บท
ตั้งค่า

บทที่ 2.2

“เดี๋ยว จะไปไหน”

“กลับไปรอทำสัญญาไงคะ สัญญาคุณมาเมื่อไร ฉันค่อยมาใหม่”

“ใครบอกว่าจะทำสัญญา ที่เราคุยกันทั้งหมดนี่คือสัญญา พร้อมจะเริ่มงานเลยใช่ไหม” เมฆินทร์ย้อนถาม

“อะไรนะ แล้วฉันจะรู้ได้ว่าคุณทำจริงอย่างที่พูด”

“เสียเวลามาเกือบสิบปีไม่ได้สักบาท แถมตอนนี้ได้ตัวเธอมาเป็นทาสรับใช้ ก็ต้องเสียค่าข้าวค่าน้ำที่อยู่ที่กินให้ฟรีอีก เธอยังจะกล้าคิดว่าฉันจะผิดสัญญาอีกหรือไง” ชายหนุ่มทำเสียงเข้ม อรรัมภานิ่งไปเล็กน้อยแล้วเอ่ยว่า

“ฉันยังไม่ได้เตรียมตัว ไม่ได้บอกพี่อำพลไว้ ขอฉันกลับบ้านไปบอกพี่ชายก่อน แล้วฉันจะรีบมา”

“ไม่ได้ นี่คือเรื่องของฉันกับเธอ ไม่ได้เกี่ยวกับอำพลเสียหน่อย หรือว่าเปลี่ยนใจแล้ว” สีหน้าเขาอมยิ้มในที แต่อรรัมภามองแล้วรู้สึกว่ากำลังท้าทายกันมากกว่า

“คนอย่างฉันไม่มีวันเปลี่ยนใจ”

ห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่มีเพียงทางเดินไม่กี่ก้าวจากประตู ยังดีที่มีหน้าต่างสองบานที่หัวนอนพอให้รู้สึกได้ระบายอากาศ อรรัมภามองไปรอบๆ แล้วถอนหายใจอนจะนึกขึ้นมาได้ว่า ต้องรีบบอกพี่ชายให้รู้ในสิ่งที่ตนตัดสินใจโดยพลการ

“อรไม่ได้คิดว่าลำบากอะไรเลยค่ะ อีกอย่างเขาคงไม่ได้อยากเห็นหน้าอรนานนักหรอก แค่สามเดือนเท่านั้น ว่าแต่พี่พลเถอะค่ะ ถ้าเขาเปลี่ยนใจอยากได้ดอกเบี้ยเป็นเงินทบต้นทบดอกขึ้นมา เราจะมีปัญหาหรือเปล่าคะ” อรรัมภากังวลเรื่องนี้มากกกว่า

บริษัทเพิ่งจะเริ่มเข้าที่ได้ไม่นาน แถมตอนนี้ยังมีสถานการณ์โรคระบาดที่ต้องเฝ้าติดตามและระมัดระวังตลอดเวลา แม้ว่าอำพลจะบอกว่าไม่มีอะไรน่าห่วง แต่อรรัมภาก็ยังอดกังวลไม่ได้อยู่ดี

“พี่พลไม่ต้องห่วงนะคะ อรดูแลตัวเองได้ เพียงแต่มีเรื่องอยากรบกวนนิดหน่อยค่ะ ช่วยส่งเสื้อผ้าของใช้ส่วนตัวอรมาหน่อยได้ไหมคะ ไม่ต้องห่วงนะคะ อรอยู่ได้ รับรอง”

แม้อำพลจะห่วงแต่ก็ต้องเชื่อใจว่าจะไม่มีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้น ที่สำคัญเขาเชื่อว่าอรรัมภาดูแลตัวเองได้ และเมฆินทร์ก็ไม่ใช่คนใจยักษ์ใจมารที่ไหน อย่างน้อยทั้งคู่ก็มีความผูกพันกันทางกฏหมาย อีกทั้งเคยเห็นกันมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย

“ขอบคุณค่ะ งั้นส่งมาเลยนะคะ แค่นี้ค่ะพี่พล รักษาสุขภาพนะคะ” อรรัมภาจบการสนทนาเพียงแค่นี้เก็บโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋า แล้วหันมามองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าว่า ต่อไปจะใช้ชีวิตอย่างไรที่นี่

“คุณคะ” เสียงเคาะประตูเบาๆ ที่หน้าห้อง อรรัมภาเปิดมาก็พบว่าเป็นหญิงวัยกลางคนที่พาตนมาที่นี่

“มีอะไรคะ”

“นายให้มาตามค่ะ” นางก้มหน้าแล้วรีบหันหลังเดินนำไป อรรัมภาสงสัยแต่ก็ยอมเดินตามไปแต่โดยดี

“เอ่อ คุณคะ” หญิงวัยกลางคนร้องเรียกเธอไว้

“มีอะไรคะ” อรรัมภาหันมาถาม

“เอ่อ คือ นายให้มาเอาโทรศัพท์ของคุณค่ะ” นางแช่มแสนจะอึดอัดใจที่ต้องทำเช่นนี้

ว่าไปก็พอรู้คร่าวๆ ว่าอรรัมภาเป็นใคร เรื่องราวของสองคนพอได้ยินมาบ้าง แต่พอต้องมาอยู่ในสถานการณ์ที่น่าอึดอัดเช่นนี้ คนกลางอย่างตนก็พอหายใจหายคอไม่คล่องเหมือนกัน

“เอาไปทำอะไรคะ” หญิงสาวย้อนถามด้วยความสงสัย แต่เมื่อเห็นท่าทีอึดอัดของคนตรงหน้า อรรัมภาก็รู้ว่าควรจัดการเรื่องนี้กับใครดีที่สุด

ห้องนอนที่เมฆินทร์ให้หญิงวัยกลางคนพามาอยู่บนเรือนไม้ที่เพิ่งเดินลงมาเมื่อครู่ ไม่รู้ว่าเขาเกิดเปลี่ยนใจอะไรถึงได้สั่งให้จัดห้องไว้ให้ตรงข้ามกับห้องนอนของตัวเอง นั่นไม่เท่ากับในนั้นมีทุกอย่างที่ต้องการแม้แต่ข้าวของส่วนตัว

“ฉันคงไม่ต้องใช้ของพวกนี้ เพราะว่าพรุ่งนี้พี่ชายฉัน...” อรรัมภายังไม่ทันอธิบายจบเมฆินทร์ก็ขัดขึ้นเสียก่อนว่า

“ให้ที่อยู่ไปแล้วเหรอ” เขาถามเสียงเรียบ

“ยังค่ะ คิดว่าพรุ่งนี้ก่อนส่งคงโทร.มาถาม ฉันว่าจะถามคุณอยู่” หญิงสาวตั้งใจจะถามเรื่องนี้อยู่พอดี

“งั้นก็ไม่ต้อง ของพวกนี้เธอคงใช้ได้ น่าจะพอดี อีกอย่างกว่าจะส่งไปส่งมาพอดีบ้านฉันคงมีกลิ่นเน่าแน่” เมฆินทร์พูดพลางชำเลืองมองมาที่ตัวเธอเล็กน้อย อรรัมภาทำหน้างงแต่แล้วก็ต้องตกใจเมื่อเขาเอ่ยต่อว่า

“เก็บโทรศัพท์แล้วใช่ไหม” เขาถามพลางมองมาที่มือของหญิงสาว อรรัมภายังถือโทรศัพท์ของตัวเองไว้คงเดิม

“ของส่วนตัวฉัน คงไม่รบกวนคุณมากใช่ไหมคะ”

“อยู่ที่นี่ไม่มีส่วนตัว มีแค่เรื่องของเจ้านายเท่านั้น” เมฆินทร์ไม่พูดเปล่า ตรงเข้ามาหยิบโทรศัพท์จากมือหญิงสาวหน้าตาเฉย

“นี่ คุณ” อรรัมภาไม่ทันตั้งตัว ว่าไปไม่คิดว่าเขาจะกล้าทำเช่นนี้ต่างหาก

“เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเริ่มงานได้แล้ว” เมฆินทร์เอ่ยเสียงเข้ม เขาเก็บโทรศัพท์ไม่ได้มีจุดประสงค์ร้าย แต่อยากเช็กอะไรบางอย่างเท่านั้น

“งานอะไรคะ” หญิงสาวปรับความคิดตามไม่ทัน

“อ้าว ก็อยู่ที่นี่ในฐานะทาสของฉันไม่ใช่เหรอ แล้วหน้าที่ทาสต้องทำอะไรบ้าง” เขาย้อนถามหน้าตาย

เอาจริงเหรอ อรรัมภาไม่คิดว่าเขาจะจริงจังกับคำว่า ‘ทาส’ ในยุคสองพันนี้

ตกลงให้อยู่ที่นี่เพื่อให้รับใช้ โดยถือว่าเป็นดอกเบี้ยที่ขาดทุนไปตลอดแปดปีงั้นซิ

ก็ได้ เธอก็ไม่ได้อยากได้ชื่อว่าติดหนี้บุญคุณนักหรอก จะให้ทำอะไรก็เชิญ...

“ฉันต้องทำอะไรบ้างคะ” อรรัมภาถามอย่างจริงจัง

“ฉันจะค่อยๆ บอกทีละอย่าง รับรองว่าตั้งแต่ลืมตาตื่นจนเข้านอน เธอได้ทำทุกอย่างแน่ อรรัมภา แต่ตอนนี้เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก็เข้าครัวซะ” เขาออกคำสั่งแรกต่อไปอีกว่า

“ข้าวเย็นฉันต้องได้กินภายในสิบห้านาทีนี้” พูดจบเขาก็เดินออกไปทันที ทิ้งให้อรรัมภามองตามอย่างไม่เข้าใจ สิบห้านาทีจะทำอะไรได้นอกจากอาหารง่ายๆ ที่สำเร็จรูปทันใจ

อรรัมภามองของที่อยู่ในตู้เย็นกับเวลาที่เขากำหนดไว้แล้ว นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาประดิดประดอยทำอะไรอร่อยๆ หรือโชว์ฝีมือการเข้าครัวแน่

นางแช่มทำหน้าหนักใจ เพราะรู้ว่าถ้าทุกอย่างไม่เป็นตามเวลาที่คนกำหนดบอกแล้วล่ะก็ รับรองว่าคงได้เห็นระเบิดลูกใหญ่ก่อนเข้านอนเป็นแน่

“คุณจะทำอะไรคะ” หญิงวัยกลางคนถามอย่างเห็นใจ

หลังจากบอกรายละเอียดทุกอย่างให้อรรัมภารู้ ตามคำสั่งเจ้าของบ้าน ในครัวมีแต่ของสดที่ยังไม่ได้ทำอะไรเลยสักอย่าง

“ก็คงต้องเป็น” หญิงสาวกวาดตามองไปที่ตู้ชั้นบนแล้วไม่พูดอะไรต่อ ลงมือทำตามความคิดโดยไม่ให้เสียเวลา

“เอ่อ คือ” นางแช่มทำท่าจะท้วงแต่ก็ชะงัก เพราะเหลือบมองนาฬิกาแล้วเหลือเวลาอีกเพียงห้านาทีเท่านั้น

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel