก็ลุกขึ้นไปหยิบทุกอย่างมาเอง เขาแบ่งบะหมี่ในชามให้เธอครึ่งหนึ่ง เลื่อนไปวางตรงหน้าแล้วรอว่าอีกฝ่ายจะตักเข้าปากหรือไม่

“นี่คุณกลัวขนาดนี้เลยเหรอ” อรรัมภาย้อนถามด้วยสีหน้าแปลกใจ

“ก็บอกแล้วไงว่าไม่กลัว แต่อยากให้ใครหัวเราะเพราะคิดจะแกล้งกันมากกว่า ถ้าเธอกินอาหารที่ตัวเองทำได้ ฉันก็กินได้ ตกลงจะกินไหม ฉันมีอย่างอื่นให้ทำอีก”

“แล้วคุณจะรู้ว่าอร่อยแค่ไหน” อรรัมภาไม่มีปัญหาอยู่แล้ว

หญิงสาวลงมือตักอาหารในชามกินอย่างสบายใจ ทีแรกรู้สึกว่าไม่หิวแต่พอได้กลิ่นได้ลิ้มรสชาติ บะหมี่ครี่งหนึ่งที่เขาตักให้ก็หมดอย่างรวดเร็ว

“เดี๋ยวฉันล้างเองค่ะ” หญิงสาวอาสาเมื่อเมฆินทร์ยกชามบะหมี่ไปที่ล้างจาน

“ใครบอกว่าฉันจะล้าง นี่มันหน้าที่เธอ” เขาปรายตามองเล็กน้อยแล้วเอ่ยต่อว่า

“รีบล้างให้เสร็จ อีกห้านาทีไปพบฉันที่หน้าห้องนอน” พูดจบชายหนุ่มก็เดินออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้อรรัมภามองตามด้วยความไม่เข้าใจ

เป็นอะไรหนักหนาเนี่ย คุณเมฆินทร์!

อรรัมภานับหนึ่งถึงสิบเป็นครั้งที่ยี่สิบ แต่คนที่อยู่ในห้องก็ยังไม่เปิดประตูออกมา เธอจะไม่ทนถึงครั้งที่ยี่สิบเอ็ดแน่ หญิงสาวตัดสินใจเดินเข้าห้องตัวเองที่อยู่ตรงข้าม โดยไม่สนใจว่าเมฆินทร์จะออกมาตอนไหน

หญิงสาวเดินสำรวจห้องนอนของตนอย่างละเอียด ข้าวของเครื่องใช้ในตู้เสื้อผ้าก็ถือว่าครบ แม้ว่าชุดที่มีจะหลวมไปบ้างแต่ก็น่าจะพอใช้แก้ขัดไปก่อนได้

อรรัมภาเตรียมตัวจะอาบน้ำเข้านอนเพราะเหนื่อยมาทั้งวัน แต่ยังไม่ทันที่จะทำอะไรประตูห้องนอนก็ถูกเปิดออกพร้อมใบหน้าถมึงทึงของเขา

“ใครใช้ให้เธอเข้ามานอน”

นอกจากสีหน้าที่บึ้งตึงแล้วน้ำเสียงก็ยังกระโชกโฮกฮากอีก อรรัมภาบอกตัวเองให้ใจเย็นกับเขาหน่อย

“งานยังไม่เสร็จจะนอนได้ไง” ว่าแล้วเมฆินทร์ก็คว้าข้อมือเธอกึ่งลากกึ่งจูงเดินไปห้องตัวเองทันที

“ปล่อยนะ คุณเมฆินทร์ ฉันเจ็บ” อรรัมภาตกใจกับการกระทำของเขาไม่น้อย

“พูดกันดีๆ ก็ได้ ไม่เห็นต้องทำกันขนาดนี้เลย” หญิงสาวสะบัดข้อมือหนีการลากจูงของเขา

“แล้วจะให้ทำอะไรคะ ฉันรอคุณตั้งนานแล้ว”

“ต่อไปนี้ไม่ว่าจะรอนานแค่ไหน ถ้าไม่มีคำสั่งเปลี่ยนแปลงจากฉัน เธอก็ต้องอยู่ตรงนั้นห้ามไปไหนทั้งสิ้น” เมฆินทร์เสียงเข้ม

“นี่ มันจะไม่เกินไปหน่อยเหรอคะ ถ้าคุณให้ฉันรอแต่ฝนตกฟ้าร้อง ฉันก็ต้องทำตามอย่างนั้นเหรอ” อรรัมภาแย้งทันที

“ใช่” เขาตอบกลับเสียงเข้มแล้วเอ่ยต่อว่า

“ไม่มีข้อแม้ ถ้าไม่ทำตามถือว่าข้อตกลงของเราเป็นโมฆะ”

“คุณ เกินไปแล้วจริงๆ นะ” งานนี้อรรัมภาจะไม่ทนอีกต่อไป

“ไม่มีคำว่าเกินไปหรอก แล้วรู้ไว้ด้วยนะ พี่ชายเธอตกลงรับเงื่อนไขของฉันแล้ว”

“เงื่อนไขอะไรอีก แล้วคุณคุยกับพี่พลตอนไหน ทำไมฉันไม่รู้เรื่องมาก่อน”

“เพิ่งคุยกันเสร็จเมื่อกี้ ตอนที่เธอบอกว่ายื่นรอไม่ไหวนั่นแหล่ะ แล้วฟังเงื่อนไขนี้ซะ”

“อะไรคะ” ทำไมอรรัมภาถึงรู้สึกว่า ทุกอย่างรอบตัวขึ้นลงเปลี่ยนแปลงเร็วไปหมดจนแทบจะตั้งตัวไม่ทันแล้ว

“เธอต้องอยู่ที่นี่สามเดือนในฐานะคนรับใช้ส่วนตัวของฉัน ไม่มีเงินเดือนไม่มีเบี้ยเลี้ยง ทำงานทุกอย่างตามที่ฉันสั่งหรือพอใจให้ทำ ครบสามเดือนเธอออกไปพร้อมใบหย่าแล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่ตามใจได้เลย ฉันจะถือว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอเอาตัวเองมาจ่ายดอกเบี้ยให้ครบก็แค่นั้น แต่ถ้าขัดใจฉันเมื่อไร มีสองทางเลือกให้เธอ”

“อะไร” หญิงสาวเม้มปากแน่นด้วยความโมโห

“หนึ่งคือนับหนึ่งใหม่ไปอีกสามเดือน” ชายหนุ่มนั่งลงที่โซฟาอย่างสบายอารมณ์ เริ่มรู้สึกดีที่ยั่วโมโหให้อีกฝ่ายอารมณ์เสียได้

“แล้วข้อสองล่ะ” อรรัมภาบอกตัวเองให้ใจเย็น เย็นที่สุดเท่าที่จะเย็นได้

“ข้อสองก็คือ ออกไปจากที่นี่แล้วไปหาเงินค่าดอกเบี้ยมาคืนให้ครบห้าล้าน ครบห้าล้านแล้วฉันถึงจะเซ็นใบหย่าให้”

“คุณนี่มัน”

เธอไม่มีทางออกให้ตัวเองเลยใช่ไหม อรรัมภาอยากจะเข้าไปบีบคอคนตรงหน้าที่ยิ้มยียวนกวนประสาทได้น่าหมั่นไส้ตอนนี้นัก แต่ที่ทำได้ในความเป็นจริงคือ ยืนนิ่งไม่พูดอะไรออกมาสักคำ

“เอาล่ะ งานของเธอก็คือปูที่นอน เตรียมห้องน้ำแล้วก็อ่านหนังสือให้ฉันฟัง”

“อะไรนะคะ” หญิงสาวงงกับคำว่า ‘งาน’ ของเขาเหลือเกิน

“ไม่เข้าใจอะไร เรื่องง่ายๆ แบบนี้น่าจะทำไม่ยากใช่ไหม ให้เวลาสิบนาทีต้องน้ำต้องพร้อมนะ” พูดจบเขาก็ลุกขึ้นอย่างสบายอารมณ์เดินออกไปทันที

ทิ้งให้คนฟังยืนงงทำตัวไม่ถูก แต่สุดท้ายก็ทำได้แค่เปิดประตูห้องน้ำเข้าไปจัดการตามคำสั่งแต่โดยดี

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel